
รวบแก๊งทวงหนี้นอกระบบชาวจีนมาเช่าบ้านตั้งฐานในไทย
บิ๊กโจ๊กแถลงจับแก๊งชาวจีนปล่อยกู้นอกระบบมาเช่าบ้านพักในชลบุรี ตั้งเป็นฐานทำงานทวงหนี้ข้ามประเทศ
บิ๊กโจ๊กแถลงจับแก๊งชาวจีนปล่อยกู้นอกระบบมาเช่าบ้านพักในชลบุรี ตั้งเป็นฐานทำงานทวงหนี้ข้ามประเทศ
เมื่อวันที่ 25 ต.ค. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รรท.ผบช.สตม.) แถลงผลการจับกุมแก๊งเงินกู้นอกระบบ ชาวจีน ซึ่งได้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการทวงหนี้นอกระบบข้ามชาติ โดยยึดของกลาง เป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คจำนวน 22 เครื่อง โทรศัพท์มือถือจำนวน 28 เครื่อง โดยจับกุมผู้ต้องหาได้เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ จ.ชลบุรี
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการสืบสวนผู้ต้องหากลุ่มนี้มีพฤติกรรมน่าสงสัย มีการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแล้วมายื่นขออยู่ต่อในราชอาณาจักรที่ ตม.จังหวัดชลบุรี โดยมีพฤติการณ์ พักอาศัยรวมกันเป็นจำนวนมากในบ้านหลังเดียวกัน เช่าบ้านร่วมกัน 2 หลัง ค่าเช่าประมาณ 2-3 หมื่นบาทต่อเดือน แต่ไม่มีการเดินทางออกจากบ้านไปท่องเที่ยวแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่ ตม.ชลบุรี จึงนำหมายค้นเข้าไปตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน จำนวน 13 ราย อายุระหว่าง 18-40 ปี เดินทางเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย 90 วัน พร้อมเช่าบ้านใช้เป็นฐานปฏิบัติทวงหนี้ ซึ่งการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ ได้ค่าจ้าง 20,000-30,000 บาทต่อเดือน
ผู้ต้องหากลุ่มนี้ กระทำการปล่อยเงินกู้นอกระบบ และติดตามทวงหนี้โดยมีลูกหนี้เป็นชาวจีน อยู่ที่ประเทศจีนทั้งหมด การทวงถามใช้ระบบโทรศัพท์และระบบอินเทอร์เน็ต มีลูกหนี้ประมาณ 2,000 กว่าราย และมีการเรียกเก็บดอกเบื้ยในอัตรา 160 บาทต่อเดือน คิดเป็นยอดหนี้รวมทั้งหมดกว่า 12 ล้านบาท หากลูกหนี้รายใดไม่ยอมจ่ายตามกำหนด ก็จะมีการประสานกลุ่มแก๊งที่อยู่ในประเทศจีนไปติดตามทวงถาม ทำงานเป็นเครือข่าย หลังจากนี้จะต้องสอบสวนว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และเตรียมผลักดันกลับประเทศ ส่วนคนไทยที่ให้พักอาศัยก็มีความผิดฐานไม่แจ้งการเข้าอยู่อาศัยของบุคคลต่างด้าว มีความผิดตามมาตรา 38 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง







