
ลุ่มน้ำแควใหญ่ระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างช้าๆหลังเขื่อนศรีฯเพิ่มการระบายน้ำเป็นวันที่2
กาญจนบุรี-เขื่อนศรีฯเพิ่มการระบายน้ำเป็นวันที่2ส่งผลให้ลุ่มน้ำแควใหญ่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างช้าๆขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณระดับน้ำในอ่างเก็บส่งสัญญาณดีขึ้นปริมาณน้ำไหลเข้า-ออกเริ่มสมดุล
กาญจนบุรี-เขื่อนศรีฯเพิ่มการระบายน้ำเป็นวันที่2ส่งผลให้ลุ่มน้ำแควใหญ่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างช้าๆขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณระดับน้ำในอ่างเก็บส่งสัญญาณดีขึ้นปริมาณน้ำไหลเข้า-ออกเริ่มสมดุล
เมื่อวันที่ 8 ก.ย.61 เขื่อนศรีนครินทร์ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนท่าทุ่งนา เพิ่มขึ้นอีก 2 ล้านลบ.ม.ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง แผนการระบายน้ำอยู่ที่ 26 ล้าน ลบ.ม.และวันพรุ่งนี้(8ก.ย.)จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 28 ล้าน ลบ.ม.จากนั้นก็จะคงที่ไว้อยู่ที่ 28 ล้านลบ.ม.ไปจนถึง 13 ก.ย.61 ซึ่งปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มขึ้นยังไม่เกินความจุของลำน้ำแควใหญ่ บริเวณบ้านหนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี แต่อาจมีพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำบางแห่งได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เอ่อสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันอีก 35 ซม.
นายประเสริฐ อินทับ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ (อขศ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 176.35 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) เป็นปริมาณน้ำ 16,254.75 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 91.60% วานนี้ (7 ก.ย.61) มีน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ 42.24 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ระดับ 176.33 ม.รทก. เพิ่มขึ้นจากวันที่ 6 ก.ย.61 (176.29 ม.รทก.) 4 ซม.ได้มีการระบายน้ำออกตามแผนการระบายน้ำ 25.38 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเขื่อนศรีนครินทร์ยังมีพื้นที่รับน้ำได้อีก 1,498.19 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 8.44%
เขื่อนท่าทุ่งนา ได้ระบายน้ำสอดคล้องกับแผนระบายน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ คือ ระบายน้ำวันละ 26 ล้าน ลบ.ม. โดยไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อตัวเขื่อนเช่นเดียวกัน
นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ (อขว.) ระบุถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งมีความจุอ่าง 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ 155 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ว่า ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในเขื่อน 8,449 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 95% มากกว่าเกณฑ์ควบคุม (URC) 2.01 ม. โดยวานนี้ (7 ก.ย.61) มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ 58.84 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ระดับ 153.94 ม.รทก. ซึ่งเมื่อเทียบกับวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา พบว่า ระดับน้ำในอ่างฯ คงที่ ซึ่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณยังสามารถรับน้ำได้อีก 407 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 5% และได้มีการระบายน้ำออกตามแผนการระบายน้ำ 57.90 ล้านลูกบาศก์เมตร (รวมระบายน้ำผ่านสปิลเวย์ 16.01 ล้าน ลบ.ม.แล้ว)
สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำแควน้อย ภาพรวมระดับน้ำยังคงทรงตัว ส่วนลุ่มน้ำแควใหญ่ รวมระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างช้าๆ เมื่อเวลา 16.00 น.ที่สถานีวัดระดับน้ำในลำน้ำแควน้อย ที่สถานี K.10 บ้านลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่น้ำจะล้นตลิ่ง ปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่ 9.51 เมตร (ระดับตลิ่ง 10.30 ม.) ยังคงต่ำกว่าตลิ่ง -0.79 เมตร ส่วนที่สถานีวัดระดับน้ำในลำน้ำแควใหญ่ ที่สถานี K.35 A บ้านหนองบัว ต.หนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี ปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่ 4.92 เมตร (ระดับตลิ่ง 5.50 ม.) ยังคงต่ำกว่าตลิ่ง -0.58 เมตร ซึ่งทั้งลำน้ำแควน้อยและแควใหญ่ปริมาณน้ำที่ทั้ง 2 เขื่อนระบายเพิ่มขึ้น ยังไม่ล้นตลิ่งแต่อย่างใด แต่จะมีเพียงพื้นที่ลุ่มต่ำตามแนวตลิ่งเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว
อย่างไรก็ตามยังคงต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากในพื้นที่ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ตอนบนของจังหวัด
ทั้งนี้จากการปรับเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์ ดังกล่าวทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านมาที่เขื่อนแม่กลอง ตั้งอยู่ที่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี สร้างขึ้นบนแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งรับน้ำจากเขื่อนทั้งสอง มีปริมาณมากขึ้น จึงได้ปรับเพิ่มการระบายไปตามน้ำสาขาคลองระบาย คลองชลประทาน และลงสู่แม่น้ำแม่กลอง 792 ลบ.ม./วินาที โรงไฟฟ้าพลังน้ำระบาย 110 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมเป็น 902 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยกำหนดให้ระบายน้ำลงท้ายเขื่อนแม่กลองไม่เกิน 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งแนวทางการจัดการได้ประเมินจากแนวโน้มน้ำที่จะไหลมาที่เขื่อนแม่กลองเป็นจำนวนมาก เขื่อนแม่กลองก็จะผันน้ำเข้าระบบชลประทาน เพื่อรักษาระดับน้ำหน้าเขื่อนแม่กลองให้อยู่ที่ระดับ 22.20 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ถ้าหากระดับน้ำต่ำกว่านี้ ผู้ประกอบการชาวเรือชาวแพที่อยู่หน้าเมืองกาญจนบุรี ก็จะได้รับผลกระทบ







