posttoday
คุมหาเสียงออนไลน์ เตะตัดขาสกัดดาวรุ่ง

คุมหาเสียงออนไลน์ เตะตัดขาสกัดดาวรุ่ง

04 กันยายน 2561

การเลือกตั้งเริ่มขยับเข้าใกล้ไปอีกก้าวดังจะเห็นได้จากความเคลื่อนไหวของหลายฝ่ายค่อนข้างตอบสนองต่อการจัดการเลือกตั้งและการทำกิจกรรมพอสมควร

ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การเลือกตั้งเริ่มขยับเข้าใกล้ไปอีกก้าวดังจะเห็นได้จากความเคลื่อนไหวของหลายฝ่ายค่อนข้างตอบสนองต่อการจัดการเลือกตั้งและการทำกิจกรรมพอสมควร

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งสัญญาณการใช้มาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 เกี่ยวกับการทำไพรมารีโหวต ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะกลับมาใช้โมเดลคณะกรรมการสรรหาแบบตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เคยเสนอเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่ สนช.ได้ตัดต่อจนเสียรูปร่างไปพอสมควร และนำมาซึ่งการพยายามแก้ไขกฎหมายในปัจจุบัน

เช่นเดียวกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดพบว่าได้เริ่มต้นการแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 350 เขตแล้ว เร็วๆ นี้น่าจะได้รู้กันว่าจังหวัด และพื้นที่ใดจะมี สส.เพิ่มขึ้นหรือลดลง

การแบ่งเขตเลือกตั้งดังกล่าวในมุมมองของพรรคการเมืองจะว่าไปแล้วต้องถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุดเรื่องหนึ่งเทียบเท่ากับการกำหนดนโยบายหาเสียงกันเลยทีเดียว เพราะนั่นหมายถึงการวางตัวผู้สมัครว่าใครเหมาะในพื้นที่ไหนอย่างไร ยิ่งการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นระบบที่ทุกคะแนนจากคนชนะหรือแพ้ต่างมีความหมายแทบทั้งสิ้น ส่งผลให้พรรคการเมืองจึงต่างจับตาการแบ่งเลือกตั้งครั้งนี้อย่างเข้มข้นกันเลยทีเดียว

นอกเหนือไปจากการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ กกต.กำลังเดินหน้าแล้ว ก็ยังมีเรื่องการกำหนดแนวทางการหาเสียงที่ กกต.ค่อนข้างเน้นเป็นพิเศษด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการหาเสียงผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันพื้นที่สาธารณะทางการเมืองได้เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ซึ่งเวลานี้ได้เข้ามาอยู่ในสังคมออนไลน์พอสมควร ทำให้พรรคการเมืองหลายพรรคต่างต้องการช่วงชิงพื้นที่ดังกล่าวให้มากที่สุด

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ที่อยู่ในระหว่างการรอประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 70 เปิดทางให้พรรคการเมืองหาเสียงโดยอาศัยช่องทางทางออนไลน์ได้ แต่จะต้องยุติลงในเวลา 18.00 น. ก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวันจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง พร้อมกับให้นำค่าใช้จ่ายในการหาเสียงโดยวิธีการนี้ไปรวมคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครและพรรคการเมืองด้วย

เมื่อดูจากหลักการดังกล่าวแล้ว แน่นอนว่าต้องการไม่ให้ใช้สื่อออนไลน์ออกนอกลู่นอกทาง เพราะในทางปฏิบัติแล้วการคุมการหาเสียงบนสื่อออนไลน์ทำได้ยากกว่าการหาเสียงที่ขึ้นรถและตั้งเวทีปราศรัยตามปกติ

ด้วยเหตุผลนี้เองส่งผลให้ กกต.เตรียมออกระเบียบเพื่อรองรับและ คุมเข้มการหาเสียงด้วยวิธีการดังกล่าว

"จะกำหนดขอบเขตการหาเสียงของพรรคการเมือง และผู้สมัครทางอิเล็กทรอนิกส์ว่าทำได้ลักษณะใดบ้าง แต่ต้องแจ้งกับ กกต.ล่วงหน้า และรับผิดชอบเนื้อหาไม่ให้เป็นการใส่ร้าย กกต.จะแจ้งเจ้าของให้ลบข้อ ความภายใน 1 วัน หากไม่ปฏิบัติตาม กกต.จะลบข้อความด้วยตัวเอง

ถึงแม้จะลบข้อความไปแล้ว ความผิดไม่ได้หายไปด้วย เพราะถือว่าความผิดสำเร็จแล้วต้องรับผิดทางอาญา หากมีผลทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต จนการเลือกตั้งในพื้นที่เสียไปต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น" พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ระบุ

ระเบียบดังกล่าวที่จะออกมา นั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าผลกระทบน่าจะตกอยู่ที่พรรคการเมืองที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่เป็นหลัก

พรรคการเมืองใหม่ในความหมายนี้ไม่ได้หมายถึงพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นใหม่โดยแท้ ซึ่งไม่มีฐานทางการเมือง มาก่อน เช่น พรรคอนาคตใหม่ เป็นต้น

พรรคการเมืองตามความหมาย ดังกล่าว ต้องการใช้สื่อออนไลน์ในการสร้างฐานการเมืองขึ้นมาใหม่แข่งกับพรรคการเมืองปัจจุบัน โดยต้องการ ดึงกลุ่มมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งครั้งแรกหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ (New Voter) ซึ่งคนกลุ่มนี้จะแฝงอยู่ในพื้นที่สังคมออนไลน์เป็นหลัก เท่ากับว่าแทนที่พรรคการเมืองหน้าใหม่จะได้สื่อนี้หาเสียงได้เต็มที่ อาจต้องจำใจแบ่งทรัพยากรมาสู้กับพรรคการเมืองเดิมในสนามเดิมๆ ที่พรรคการเมืองใหม่ไม่ได้ถนัดมากนัก

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าผลกระทบจะตกอยู่ที่พรรคหน้าใหม่เท่านั้น เนื่องจากผลกระทบได้เหวี่ยงมาถึงพรรคการเมืองปัจจุบันด้วย

นักการเมืองที่เป็นคู่ขัดแย้งกับ คสช.ขณะนี้ต่างใช้สื่อออนไลน์ในการแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลค่อนข้างหนัก ทำให้มีแนวโน้มว่าเมื่อถึงการเลือกตั้งในอนาคตจะช่องทางนี้เป็นอีกหนึ่งสื่อสำหรับการหาเสียงด้วย

อย่างที่ทราบกันดีว่า คสช.กำลังจะลงเลือกตั้ง ซึ่งนักการเมืองในฐานะคู่แข่งก็กำลังจองกฐินอภิปรายไม่ไว้วางใจคสช.นอกสภา เพราะการจะทำให้การหาเสียงได้รับความน่าสนใจมากที่สุดก็คงต้องอาศัยการพูดถึง คสช. เป็นหลัก

ดังนั้น การที่ กกต.กำลังเตรียมเร่งออกระเบียบเพื่อรองรับการทำงานตั้งแต่ต้น ทั้งๆ ที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาประกาศวันเลือกตั้ง จึงไม่ต่างอะไรกับการพยายามตัดตอนไม่ให้ผลกระทบไปถึง คสช.โดยตรงด้วย เนื่องจากเร็วๆ นี้กำลังจะมีการประกาศคลายล็อกการเมืองให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้

เมื่อพรรคการเมืองถูกบล็อก ตั้งแต่ต้นทาง เส้นทางของ คสช.และเครือข่ายจึงสะดวกมากขึ้น เหลือแต่เพียงจะงัดกลยุทธ์อะไรมาชนะใจประชาชนเท่านั้น.

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว