
น้ำท่วม 11 วันตายแล้ว 15 ราย
"ปภ."สรุป 11 วัน อ่วมน้ำท่วม 21 จังหวัด ปชช.เดือดร้อนเฉียดล้าน ตาย 15 ราย ถนน 6 จังหวัดพัง 15 เส้นทาง เพิ่มเงินทดรองจ่ายจาก 50 ล้านเป็น 100 ล้านบาท
"ปภ."สรุป 11 วัน อ่วมน้ำท่วม 21 จังหวัด ปชช.เดือดร้อนเฉียดล้าน ตาย 15 ราย ถนน 6 จังหวัดพัง 15 เส้นทาง เพิ่มเงินทดรองจ่ายจาก 50 ล้านเป็น 100 ล้านบาท
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ( ปภ.) รายงานขณะนี้มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 21 จังหวัด 136 อำเภอ 978 ตำบล 6,814 หมู่บ้าน ได้แก่ พิจิตร ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ระยอง ตราด สระแก้ว นครราชสีมา ปราจีนบุรี ลพบุรี นครสวรรค์ ชัยภูมิ สระบุรี เพชรบูรณ์ นครนายก ศรีสะเกษ ตาก สุรินทร์ บุรีรัมย์ และขอนแก่น ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 284,389 ครัวเรือน 814,406 คน ผู้เสียชีวิต 15 ราย ผู้สูญหาย 1 ราย
นอกจากนี้ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ต.เนินแจง และต.โนนเหล็ก อ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี ทั้งนี้ ผู้ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า ขอเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำเจ้าพระยา 6 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร เตรียมรับมือภาวะน้ำล้นตลิ่งในช่วงที่น้ำเหนือไหลบ่า และน้ำทะเลหนุน โดยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง รวมถึงติดตามและปฏิบัติตามประกาศแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากจังหวัดนครราชสีมา ยังคงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี เนื่องจากเป็นเส้นทางผ่านของแม่น้ำมูล ตลอดจนจังหวัดชัยภูมิ ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าน้ำจะไหลเข้าสู่จังหวัดขอนแก่นในช่วง 2 – 3 วันนี้ ขอเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ข้างต้น เตรียมรับมือภาวะน้ำท่วมด้วย
ผลจากสถานการณ์น้ำท่วมขังเส้นทางจราจรใน 6 จังหวัด จำนวน 15 เส้นทาง โดยขอเพื่อเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น โดยเส้นทางที่น้ำท่วมขังประกอบด้วย ตาก 1 สาย ได้แก่ สาย 1107 เจดีย์ยุทธหัตถี-ท่าปุย กม. 28-34 อำเภอบ้านตาก ให้ใช้เส้นทางในหมู่บ้าน นครราชสีมา 4 สาย ได้แก่ สาย 205 ชัยภูมิ-โนนไทย อำเภอพระทองคำ กม. 396-403 ให้ใช้เส้นทางหมายเลข 224 ตอนนครราชสีมา - เฉลิมพระเกียรติ สาย 224 หัวทะเล-โชคชัย-ครบุรี อำเภอเมืองนครราชสีมา กม.2-16 ให้ใช้ทางหลวงชนบท สาย 226 นครราชสีมา-จักราช อำเภอจักราช กม.16-35 ให้ใช้ทางหลวงชนบท สาย 2421 ลำพระเพลิง-โชคชัย อำเภอโชคชัย กม. 44-46 ให้ใช้เส้นทางสาย 24 ปักธงชัย-โชคชัย
นายวิบูลย์กล่าวต่อว่า สระแก้ว 2 สาย ได้แก่ สาย 3366 ท่าข้าม-หนองเอี่ยน อำเภออรัญประเทศ ให้ใช้ทางหลวงชนบท สาย 3511 แสนสุข-จารย์จู อำเภออรัญประเทศ กม.0-7 ชัยภูมิ 1 สาย ได้แก่ สาย 2037 ผักปัง –เกษตรสมบูรณ์ –ชัยภูมิ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ กม.ที่ 7-35 ให้ใช้เส้นทางสายชุมแพ-แก้งคร้อ ลพบุรี 6 สาย ได้แก่ เส้นทางสายบ้านหมี่-โคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง กม.5-16 ให้ใช้ทางสาย 3024 ตอนบ้านหมี่-ช่องลม สาย 3016 ป่าตาล-ป่าหวาย อำเภอเมืองลพบุรี กม. 0-4 ให้ใช้เส้นทางหลวงชนบท สาย 3019 เขาพระงาม-โคกกระเทียม อำเภอเมืองลพบุรี กม. 1-2 ให้ใช้ สาย 3196 สาย 205 ฉลุงเหล็ก-โคกสำโรง-ลำนารายณ์-ลำสนธิ อำเภอโคกสำโรง ชัยบาดาล กม.190-259 ให้ใช้เส้นทางสาย 1 โคกสำโรง-ลำพยนต์ และสาย 2089 ตอนน้ำสุด- ลำนารายณ์ สาย 2256 ชัยบาดาล – ด่านขุนทด อำเภอชัยบาดาล ก.ม. 0-2 ให้ใช้เส้นทางสาย 205 ตอนท่าหลวง-ชัยบาดาล สาย 2275 ชัยบาดาล – บึงสามพัน อำเภอชัยบาดาล กม. 0-2 ให้ใช้เส้นทางสาย 21 ชัยบาดาล-บึงงามพัน สระบุรี 1 สาย ได้แก่ สาย 2275 ชัยบาดาล – บึงสามพัน อำเภอชัยบาดาล กม. 0-2 ให้ใช้เส้นทางสาย 21 ชัยบาดาล-บึงสามพัน
นายวิบูลย์ ยังกล่าวด้วยว่า เป็นห่วงสถานการณ์น้ำที่ไหลจาก จ.นครราชสีมา ไปยัง จ.ชัยภูมิ จ.ยโสธร จ.บุรีรัมย์ จ.อุบลราชธานี จ.นครนายก จ.ปราจีนบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่ง ปภ. ได้ระดมให้ทุกหน่วยงานเตรียมรับมือน้ำที่จะไหลลงไปอย่างเต็มที่ รวมถึงน้ำเหนือที่จะผ่าน จ.อยุธยา จ.ปทุมธานี และเข้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยสุดสัปดาห์นี้ต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด หากมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มและน้ำทะเลหนุน น้ำจะทะลักเข้าสู่ กทม. อย่างไรก็ตามในวันนี้ จะประกาศยกเลิกพื้นที่เฝ้าระวังพื้นที่ภัยพิบัติในจังหวัดระยองและตราด และเพิ่มพื้นที่เฝ้าระวังใน จ.นครปฐม และ จ.นนทุบรี พร้อมยอมรับว่าอุปกรณ์ที่ขาดแคลน ได้แก่ เรือท้องแบน เต็นท์ เครื่องอุปโภคบริโภค
นายวิบูลย์ กล่าวด้วยว่า ปภ.ได้เสนอคณะรัฐมนตรีให้เห็นชอบมาตรการขออนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการของผู้ว่าราชการจังหวัดจาก 50 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านการเห็นชอบจาก ครม. แล้ว รวมถึงให้ผ่อนผันหลักเกณฑ์การช่วยเหลือจากงบประมาณดังกล่าวให้มีความคล่องตัว และลดขั้นตอนที่ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความล่าช้า ในส่วนของการช่วยเหลือค่าชดเชยความเสียหายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ และทรัพย์สินบางประเภท ปภ.จะได้กำหนดมาตรการและหลักเกณฑ์การช่วยเหลือที่ชัดเจน เช่น เพิ่มวงเงินจากระเบียบปัจจุบัน หรือการให้เงินชดเชยครัวเรือนตามพื้นที่ที่กำหนด เสนอคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว และทั่วถึง
21 จังหวัดอ่วม
นายวิบูลย์ กล่าวว่า สำหรับความเสียหายในแต่ละจังหวัด ได้แก่ พิจิตร น้ำในแม่น้ำยมเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งใน 4 อำเภอ 14 ตำบล ได้แก่ อำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนางราง และโพทะเล
ชัยนาท
น้ำท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ 40 ตำบล 342 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 16,940 ครัวเรือน 44,987 คน ได้แก่ อำเภอเมืองชัยนาท เนินขาม หันคา วัดสิงห์ หนองมะโมง มโนรมย์ และสรรพยา
สุพรรณบุรี
มีน้ำในแม่น้ำท่าจีนไหลเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ 61 ตำบล 304 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 44,300 ครัวเรือน 121,436 คน ได้แก่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี บางปลาม้า สองพี่น้อง สามชุก หนองหญ้าไซ และเดิมบางนางบวช
อ่างทอง
น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ 52 ตำบล 215 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 1,950 ครัวเรือน 4,335 คน ได้แก่ อำเภอเมืองอ่างทอง ป่าโมก ไชโย วิเศษชัยชาญ โพธิ์ทอง สามโก้ และแสวงหา
พระนครศรีอยุธยา
น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำน้อย เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มการเกษตรใน 5 อำเภอ 54 ตำบล 297 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 4,494 ครัวเรือน 13,977 คน ได้แก่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา บางไทร มหาราช ผักไห่ และบางบาล
ระยอง
น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ 6 ตำบล 32 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอเมืองระยอง และวังจันทร์ ตราด เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเกาะช้าง และแหลมงอบ สระแก้ว น้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ 10 ตำบล 1 เทศบาล ราษฎรเดือดร้อน 6,346 ครัวเรือน 25,800 คน ได้แก่ อำเภออรัญประเทศ วังน้ำเย็น ตาพระยา และโคกสูง
นครราชสีมา
น้ำท่วมในพื้นที่ 24 อำเภอ 238 ตำบล 1,653 หมู่บ้าน ผู้เสียชีวิต 3 ราย สูญหาย 1 ราย ได้แก่ อำเภอเมืองนครราชสีมา สูงเนิน ขามทะเลสอ โนนแดง เสิงสาง คง หนองบุญมาก จักรราช เทพารักษ์ ด่านขุนทด บ้านเหลื่อม โนนสูง โชคชัย พิมาย โนนไทย ห้วยแถลง ปากช่อง สีคิ้ว ปักธงชัย ขามสะแกแสง เฉลิมพระเกียรติ พระทองคำ บัวใหญ่ และครบุรี
ปราจีนบุรี
มีน้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ 4 ตำบล 14 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอนาดี และกบินทร์บุรี ความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ
ลพบุรี
น้ำท่วมในพื้นที่ 11 อำเภอ 120 ตำบล 1,012 หมู่บ้าน ผู้เสียชีวิต 4 ราย ได้แก่ อำเภอเมืองลพบุรี โคกสำโรง ชัยบาดาล พัฒนานิคม ลำสนธิ ท่าหลวง หนองม่วง สระโบสถ์ โคกเจริญ บ้านหมี่ และท่าวุ้ง
นครสวรรค์
น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ 25 ตำบล ราษฎรเดือดร้อน 2,226 ครัวเรือน 6,698 คน ได้แก่ อำเภอตาคลี ลาดยาว หนองบัว ท่าตะโก และไพศาลี
ชัยภูมิ
น้ำท่วมในพื้นที่ 16 อำเภอ 133 ตำบล ราษฎรเดือดร้อน 63,610 ครัวเรือน 185,742 คน ได้แก่ อำเภอเมืองชัยภูมิ เกษตรสมบูรณ์ ภูเขียว บำเหน็จณรงค์ เนินสง่า จัตุรัส บ้านเขว้า แก้งคร้อ หนองบัวแดง หนองบัวระเหว คอนสวรรค์ ซับใหญ่ คอนสาร ภักดีชุมพล เทพสถิติ และบ้านแท่น
สระบุรี
น้ำท่วมในพื้นที่ 8 อำเภอ 39 ตำบล ได้แก่ อำเภอเมืองสระบุรี บ้านหม้อ พระพุทธบาท มวกเหล็ก แก่งคอย วังม่วง เสาไห้ และเฉลิมพระเกียรติ
เพชรบูรณ์
น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ 49 ตำบล 271 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ หนองไผ่ ศรีเทพ บึงสามพัน และวิเชียรบุรี
นครนายก
น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอบ้านนา 2 ตำบล ราษฎรเดือดร้อน 500 ครัวเรือน 1,500 คน ศรีสะเกษ น้ำล้นสปริงเวย์เข้าท่วมในพื้นที่ตำบลกันทรอม อำเภอขุนหาญ ความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ
ตาก
น้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ 39 ตำบล 1เทศบาลนคร 267 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 30,332 ครัวเรือน 100,006 คน ได้แก่ อำเภออุ้งผาง พบพระ แม่สอด ท่าสองยาง แม่ละมาด และบ้านตาก
สุรินทร์
น้ำท่วมในพื้นที่ 7 อำเภอ 33 ตำบล 252 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 25,422 ครัวเรือน 96,594 คน ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ สังขะ บัวเชด ศรีขรภูมิ ศรีณรงค์ ชุมพลบุรี และกาบเชิง
บุรีรัมย์
น้ำท่วมในพื้นที่ 11 อำเภอ 62 ตำบล 485 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 13,275 ครัวเรือน 51,877 คน ผู้เสียชีวิต 4 คน ความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ ได้แก่ อำเภอโนนดินแดง สตึก ปะคำ บ้านกรวด ประโคนชัย เฉลิมพระเกียรติ ละหานทราย นางรอง หนองหงส์ ลำปลายมาศ และชำนิ
ขอนแก่น
น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอภูผาม่าน และบ้านไผ่ นอกจากนี้ ลำปาง น้ำในอ่างเก็บน้ำผาวิ่งชู้ ล้นตลิ่งและกัดเซาะแนวร่องระบายน้ำ เข้าท่วมพื้นที่ลุ่มในบางส่วนของอำเภอแม่พริก ขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
อุทัยธานี
น้ำจากแม่น้ำวงก์และคลองโพธิ์ ไหลเข้าสู่แม่น้ำแควตากแดด ส่งผลทำให้น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลเนินแจง และตำบลโนนเหล็ก อำเภอเมืองอุทัยธานี พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายประมาณ 300 ไร่ ขณะนี้ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องแล้ว







