
ส่งออกก.ย.เจ๊งค่าบาท7หมื่นล.
ส่งออก ก.ย. ทำสถิติสูงสุดแต่เจ๊งค่าบาท 7 หมื่นล้านบาท
ส่งออก ก.ย. ทำสถิติสูงสุดแต่เจ๊งค่าบาท 7 หมื่นล้านบาท
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือน ก.ย. 2553 มีมูลค่า 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทำสถิติมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการส่งออกมา ขยายตัว 21.18%
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบในรูปเงินบาทมีมูลค่าส่งออก 5.65 แสนล้านบาท ขยายตัว 12.36% ซึ่งเงินบาทที่แข็งค่าทำให้รายได้ในรูปเงินบาทเดือน ก.ย. ลดลง 7 หมื่นล้านบาท และคาดว่า 3 เดือนข้างหน้า คือ ต.ค.ธ.ค. มูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทจะลดลงถึง 2 แสนล้านบาท
ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 1.49 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 16.03% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 3,065 ล้านเหรียญสหรัฐ
เมื่อรวมตัวเลขส่งออก 9 เดือน (ม.ค.ก.ย.) มีมูลค่า 1.43 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 31.07% ส่วนนำเข้า 9 เดือน มีมูลค่า 1.33 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 43.45% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้ามูลค่า 9,145 ล้านเหรียญสหรัฐ
นางพรทิวา กล่าวว่า ขณะนี้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ทั่วโลก กำลังหารือถึงเป้าหมายการส่งออกในปี 2554 รายตลาดการส่งออกในปี 2555 และผลกระทบจากค่าเงินบาท และแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการ
ดนายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า มูลค่าการส่งออกที่ยังเพิ่มขึ้นได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาสินค้าของเอกชนเพิ่มขึ้น56% จากเงินบาทแข็งค่า แต่ตอนนี้ผู้ส่งออกได้หยุดรับคำสั่งซื้อล่วงหน้าระยะ 6 เดือนหมดแล้ว เพราะไม่สามารถกำหนดทิศทางค่าเงินได้
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลดูแลค่าเงิน เพราะกระทบกับการส่งออกโดยตรง อย่าดูแลเฉพาะเรื่องเงินเฟ้อซึ่งขยับขึ้นแค่ 3% ถ้าคุมไม่อยู่ก็ไม่ควรมาเป็นรัฐบาล







