posttoday
สกัดสึนามิการเงิน

สกัดสึนามิการเงิน

21 ตุลาคม 2553

 ตอนนี้กลัวค่าเงินบาทแข็งมากกว่าเงินเฟ้อ...

 ตอนนี้กลัวค่าเงินบาทแข็งมากกว่าเงินเฟ้อ...

โดย...ทีมข่าวการเงิน

เรียกได้ว่า “แทงหวยถูก” กันทั้งบาง เมื่อคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% เป็นสัญญาณว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งจะชะลอลง มีผลโยงไปถึงตลาดตราสารหนี้ ทั้งหุ้นกู้และพันธบัตรด้วยนับเป็นมติ กนง.ที่ออกมาท่ามกลางแรงกดดันของทุกฝ่ายที่บอกว่า ตอนนี้กลัวค่าเงินบาทแข็งมากกว่าเงินเฟ้อ...

คนกลัวเศรษฐกิจจะพังพาบ คนตกงาน ร้านค้าปิดกิจการ มากกว่าสินค้าแพงเพราะการส่งออกคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมากถึง 2 ใน 3 ของทั้งประเทศ ต้องดูแลยิ่งกว่าไข่ในหินอีกทั้งยังมีธุรกิจต่อเนื่องจากกลุ่มส่งออก เช่น ผู้ผลิตชิ้นส่วน เกษตรกรที่ขายวัตถุดิบอีกนับล้านครอบครัว ถือเป็นการ “ยืน” อัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกหลังจากที่ กนง.มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม 2 รอบก่อนหน้านี้

โดย นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. ให้เหตุผลว่าแม้ขณะนี้จะเป็นวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ไม่ใช่ กนง.ตั้งเข็มแล้วเดินหน้าอย่างเดียว ควรจะดูสถานการณ์สิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงด้วย

ภายในปีนี้ กนง.เหลือการประชุมอีก 1 ครั้ง คือ วันที่ 1 ธ.ค.นี้ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์และนักการเงินมองว่า กนง.ก็ยังคงตรึงดอกเบี้ยต่อไป จนกว่าสถานการณ์เงินทุนไหลเข้าจะปกติ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า สกุลเงินในภูมิภาคเอเชียและเงินบาทยังคงต้องเผชิญกับแนวโน้มการแข็งค่าต่อไปในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า โดยคาดว่า เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 29 และ 28.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงสิ้นปี 2553 และกลางปี 2554

ไม่เพียงเท่านั้น มาตรการเพิ่มปริมาณเงินดอลลาร์เพื่อกดดอกเบี้ยของเฟด ยังส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ไหลข้ามมาหาผลตอบแทนในฝั่งเอเชียอย่างต่อเนื่องประเทศไทยก็อาจต้องเตรียมรับ สึนามิการเงิน ระลอกที่สองอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า จะสร้างแรงกดดันให้ธนาคารกลางเอเชียและ ธปท.จำต้องพิจารณาใช้มาตรการดูแลการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศเพื่อช่วยดูแลเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน

โดยล่าสุด ธนาคารกลางจีน ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก 0.25% มีผลบังคับใช้วันพุธที่ 20 ต.ค. ซึ่งถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของจีนนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2550

เพราะเงินทุนที่ไหลบ่าเข้ามายังดินแดนมังกร ทำให้เศรษฐกิจเติบโตมโหฬาร เรียกได้ว่าเงินล้นประเทศ จนธนาคารกลางจีน กลัวภาวะที่เรียกว่า ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ และเงินเฟ้อ    จึงต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อเบรกความร้อนแรง!!!

ด้านอัตราแลกเปลี่ยนนั้น รัฐบาลจีนมีการตรึงค่าเงินหยวน ช่วยคลายความกังวลเรื่องเงินแข็งไปได้ระดับหนึ่ง ต่างจากประเทศไทยที่ลอยตัวค่าเงินบาท การจะขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อสูง ก็ต้องดูอัตราแลกเปลี่ยนควบคู่กันไป ถือเป็นความลำบากใจของผู้กำหนดนโยบายที่เหมือนโดนแซนด์วิชอยู่ตรงกลาง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ทิศทางการแข็งค่าของเงินบาท รวมกับมาตรการบรรเทาค่าครองชีพ การตรึงราคาก๊าซเอ็นพีจีและแอลพีจีของรัฐบาล และการขอความร่วมมือในการตรึงราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ เป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนช่วยในการบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อภายในประเทศลง

อย่างน้อยก็ในระยะสั้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เอื้อให้ กนง.สามารถพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.75% ไว้ตามเดิม เพื่อรอประเมินความเสี่ยงจากเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังเศรษฐกิจไทย โดยเงินเฟ้อในเดือน ก.ย. 2553 สูงขึ้น 3% และกระทรวงพาณิชย์คาดว่าในปีนี้เงินเฟ้อจะอยู่ที่ 3.5%

ขณะที่คณะรัฐมนตรียังออกมาส่งสัญญาณให้ราคาสินค้าลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตและต้องนำเข้า คือปุ๋ยและยาฆ่าแมลงการตรึงดอกเบี้ยของ ธปท.เที่ยวนี้ ยังสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในประเทศ ที่กำลังเผชิญหน้ากับอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ แม้แต่ ธปท.เองก็ยังไม่สามารถประเมินได้ว่า ความเสียหายครั้งนี้จะใหญ่หลวงแค่ไหน และทำให้จีดีพีลดลงไปเท่าไหร่

โดยวันที่ 28 ต.ค.นี้ ธปท.จะมีการประเมินอัตราการเติบโต ตามปัจจัยการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่มีเข้ามากระทบหรือมีผลต่อเศรษฐกิจไทย จากปัจจุบันที่ ธปท.มองว่าเศรษฐกิจปีนี้น่าจะโตได้ที่ระดับ 6.5-7.5% และปีหน้าที่ 3-5%

“แม้ปัญหาน้ำท่วมถึงจะเกิดในหลายพื้นที่ แต่ก็เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน จะให้ประเมินผลกระทบต่อการเติบโตเลย คงจะเร็วเกินไปที่จะมองว่าเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ เพราะความเสี่ยงด้านอื่นๆ มีมากกว่า แค่เรื่องนี้จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด” นายไพบูลย์ กล่าว

ดอกเบี้ยต่ำ น่าจะเป็นตัวช่วยในการประคับประคองเศรษฐกิจไทยได้ผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่กำลังผ่อนบ้าน หรือธุรกิจที่เป็นหนี้สินเชื่อ ก็จะไม่ต้องรับภาระดอกเบี้ยที่หนักเกินไป

ขณะที่ธุรกิจหลายสาขายังได้รับอานิสงส์จากดอกเบี้ยต่ำต่อไป คือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มสินค้าเงินผ่อน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มยานยนต์ โดยจะเห็นว่าคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านมือสอง ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง

จะช่วยสนับสนุนเรื่องการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดอัตราการว่างงานของประเทศ เหลือเพียง 0.9% ของกำลังแรงงานเท่านั้น ถือว่าต่ำที่สุดในรอบหลายสิบปีก็ว่าได้

เรียกได้ว่างานนี้ ธปท.ลงจากหอคอยงาช้าง เข้าใจคนเดินดินกินข้าวแกงมากขึ้น ตัดสินใจถูกไม่กางตำราแก้ปัญหา ไม่งั้นคงราพณาสูรไปตามๆ กัน ...ฟันธง

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ