
กระโดดข้ามเราอีกแล้ว
ต้องบอกว่า เราโดนกระโดดข้ามหัวอีกแล้ว
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ต้องบอกว่า เราโดนกระโดดข้ามหัวอีกแล้ว
เมื่อมีการประกาศตัวเลขทางการค้าระหว่างจีนกับเวียดนามในเดือน มิ.ย. ปรากฏว่าการค้าระหว่าง 2 ประเทศ ขยับขึ้นเป็น 1.12 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แซงหน้ามาเลเซียที่มีมูลค่า 9,300 ล้านดอลลาร์
ผลที่ตามมาจึงทำให้เวียดนามแซงมาเลเซียขึ้นเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดกับจีน ในบรรดาสมาชิกกลุ่มอาเซียน
มูลค่าการค้าระหว่างจีนกับเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่มูลค่าขยับขึ้นเป็นกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกันตั้งแต่เดือน ก.พ.ปีนี้ จีนเป็นผู้นำเข้าสินค้าจากเวียดนามรายใหญ่ที่สุด แทนที่สหรัฐ
ความสัมพันธ์ทางการค้าจีน-เวียดนาม จึงขยายตัวแซงหน้าชาติอื่นๆ ในอาเซียน
ช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าการค้าสองฝ่ายได้เพิ่มขึ้นเป็น 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าจีนไปยังเวียดนามขยายตัวในอัตรา 23.5% ทำให้เวียดนามติดอันดับ 1 ใน 10 ตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดของจีน
ส่วนมูลค่าการส่งออกของเวียดนามไปยังตลาดใหญ่จีนขยายตัวสูงถึง 37.4% กลายเป็นผู้ส่งออกสินค้าไปยังจีนรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน
การค้าระหว่างสองประเทศยังมีโอกาสขยายตัวได้ในระดับสูงขึ้นอีกตามนโยบายของรัฐบาลสองฝ่าย
ทั้งหมดกลายเป็นการบ้านสำคัญที่ต้องเร่งปรับตัว
ปฏิเสธไม่ได้ว่าจีนกลายเป็นตลาดสำคัญอันดับต้นๆ ของโลกไปแล้ว
สำหรับไทย จีนเป็นตลาดส่งออกใหญ่อันดับ 1 แซงหน้าสหรัฐไปหลายช่วงตัว ยิ่งเฉพาะช่วงที่สหรัฐกำลังเล่นงานประเทศต่างๆ ทั่วโลกด้วยมาตรการตอบโต้ทางการค้า ตลาดจีนจึงยิ่งทวีความสำคัญ
หากนับอาเซียนเข้าไปด้วย จีนกลายเป็นตลาดอันดับ 1 ของอาเซียน
การที่เวียดนามสามารถขยับกลายเป็นประเทศที่ทำการค้ามากเป็นอันดับ 1 กับจีน จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างที่ต้องจับตาใกล้ชิด
อนาคตหากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้อยู่ การส่งออก การค้าของเวียดนามจะแซงหน้าไปแบบไม่เห็นฝุ่น โดยมีจีนเป็นพลังขับเคลื่อนและจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงเศรษฐกิจอื่นๆ ตามมาอีก
อย่าลืมว่าสิ่งที่เวียดนามได้เปรียบไทยด้านการส่งออกมีหลายประการ
สิ่งที่สำคัญ เวียดนามมีพรมแดนติดต่อกับจีน หากใครเคยไปบริเวณด่านชายแดนเวียดนาม-จีน ก็จะรู้ได้ว่าทิศทางการค้าชายแดนของสองชาตินี้จะต้องขยายตัวมากไปกว่าที่เห็น
ยิ่งเฉพาะนโยบายของจีน สนับสนุนให้มณฑลตอนใต้ของจีน ทำมาค้าขายกับประเทศที่มีพรมแดนติดกัน รวมถึงหาทางออกทะเลลงมา ใครที่มีพรมแดนติดกับจีนย่อมได้เปรียบ
เท่ากับว่าเฉพาะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ เวียดนามก็ได้เปรียบไปหลายช่วง
นอกจากนั้น เวียดนามยังมีข้อได้เปรียบอื่นอีก อาทิ ด้านแรงงาน ขนาดประชากร ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ไม่เพียงส่งผลบวกเฉพาะด้านการค้า แต่ยังรวมถึงการลงทุนด้วย
นโยบายการค้ากับจีน และนโยบายจีน จึงเป็นเรื่องสำคัญ
ระวังอย่าให้เกิดการกระโดดข้ามหัว จนทิ้งห่างแล้วตามไม่ทัน







