
แห่โลงศพ"น้องหญิง"จี้ภาค1ย้ายตำรวจบางปะอิน
ครอบครัวแห่โลงศพ "น้องหญิง ร้องกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ย้าย ผกก.สภ.บางปะอิน และทีมพนักงานสอบสวน ด้าน "อัจฉริยะ"เผย แม่พยานพบชายคล้ายตำรวจ ยิงปืนขู่หน้าบ้าน 2วัน
ครอบครัวแห่โลงศพ "น้องหญิง ร้องกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ย้าย ผกก.สภ.บางปะอิน และทีมพนักงานสอบสวน ด้าน "อัจฉริยะ"เผย แม่พยานพบชายคล้ายตำรวจ ยิงปืนขู่หน้าบ้าน 2วัน
เมื่อเวลา 09.30น. วันที่ 3 ส.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมและครอบครัวยาวีราช นำรถตู้เคลื่อนโลงศพพร้อมร่างของน.ส.นีรกานต์ ยาวีราช หรือ น้องหญิง มาที่ด้านหน้าอาคารกองบัญชาการ เพื่อมาร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 ให้ดำเนินการสั่งย้าย พ.ต.อ.ฤทธิ์ ศิริเทพ ผกก.สภ.บางปะอิน ร.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ วงค์ภูผานนท์ รองสว.สอบสวน สภ.บางปะอิน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องออกไปจากพื้นที่ทำงานในจ.พระนครศรีอยุธยา
โดย นายอัจฉริยะกล่าวว่า วันนี้ไม่ได้มาหาเรื่องในส่วนของคดี แต่มีปัญหากับผกก.สภ.บางปะอินและพวก จึงต้องการร้องเรียนให้ตำรวจภูธรภาค 1 ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว โดยขอให้ระดับภาคเป็นผู้จัดการ ไม่ใช่ระดับจังหวัด เนื่องจากพยานเรากำลังถูกคุกคาม มีความพยายามที่จะอุ้มตัวบุคคลไปทำการสอบพยาน ที่ผ่านมาเราก็รู้อยู่แล้วว่าพื้นที่บางปะอินนั้นเป็นอย่างไร คดีอุ้มวิศวะก็ยังไม่คืบ ส่วนเรื่องให้ตำรวจรับเงิน 3แสนเพื่อไม่ให้ทำคดี เรารู้ว่าใครเป็นคนรับแต่เอาออกมาพูดไม่ได้ ต้องขอเรียนว่า น.ส.รุ้ง พยานปากสำคัญถูกยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าที่หน้าบ้านมา 2 วัน แล้วบอกตรงๆ เลยว่าเรากลัว
“มีการติดตามคุกคามพยานหลายรูปแบบ จนพยานไม่กล้าออกจากบ้านไปไหน และเมื่อวันที่ 29-30 ก.ค. ที่ผ่านมา มีคนมายิงปืนขึ้นฟ้าที่หน้าบ้านของพยานในย่านวังน้อย 3 นัด ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้แจ้งความอย่างไร เพราะอยู่ในพื้นที่อยุธยา และแม่ของพยานยังเล่าว่า คนที่ยิงปืนสวมเสื้อแจ็กเก๊ตคล้ายพนักงานสอบสวนเดินทางมาด้วยรถกระบะในเวลากลางคืน”
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ได้เรียนกับผู้บังคับบัญชาการหน่วยสอบสวนกลางให้ช่วยดูแลแล้ว ถ้าหน่วยงานกลางใครจะทำงานเราไม่ขัดข้อง แต่หน่วยงานในท้องที่โดยเฉพาะ สภ.บางปะอิน เราไม่ไว้ใจ
ด้านพล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง รองผบช.ภ.1 รับหนังสือร้องเรียนที่นายอัจฉริยะ นำมายื่นให้พร้อมกล่าวว่า ขณะนี้ขอให้เวลากับคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาสอบสวนคดีความก่อน เพื่อความโปร่งใสชัดเจน อย่างไรก็ตาม ทางเราก็ต้องการพยานหลักฐานที่ชัดเจนถึงประเด็นต่างๆ ที่นายอัจฉริยะมาร้องเรียนด้วย
ขณะที่ นายอัจฉริยะตอบว่า ความปลอดภัยเราถูกคุกคามโดยตำรวจแล้วจะเชื่อได้อย่างไร จะมอบพยานหลักฐานไปให้ได้อย่างไร ขอร้องเรียนให้สั่งย้ายผกก.บางปะอินและพวกออกไปจากพื้นที่เพื่อไม่ให้มาแทรกแซงกับตัวคดีอีก
ต่อมา ที่ห้องประชุมเอราวัณ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 กล่าวว่า ได้ติดตามคดีนี้มาโดยตลอด ซึ่งในชั้นต้นทางตัวจ.อยุธยาได้ให้ พ.ต.อ.ฤทธิ์ อดีตผกก.สภ.บางปะอิน ไปช่วยราชการ แต่ตามที่ทราบยังไปปรากฎตัวกับทีมคณะสอบสวน ซึ่งตนได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ พ.ต.อ.ฤทธิ์ ถึงเรื่องนี้แล้ว โดยให้รายงานมาเป็นลายลักษณ์อักษรถึงเหตุผลว่าเป็นอะไรอย่างไรจึงเป็นเช่นนั้น
“เราเข้าใจว่าความสูญเสียที่เกิดเป็นเรื่องที่สะเทือนใจ การปฏิบัติงานของตำรวจเบื้องต้นดูเป็นการบกพร่องทางหน้าที่ และยังมีเรื่องทุจริตอีก คงยากที่จะเกิดความเชื่อมั่นได้ คาดว่าจะต้องออกคำสั่งให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวมาทำงานที่ภาค1 นี่ ขณะที่จังหวัดเองก็มีการสอบสวนอยู่ มีข้อเท็จจริงแล้ว คงหนีไม่พ้น หลักฐานต่างๆที่ทีมของนายอัจฉริยะนำมามอบให้ก็ต้องขอขอบคุณ”
ทั้งนี้พล.ต.ท.สุวัฒน์ ผบช.ภ.1 กล่าวว่า การสืบสวนจะต้องใช้ความละเอียด ซึ่งในบางประเด็นเราต้องการสอบพยานเพิ่มเติมและหากเป็นไปได้ ก็อยากให้ฝั่งนายอัจฉริยะ
ช่วยคุยกับพยานบุคคลว่าสามารถให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนคนใดก็ได้ที่มีความมั่นใจและเชื่อถือได้เสมอ ตอนนี้ก็ทราบว่าพยานสำคัญได้ให้การบางส่วนกับทางกองปราบ ฯแล้ว ในส่วนขององคาพยพภาคอื่นก็ดำเนินการสอบสวนคดีนี้อยู่แล้ว เราทำงานกันทุกวันและให้การสนับสนุนทุกกรณี สำหรับบางเรื่องที่อาจเกิดความได้หรือเสียเปรียบก็ไม่ขอเอ่ยถึงเพราะตำรวจต้องอยู่ในตำแหน่งที่กฎหมายขีดเส้นให้อยู่ ทำอะไรต้องระมัดระวัง ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร.ก็ได้ลงมากำกับดูแล อยากให้ความเชื่อมั่นว่าใครที่ไม่ดีจะลงโทษแน่นอน แต่ต้องเป็นไปตามกติกา เราต้องทำตามกฎระเบียบ
พล.ต.ท.สุวัฒน์ กล่าวถึงผลรายงานการชันสูตรศพเต็มรูปแบบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในขณะนี้ ยังไม่ออกมา ต้องรอเอกสารอย่างเป็นทางการออกมาเพื่อเข้าสู่สำนวนคดี
เช่นเดียวกับผลการพิสูจน์หลักฐาน ที่คาดว่าจะมีแจ้งมาไม่น่าจะเกิน 10 วันนี้ แต่ก็ต้องมาดูอีกทีว่าเอกสารเหล่านั้นจะนำมาเปิดเผยได้หรือไม่และสำหรับการส่งมอบสำนวนต้องเป็นไปตามกระบวนการเอกสารก็จะเหมาะสมกว่า
สำหรับประเด็นรับเงิน 3แสน ต้องสืบทางลึกลงไปว่าใครเป็นใคร ทางเราก็ได้มอบหมายไปแล้ว ตามขั้นตอนจะใช้เวลา 15 วันในการสืบสวน ซึ่งหากไม่พอต้องขยายออกไป
เมื่อถามว่าจะสามารถโอนย้ายงานไปให้กองปราบปรามรับผิดชอบทั้งหมดหรือไม่ พล.ต.ท.สุวัฒน์ ตอบว่าต้องรายงานกับพล.ต.อ. ศรีวราห์ก่อน
ขณะที่นายสุบิน ยาวิราช พ่อของผู้เสียชีวิตกล่าวว่า ตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้นมากกว่าเดิม และยังยืนยันว่าจะไม่เผาศพลูกสาวจนกว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคลิปที่ปรากฎภาพผู้ชาย 5 คนและผู้หญิงอีก 2 คนในร้านเหล้าของคืนวันที่เกิดเหตุนั้น ยังไม่มีการสอบสวนบุคคลในคลิปซึ่งเป็นชายอีก 3 คน นอกจาก นายอ๊อฟ คนขับรถและ นายท็อป แฟนของน.ส.เป็ด ส่วนคลิปเสียงรับเงิน 3แสน ก็ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน







