
"ครอบครัวผมเป็นจำเลยสังคมไม่มีใครฟังเรา"เปิดใจคู่กรณีลูกลุงโดดตึกศาล
ครอบครัวคู่กรณีลูกลุงโดดตึกศาลเปิดบ้านย่านดินแดงขอชี้แจง ยันไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล ครวญสังคมไม่ยอมรับฟัง ยันเป็นผู้บริสุทธิ์หลังรอคอยมาเกือบสองปี
ครอบครัวคู่กรณีลูกลุงโดดตึกศาลเปิดบ้านย่านดินแดงขอชี้แจง ยันไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล ครวญสังคมไม่ยอมรับฟัง ยันเป็นผู้บริสุทธิ์หลังรอคอยมาเกือบสองปี
เมื่อวันที่ 26ก.ค.61 กรณีนายศุภชัย ทัฬหสุนทร อายุ 52 ปี กระโดดตึกชั้น 8 อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23ก.ค.61 เพราะเกิดความเครียดหลังศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนายณัฐพงศ์ เงินคีรี อายุ 19 ปี จำเลยคดีฆ่านายธนิต ทัฬหสุนทร อายุ 23 ปี บุตรชาย เหตุเกิดเมื่อช่วงสงกรานต์ปี59 เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ
นายณัฐพงษ์ เงินคีรี หรือโจ้ พร้อมครอบครัว ได้แถลงข่าวที่บ้านพักแขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. ชี้แจงวันเกิดเหตุว่า ได้ขับรถจักรยานยนต์ไปเล่นน้ำสงกรานต์กับกับแฟนสาวที่ซอยประชาสงเคราะห์ 1 โดยไม่เคยรู้จักกับกลุ่มของนายอารีชัย หรือเบ๊นซ์จำเลยอีกคน และนายธนิตหรือเต้ ผู้ตายมาก่อน แต่รู้จักเด็กในละแวกนั้นและพวกอีก2-3คน คือนายโฟล์คและคนอื่นๆ ระหว่างที่เล่นน้ำกันอยู่ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันทราบว่าเป็นผู้ตายกำลังทะเลาะกับนายโฟล์ค เหตุการณ์ชุลมุนมาก แต่ญาติผู้ใหญ่ของนายโฟล์คได้เข้ามาห้ามปราม และพยายามดึงให้สองฝ่ายเข้าไปไกล่เกลี่ยกัน ขณะนั้นได้ขอแยกไปปัสสาวะและไม่ทราบว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น เมื่อกลับมาอยู่หน้าปากซอย นายเต้หรือผู้ตายได้เดินเข้ามาหาเรื่องและพูดว่าแฟนของนายโจ้ไปมองหน้าเขา เมื่อแฟนเห็นท่าไม่ดีกำลังให้รีบกลับบ้าน เขาก็เดินมาหาเรื่องอีกยอมรับว่าเราได้ชกต่อยกันจริง ซึ่งอาแหม่มญาติของนายโฟล์คก็เห็นเหตุการณ์ และดึงตนแยกออกมา หลังจากนั้นอยู่กับอาแหม่มตลอด ซึ่งที่เห็นในคลิปกลุ่มที่ตะลุมบอนกันไม่รู้จักใครสักคน
วันที่มีการอ่านคำพิพากษา ก่อนออกจากบ้านตนกราบเท้าพ่อ-แม่ก่อนออกไป และไม่ได้เยาะเย้ยญาติของผู้ตายตามที่กระแสข่าวออกมา แต่ดีใจและยังร้องไห้ออกมาด้วยซ้ำ เพราะมันคือความอัดอั้นตันใจที่ต่อสู้เพื่อจะเป็นผู้บริสุทธิ์มาเกือบสองปี และที่ถามว่าได้มีการคุยกับพ่อของผู้ตายหรือเปล่า ยอมรับว่าไม่กล้าเข้าไปคุยกับเขา เพราะสายตาของเขาได้แต่มองตนว่าเป็นคนที่ฆ่าลูกเขา
“ส่วนที่มีคนบอกว่าบ้านผมเป็นผู้มีอิทธิพล ผมอยากบอกตรงนี้เลยว่า ให้ดูสภาพบ้านผม ดูญาติพี่น้องผม แม่ผม และพ่อผมที่ป่วยหลังจากที่เกิดเรื่องขึ้น ถามเพื่อนบ้านผมได้เลยว่า ครอบครัวเราเป็นยังไง เราไม่ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีเลย โดยเฉพาะหลังจากที่ทราบเรื่องที่พ่อเขาโดดตึก ผมกล้าพูดเลยว่า บ้านเราต้องตกเป็นจำเลยสังคมไม่มีใครมารับฟังเรา ครอบครัวผมบ้านผมรู้สึกเสียใจมาก และต้องตกอยู่แต่ความเครียด บ้านผมกลายเป็นครอบครัวที่มีแต่ความทุกข์ ผมกล้าสาบานตรงนี้เลย” นายโจ้กล่าว
ด้านนางหมูแฟนสาว กล่าวว่า วันนั้นเข้าใจว่าผู้ตายน่าจะมีอาการมึนเมา และไม่ทราบว่าได้ไปทำอะไรมาบ้าง แต่วันนั้นระหว่างที่ผู้ตายกำลังชกต่อยกับแฟนของตน จนอาแหม่มมาช่วยแยกตัวออกไป ระหว่างที่กำลังชุลมุน นายเบ๊นซ์ซึ่งไม่เคยรู้จักมาก่อนเดินเข้ามาหาตนพร้อมเลือดเต็มมือ และขอติดรถตนกับแฟนออกไปด้วย แต่ด้วยความที่ไม่รู้จักมาก่อนเลยแยกตัวออกมาทันที







