
"ครูปรีชา"เผยไม่มีเซอร์ไพรส์ ด้านทนายตั้มนำหลักฐานแชทไลน์แจ้งความ
"ครูปรีชา"เผยไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์หลังขึ้นศาลไต่สวนคดี ขณะที่ ทนายตั้ม พร้อม หมวดจรูญ นำหลักฐานแชทไลน์ เข้าแจ้งความครูปรีชา
"ครูปรีชา"เผยไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์หลังขึ้นศาลไต่สวนคดี ขณะที่ ทนายตั้ม พร้อม หมวดจรูญ นำหลักฐานแชทไลน์ เข้าแจ้งความครูปรีชา
ความคืบหน้ากรณีที่ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่ นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ ในข้อหา ยักยอกทรัพย์ รับของโจร และคดีที่ นายปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ และ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ในข้อหา ร่วมกันฟ้องเท็จ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ค. เวลา 16.45 น. หลังจากศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้พิจารณาคดีดังกล่าวตลอดทั้งวัน นายปรีชา ได้เดินลงจากศาลเป็นคนแรกโดยไม่มีสีหน้าวิตกกังวลให้เห็นแต่อย่างใด แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อเหมือนเช่นเคย โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า รู้สึกสบายใจที่ได้นำข้อเท็จจริงขึ้นสู่ศาล ซึ่งในส่วนของตัวเองยังคงไต่สวนไม่แล้วเสร็จ ส่วนเจ๊พัช และ เจ๊บ้าบิ่น รวมทั้งพยานคนอื่นๆ คงเป็นนัดต่อๆ ไป พร้อมกล่าวอีกว่า วันนี้ก็ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ หรือของขวัญใดๆ จากทนายษิทรา จากนั้นได้ขอตัวไปทำธุระ
จากนั้น นายษิทรา พร้อม ร.ต.ท.จรูญ ได้เดินออกมาและให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ยังซักค้าน นายปรีชา ไม่แล้วเสร็จ ซึ่งตนได้ยื่นเอกสารประกอบการถามค้านไปทั้งสิ้น 99 ฉบับ ซึ่งนายปรีชาได้มีการรับวัตถุพยานซึ่งเป็นคลิปเสียงที่ทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)ได้ดึงมาจากข้อมูลการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง นายปรีชา กับคู่สนทนา จำนวนกว่า 4,500 เข้าไปอยู่ในสำนวนคดีอาญาแล้ว ซึ่งตนได้คัดเลือกคลิปที่สำคัญเอาไว้กว่า 100 คลิป โดยขอให้ศาลได้เปิดฟัง แต่ นายปรีชา และทนายความ ได้คัดค้าน
นอกจากนี้ นายปรีชา ปฏิเสธไม่รับรองคลิปเสียงดังกล่าว ศาลจึงวินิจฉัยว่า ในเมื่อ นายปรีชา ไม่รับรองคลิปเสียงดังกล่าวว่าเป็นของตัวเอง ศาลจึงไม่อนุญาตให้เปิดคลิป ซึ่งเราก็ได้ทำการถอดคลิปเสียงดังกล่าวออกมาแล้วก็นำมาถามค้าน นายปรีชา ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะรับฟังพยานหลักฐานแค่ไหน และเชื่อว่าเป็นเสียงของนายปรีชา หรือไม่
จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ ปรากฏว่า มีเอกสารของ นายปรีชา จำนวน 3 ฉบับ ที่ นายปรีชา ยื่นเข้ามาเอง แต่ไม่ตรงกัน ซึ่งตนคาดว่าเป็นพยานหลักฐานเท็จ ดังนั้นก็จะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับ นายปรีชา และ ทนายความในข้อหา นำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ซึ่งเป็นเอกสารเกี่ยวกับการสนทนาในแชทไลน์ ระหว่าง นายปรีชา กับ แม่ค้าลอตเตอรี่ โดยทั้ง 3 ฉบับ ไม่เหมือนกันเลย และหากเป็นหลักฐานจริงก็จะต้องมีเพียง 1 ฉบับเท่านั้น ส่วนอีก 2 ฉบับก็จะเป็นของปลอม ซึ่งจะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงกันต่อไป
อย่างไรก็ตามการซักค้านในวันนี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก เพราะตนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ขณะนี้สืบถึงเรื่องที่ นายปรีชา ไปออกรายการต่างๆ โดย นายปรีชา ระบุว่า คลิปรายการมีการตัดต่อทุกรายการ จึงไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะเชื่อตามที่ นายปรีชา กล่าวอ้างหรือไม่ ส่วนคดีที่ นายปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ เป็นจำเลยที่1 และ ตน เป็นจำเลยที่2 ในข้อหา ร่วมกันฟ้องเท็จ นั้นศาลได้พิจารณาจำหน่ายคดีออกไปชั่วคราวเพื่อรอฟังผลในคดีอาญา โดยศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องครั้งต่อไปคือ วันที่ 20 ส.ค.61
ขณะที่ ร.ต.ท.จรูญ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ดีใจที่ศาลจะพิจารณานัดไต่สวนมูลฟ้องให้เร็วขึ้น จากเดิมที่นัดเดือนละ 1 ครั้ง
ด้าน นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความส่วนตัวของนายปรีชา กล่าวว่า ในส่วนของ นายปรีชา ยังซักค้านไม่แล้วเสร็จ จึงต้องไต่สวนมูลฟ้องต่อนัดหน้า ส่วนกรณีที่ ทนายษิทรา จะเข้าแจ้งความเรื่องเอกสารหลักฐาน ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในสำนวน ตนไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ ซึ่งศาลได้วางข้อกำหนดไว้แล้ว ส่วนคลิปเสียง ทาง ครูปรีชา ได้ปฏิเสธ ศาลจึงไม่อนุญาตให้ทำการเปิด ขณะที่ ทนายษิทรา ก็ซักค้านเต็มที่ ส่วน ครูปรีชา ก็ตอบทุกคำถามที่ ทนายษิทรา ถามมา ซึ่ง ครูปรีชา ไม่ได้หนักใจแต่อย่างใด โดยรอฟังผล ให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน
ทั้งนี้ยังเหลืออีก 2 นัดด้วยกัน คือ วันที่ 20 ส.ค.61 และ วันที่ 24 ก.ย.61 ซึ่งเป็นการนำสืบพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่าพยานหลักฐานที่นำมาสืบแสดงนั้น จะสามารถให้ศาลฟังได้หรือไม่ว่าทาง ร.ต.ท.จรูญ มีความผิดในคดีนี้ ส่วนการที่ ทนายษิทรา จะเข้าแจ้งความนั้น ก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้
จากนั้น ทนายษิทรา พร้อม ร.ต.ท.จรูญ ได้นำเอกสารหลักฐานเป็นเอกสารเกี่ยวกับการสนทนาในแชทไลน์ ระหว่าง ครูปรีชา และแม่ค้าลอตเตอรี่ จำนวน 3 ฉบับ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พ.ต.ต.ชัยวัชริศ สิงห์สังข์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ครูปรีชา และ นายวรยุทธ ในข้อหา นำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่กระบวนการพิจารณา







