
กฟผ.หยุดเดินเครื่องลำตะคอง
กฟผ.หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าลำตะคองหวั่นซ้ำเติมประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำจนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะกลับสู่ภาวะปกติ ด้านรมว.เกษตรคาดยังรับมือน้ำเหนือไหว เตือนประชาชนสองฝั่งริมน้ำอาจได้รับผลกระทบ
กฟผ.หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าลำตะคองหวั่นซ้ำเติมประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำจนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะกลับสู่ภาวะปกติ ด้านรมว.เกษตรคาดยังรับมือน้ำเหนือไหว เตือนประชาชนสองฝั่งริมน้ำอาจได้รับผลกระทบ
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กฟผ. ได้หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังน้ำลำตะคองแบบสูบกลับ จ. นครราชสีมาไว้ก่อนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อไม่ให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอันอาจจะเป็นการซ้ำเติมประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำ
ส่วนการปล่อยน้ำของเขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ นั้น ขณะนี้ กฟผ. ได้ระบายน้ำออก จำนวน 7.85 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากปริมาณน้ำของเขื่อนมีมากเกินปริมาณที่เขื่อนสามารถกักเก็บได้ เมื่อปล่อยน้ำจากเขื่อนจุฬาภรณ์แล้ว น้ำจะไหลลงสู่เขื่อนห้วยกุ่ม จ.ชัยภูมิ และเขื่อนห้วยกุ่มได้ปล่อยน้ำออกจากเขื่อนอีก 26.63 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อรักษาระดับความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อน
อย่างไรก็ตาม การปล่อยน้ำของเขื่อนต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ กฟผ. นั้น กฟผ. ได้ดำเนินการอย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือนร้อนเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ในวันนี้ (19 ต.ค. 53) กฟผ. ได้มอบถุงยังชีพ จำนวน 10,000 ชุด ให้กับกระทรวงพลังงานเพื่อนำไปมอบให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัยอย่างเร่งด่วน ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียง
เกษตรยังรับมือน้ำเหนือไหว
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ขณะนี้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้เร่งระบายน้ำประมาณ 900 ลบ.ม. เพื่อให้ลงทะเลได้เร็วก่อนที่น้ำทะเลจะหนุนในช่วงวันที่ 23- 26 ต.ค. ทำให้ขณะนี้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน อ.บางไทร อยู่ที่ประมาณ 2,900 ลบ.ม.ต่อวินาที ยังไม่กระทบกทม.ที่สามารถรับได้ที่ประมาณ 3,500 ลบ.ม.ต่อวินาที เพราะคันกั้นน้ำของกทม.อยู่ที่ระดับ 2.5 เมตร
ขณะที่ปริมาณน้ำจากภาคเหนือจะลงมาถึงกทม.ประมาณ 2 วันข้างหน้า เจอกับน้ำหนุน เพราะฉะนั้นจากปริมาณน้ำดังกล่าวทำให้ประชาชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำของกทม.หรือพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ เช่นปทุมธานี อาจจะได้รับผลกระทบบ้าง ซึ่งหากไม่มีฝนตกลงมาซ้ำเป็น 3 น้ำก็เชื่อว่า กทม.จะไม่มีปัญหาน้ำท่วม
อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้กรมชลประทานจะปล่อยเรือสุขา 3 ลำไปช่วยในพื้นที่ปทุมธานี
คมนาคมสรุปน้ำท่วม
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากผลกระทบน้ำท่วมนั้น เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ในส่วนของกรมทางหลวง(ทล.) ถนนที่ได้รับผลกระทบใน 67 จังหวัด จำนวน 435 สายทาง คาดว่าจะใช้งบประมาณในการซ่อมแซม บำรุงรักษากว่า 4,000 ล้านบาท ,กรมทางหลวงชนบท(ทช.)ได้รับความเสียหายกว่า 46 จังหวัด มีถนนสายรองที่ได้รับความเสียหายกว่า 215 สายทาง คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณในการซ่อมแซมกว่า 800 ล้านบาท ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลาย ทล. และ ทช. สามารถใช้งบฉุกเฉิน กว่า 100 ล้านบาท/หน่วยงาน ได้เลย
ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)นั้นยังไม่สามารถประเมินค่าเสียหายได้ แต่หลังจากเหตุการณ์น้ำลดแล้วนั้น จะต้องสำรวจความเสียหาย และ เข้าพื้นที่ เบื้องต้นเห็นว่ารางรถไฟจะต้องมีการบดอัดหินใหม่เพื่อให้รางแน่น และไม่เกิดการทรุดตัวภายหลัง
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมได้มีนโยบายสั่งการไปยัง ขนส่งจังหวัด ให้เตรียมพร้อมภายหลังจากที่เหตุการณ์น้ำลดให้ ขนส่งจังหวัดเปิดให้บริการซ่อมแซมรถยนต์ และ รถจักรยานยนต์ ที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาอุทกภัยฟรี โดยขนส่งจังหวัดจะเตรียมเจ้าหน้าที่ในการซ่อมแซมให้ฟรี แต่ค่าอะไหล่ผู้ประสบภัยจะต้องรับภาระเอง และยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วย







