posttoday
ประกันสังคมลุยนอก1.8หมื่นล.

ประกันสังคมลุยนอก1.8หมื่นล.

19 ตุลาคม 2553

ประกันสังคมฉวยจังหวะบาทแข็งซื้อกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ

ประกันสังคมฉวยจังหวะบาทแข็งซื้อกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ

นายพนัส ไทยล้วน กรรมการตัวแทนลูกจ้าง คณะกรรมการประกันสังคม เปิดเผยว่า ประกันสังคมจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศอีก 600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท หลังเงินบาทแข็งค่าใกล้ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งเงินลงทุนดังกล่าวได้รับการอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว เบื้องต้นสนใจซื้อหน่วยงานลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม มีคณะกรรมการส่วนหนึ่งเป็นห่วงว่าค่าเงินอาจจะแข็งค่าไปถึง 25 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จึงมอบหมายให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ไปศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนให้ดี คาดว่าจะเสร็จสิ้นเดือน ต.ค.นี้

กฎหมายกำหนดให้ สปส.สามารถลงทุนในต่างประเทศได้ 10% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยขณะนี้ลงทุนไปแล้ว 650 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 3.72% เท่านั้น

“ประกันสังคมมีความจำเป็นต้องหาผลตอบแทนจากเงินลงทุนให้เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการจ่ายเงินคืนให้ผู้ประกันตนในกรณีชราภาพที่จะต้องจ่าย 20% ของรายได้ จากที่ได้รับเงินสมทบมา 6% โดยจะมีการขยับกรอบการลงทุนในต่างประเทศ และการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหลักทรัพย์แต่ต้องอยู่บนฐานที่ไม่มีความเสี่ยงมากนัก” นายพนัส กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมา สปส.เสียโอกาสการลงทุน โดยมีการเสนอให้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ของบริษัท เลห์แมน บราเธอร์ส ที่ล้มละลายและขายราคาถูก รวมถึงซื้อทองคำเพื่อการลงทุน เนื่องจากสินทรัพย์ที่ซื้อมาจะต้องเป็นของกรมธนารักษ์ หรือกระทรวงการคลัง แม้แต่การลงทุนในตราสารอนุพันธ์ต่างๆ เช่น โกลด์ ฟิวเจอร์ส ก็ไม่ได้ เพราะถือว่ามีความเสี่ยงสำหรับผลการดำเนินงานกองทุนประกันสังคม ในรอบ 9 เดือนแรกปี 2553 มีผลตอบแทนจากการลงทุนจำนวน 24,989 ล้านบาท ประกอบด้วยดอกเบี้ยรับจากเงินฝาก พันธบัตรและหุ้นกู้ จำนวน18,918 ล้านบาท เงินปันผลและกำไรจากการขายหลักทรัพย์จำนวน 6,071 ล้านบาท บาท และคาดว่าทั้งปีจะมีกำไร 30,000 ล้านบาท จากในปี 2552 กองทุนประกันสังคมมีผลตอบแทนจากการลงทุนจำนวน 26,634 ล้าน ทั้งนี้เงินลงทุน 750,265 ล้านบาท แบ่งลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังค้ำประกัน เงินฝากธนาคาร และหุ้นกู้เอกชน 605,073 ล้านบาท คิดเป็น81% ของเงินลงทุน และลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง ได้แก่ ตราสารหนี้อื่นๆ หน่วยลงทุน และหุ้นสามัญ 145,192 ล้านบาทคิดเป็น 19 %ของเงินลงทุน

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาการลงทุนของสำนักงานประกันสังคม คือสปส.ไม่สามารถถือครองทรัพย์สินได้ ทำให้เสียโอกาสการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรง ควรปรับสถานภาพสำนักงานบริการการลงทุนเป็นนิติบุคคลเช่นเดียวกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ในขณะเดียวกันตลาดการลงทุนในประเทศมีขัดจำกัดไม่สามารถรองรับเงินลงทุนของกองทุนประกันสังคม ซึ่งจะมีเงินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผลตอบแทนที่จะได้รับไม่เพียงพอสำหรับภาระค่าใช้จ่ายของกองทุนในอนาคต ดังนั้นมีความจำเป็นต้องปรับกรอบการลงทุนเพื่อรองรับการลงทุนในหลักทรัพย์กลุ่มใหม่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นอกจากนี้สปส. ควรพิจารณาตั้งสำนักงานตัวแทนในประเทศที่เจริญแล้วเพื่อดำเนินการขยายการลงทุนในต่างประเทศ และมีปัญหาการขาดแคลนบุคคลการด้านการลงทุน ควรจัดโครงสร้างให้มีความคล่องตัวให้มีบุคคลาการมืออาชีพด้านการลงทุนที่มีศักยภาพสูง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค