
น้ำท่วมซ้ำซาก
หลังจากที่ประเทศไทยเจอเงินร้อนไหลเข้ามาจนท่วมตลาดเงินทำให้เศรษฐกิจมีปัญหา ขณะนี้ประเทศไทยก็เจอปัญหาน้ำท่วมฉับพลันอย่างรุนแรงในหลายจังหวัด ทำให้เกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและความเสียหายต่อเศรษฐกิจ
ความเสียหายต่อเศรษฐกิจที่เจอนั้น ก็มาจากการที่พื้นที่ทำการเกษตรของเกษตรกรเสียหายไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเงินกู้มาจากธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งธนาคารของรัฐบาลอย่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่จะเจอปัญหามากกว่าธนาคารอื่นๆ
ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากนั้นเกิดขึ้นมานานแล้วในประเทศไทย ไม่ว่าจะเกิดปรากฏการณ์ เอลนินโญ หรือ ลานินญา ก็มีทั้งปัญหาภัยแล้ง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล น้ำท่วม อากาศร้อนหรือเย็นผิดปกติ ซึ่งภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงนั้น กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยหรือของประเทศอื่นในโลกจะส่งสัญญาณมาให้ก่อน
แต่ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่เคยที่จะนำเอาภูมิอากาศมาใช้วางแผนในการผลิตสินค้าเกษตร ทำให้สินค้าเกษตรได้รับความเสียหายตลอดเวลาที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงหรือภัยธรรมชาติ ปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรของไทยจึงไม่สามารถคำนวณได้แม่นยำว่าผลผลิตในแต่ละปีจะเป็นเท่าใด
หากประเทศไทยจะเน้นยุทธศาสตร์เป็นแหล่งอาหารของโลก มากกว่าที่จะเป็นนิกส์แล้ว ก็ควรจะต้องนำเอาเรื่องของภูมิอากาศมาใช้ในการวางกลยุทธ์การผลิตสินค้าเกษตรของไทยด้วย เพื่อให้รายได้ของเกษตรกรไม่ย่ำแย่จนมีแต่หนี้ให้รัฐบาลมาคอยตามล้างให้
นอกจากน้ำท่วมจะทำให้เศรษฐกิจเสียหายแล้ว หากน้ำท่วมขังอยู่นานอาจจะส่งผลให้ความเสียหายขยายผลมากยิ่งขึ้นอีก โดยเฉพาะราคาสินค้าที่จะปรับตัวสูงขึ้น เพราะสินค้าเข้าไปไม่ถึงชุมชน ของก็จะแพงขึ้นมีผลต่อภาวะเงินเฟ้อของประเทศโดยรวม
ฉะนั้น อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจอาจจะเติบโตได้ไม่ถึง 7.5% ตามที่ นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ก็ได้เพราะปัญหานี้ อย่างไรก็ดี นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ยังยืนยันว่าน้ำท่วมในขณะนี้จะยังไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวม
แต่การยืนยันของ รมว.คลัง นั้น เป็นการยืนยันเพราะว่าเพิ่งจะเกิดน้ำท่วมเพียงไม่กี่วัน แต่หากน้ำท่วมเป็นเวลานาน จะกล่าวว่าไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจคงไม่ได้
จากนี้ไปกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจ้าภาพที่ดูแลเรื่องการผลิตอาจจะต้องวางแผนและดูแลเกษตรกรอย่างใกล้ชิดมากกว่านี้ ไม่ใช่เหมือนไม่มีการวางแผนรับมือภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
น้ำท่วมซ้ำซากนี้ แสดงให้เห็นวิธีการบริหารจัดการของหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบเรื่องการเกษตรนี้ หากยังใช้วิธีการเดิมๆ วางแผนการผลิต ในอนาคตเราคงไปไหนได้ไม่ไกลถึงเป็นแหล่งอาหารของโลกแน่นอน







