
เงินบาทแข็งค่า ทำไมน้ำมันไม่ลกราคา?
.....มนูญ ศิริวรรณ
ระยะนี้ผมได้รับคำถามแบบนี้เป็นประจำ ทั้งจากคนที่รู้จักคุ้นเคยเวลาพบปะกัน หรือแม้กระทั่งมีคนส่ง SMS มาถาม หรือโทรศัพท์มาถามเวลาผมไปจัดรายการตามสถานีวิทยุต่างๆ จนผมรู้สึกได้ว่าคนทั่วไปไม่เข้าใจจริงๆ ว่าราคาน้ำมันขายปลีกบ้านเราได้สะท้อนเอาอัตราแลกเปลี่ยนเข้าไปคิดแล้วหรือยังเวลาตั้งเป็นราคาขายหน้าสถานีบริการ วันนี้จึงขออธิบายเรื่องนี้ให้เห็นภาพว่า กลไกในการตั้งราคาขายปลีกน้ำมันในบ้านเราได้สะท้อนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้แล้วหรือยัง
ก่อนอื่นขอเรียนในหลักการว่า การตั้งราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการน้ำมันในบ้านเรานั้นอ้างอิงราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นน้ำมันในประเทศที่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงทุกวันตามราคาน้ำมันที่ประกาศในตลาดสิงคโปร์ หรือที่เรียกว่า Singapore Posting ดังนั้นราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นในประเทศไทยจึงเปลี่ยนแปลงทุกวันขึ้นอยู่กับปัจจัยสองประการ คือ
1.ราคาน้ำมันที่ประกาศในแต่ละวันในตลาดสิงคโปร์ (Singapore Mercantile Exchange SIMEX) โดยประกาศเป็นเงินเหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
2.อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและเงินเหรียญสหรัฐในแต่ละวัน ซึ่งมีการขึ้นลงตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย
ดังนั้น ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นน้ำมันของไทยที่ประกาศทุกวันจึงมีการสะท้อนเอาค่าเงินบาทที่เปลี่ยนแปลงเข้าไปอยู่ในการตั้งราคาหน้าโรงกลั่นเรียบร้อยแล้ว เมื่อบริษัทน้ำมันซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นน้ำมันเอาไปขายที่สถานีบริการ ราคาน้ำมันที่สถานีบริการจึงเป็นราคาที่สะท้อนต้นทุนที่ตอบสนองต่อเงินบาทที่แข็งค่าหรืออ่อนค่าเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
โดยหลักการนี้ เมื่อค่าเงินบาทแข็งค่า ราคาน้ำมันก็จะถูกลง และถ้าเงินบาทอ่อนค่า ราคาน้ำมันก็จะแพงขึ้นอย่างแน่นอน ไม่มีใครบิดเบือนกลไกนี้ได้ โดยเราสามารถตรวจสอบได้จาก Website ของหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน (www.eppo.go.th)
แต่อย่าลืมนะครับว่า ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น (ทำให้ราคาน้ำมันที่แปรเป็นเงินบาทถูกลง) แต่ราคาน้ำมันที่เป็นเงินเหรียญสหรัฐมันไม่ได้อยู่นิ่งๆ นะครับ มันมีการผันผวนขึ้นลงตามตลาดในแต่ละวันเช่นกัน ดังนั้นถ้าราคาน้ำมัน (ที่เป็นเงินเหรียญสหรัฐ) มันผันผวนขึ้นไปมากๆ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าก็เอาไม่อยู่หรอกครับ
โดยทั่วไปในวงการน้ำมัน เขามีสูตรให้คิดการผันแปรของค่าเงินบาทต่อราคาน้ำมัน และราคาน้ำมันที่ขึ้นไปเป็นเหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ว่าจะกระทบต่อราคาน้ำมันในบ้านเราอย่างไร ดังนี้ครับ
1.ถ้าราคาน้ำมันเปลี่ยนแปลง 1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จะกระทบราคาน้ำมันในบ้านเรา 1920 สตางค์ต่อลิตร
2.ถ้าค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลง 1 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะกระทบราคาน้ำมันในบ้านเรา 5060 สตางค์ต่อลิตร
ทีนี้มาดูตัวอย่างชัดๆ กันเลยว่า ถ้าดูราคาน้ำมันกับอัตราแลกเปลี่ยนในบ้านเราระหว่างวันที่ 26 ส.ค. ถึงวันที่ 5 ต.ค. (ซึ่งเป็นวันที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาครั้งสุดท้ายและก่อนสุดท้าย) จะพบว่าข้อมูลเป็นดังนี้ครับ (ตาราง)
จะเห็นว่าถ้าเราเอาสูตรข้างต้นมาจับ ราคาน้ำมันเป็นเงินเหรียญสหรัฐปรับสูงขึ้นประมาณ 79 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล คิดเป็น 1.401.80 บาทต่อลิตร ในขณะที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น 1.34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ คิดเป็นราคาน้ำมันถูกลงประมาณ 6080 สตางค์ต่อลิตร และบริษัทน้ำมันขึ้นราคาไปอีกลิตรละ 60 สต. เท่ากับขึ้นไป 1.201.40 บาทต่อลิตร ยังน้อยกว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับขึ้นไป
ดังนั้น ขอให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าสูตรการตั้งราคาน้ำมันในบ้านเราได้มีการนำเอาเรื่องค่าเงินบาทหรืออัตราแลกเปลี่ยนมาสะท้อนอยู่ในต้นทุนเรียบร้อยแล้ว และปัจจุบันมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งของรัฐบาล สื่อมวลชน นักวิชาการอิสระ และองค์กรเอกชน คอยเฝ้าระวังจับตาดูทุกฝีก้าว ผู้ประกอบการและผู้ค้าน้ำมันไม่กล้าหากำไรง่ายๆ แบบหญ้าปากคอกแบบนี้หรอกครับ ได้ไม่คุ้มเสีย เสียเวลาทำมาหากินเปล่าๆ เชื่อผมเถอะ!!!







