posttoday
ชวนไปเดินเตร่ตรอก ลัดรั้วบ้าน ฟื้นตำนานป้อมปราบฯ พระนคร...สนุกนะ

ชวนไปเดินเตร่ตรอก ลัดรั้วบ้าน ฟื้นตำนานป้อมปราบฯ พระนคร...สนุกนะ

16 ตุลาคม 2553

วันที่อยู่อาศัยโลก (World Habitat Day) ปีนี้ สหประชาชาติกำหนดหัวข้อหลักคือ “Better City Better Life” เมืองที่ดีกว่า เพื่อชีวิตที่ดีกว่า โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นในประเทศไทย คือ“เตร่ตรอก ลัดรั้วบ้าน ฟื้นตำนานป้อมปราบฯ พระนคร ครั้งที่ 1” ซึ่งจัดโดย 6 ชุมชน เครือข่ายฟื้นฟูชุมชนเมืองเชิงอนุรักษ์ย่านป้อมปราบฯ-พระนครนั่นเอง

วันที่อยู่อาศัยโลก (World Habitat Day) ปีนี้ สหประชาชาติกำหนดหัวข้อหลักคือ “Better City Better Life” เมืองที่ดีกว่า เพื่อชีวิตที่ดีกว่า โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นในประเทศไทย คือ“เตร่ตรอก ลัดรั้วบ้าน ฟื้นตำนานป้อมปราบฯ พระนคร ครั้งที่ 1” ซึ่งจัดโดย 6 ชุมชน เครือข่ายฟื้นฟูชุมชนเมืองเชิงอนุรักษ์ย่านป้อมปราบฯ-พระนครนั่นเอง

เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ

 

ชวนไปเดินเตร่ตรอก ลัดรั้วบ้าน ฟื้นตำนานป้อมปราบฯ พระนคร...สนุกนะ

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ร่วมกับชุมชนบนพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินฯ รวมกลุ่มกันสร้างเครือข่าย “ฟื้นฟูชุมชนเมืองอนุรักษ์ย่านป้อมปราบศัตรูพ่าย-พระนคร” กระบวนการทำงานที่เริ่มจากคนในชุมชน ฟื้นฟูชุมชนย่านประวัติศาสตร์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และสถาปัตยกรรมอาคารอนุรักษ์ เสริมการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน
ไปตามคำเชิญ เดินเที่ยวลัดเลาะ เตร็ดเตร่ไปตามตรอกซอกซอยย่านพระนคร ชมเมืองและชมผู้คนพลบ้าน อันได้แก่ ชุมชมวังกรม พระสมมตอมรพันธ์ ชุมชนบ้านบาตร ชุมชนวัดสระเกศ ชุมชนสิตาราม ชุมชนจักรพรรดิคุณลุงพงษ์ และชุมชนวัดสุนทรธรรมทาน(เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย) เดินแล้วต้องบอกว่าเหนื่อย แต่หลังจากเช็ดเหงื่อ ดื่มน้ำดื่มท่า ก็ต้องสารภาพว่าสนุกดี  แต่ละชุมชน จัดกิจกรรมต้อนรับขับสู้ สะท้อนการใช้ชีวิต อันเป็นวิถีชุมชนดั้งเดิม เริ่มด้วยการแวะเวียนไปดูสถาปัตยกรรมเก่าแก่ วังกรมพระสมมตอมรพันธ์ หรือพระองค์เจ้าสวัสดิประวัติ พระโอรสในรัชกาลที่ 4 ต้นราชสกุลสวัสดิกุล ณ อยุธยา ตัววังสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวบ้านในชุมชนเล็ก ๆ แห่งนี้ ทำอาชีพเย็บผ้าเหลืองเป็นจีวรสบงและขายเครื่องสังฆภัณฑ์ ตาลปัตรใบลาน ถือเป็นย่านขายเครื่องสังฆภัณฑ์ที่ใหญ่และครบวงจรที่สุด

เดินเลาะไปต่อที่ชุมชนบ้านบาตร ได้เจอกับรำวงบ้านบาตร ที่นำมารื้อฟื้นเป็นที่สนุกสนาน ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณลุงสุรีย์ แสงทองคำ คุณลุงอายุ 72 ปีแล้ว ทำบาตรมาตั้งแต่สมัยพ่อ (ประมุข แสงทองคำ) จากบาตรใบละ 10 บาท เดี๋ยวนี้ใบละสามพัน คุณลุงว่าไม่คุ้มเหนื่อย เพราะงานทำบาตรนั้นหนักมากจริง ๆ นั่งคุยและนั่งฟังคุณลุงเล่าเรื่องราว ท่ามกลางเสียงตอกบาตรดังเป๊งๆๆๆๆ คุณลุงบอกคนทำบาตรหูไม่ดีหรอก หูตึ๊งงงง...(ทำท่าตะโกน)

“ชุมชนมั่นคงในความคิดของผม คนในบ้านต้องมั่นคงก่อน คนในบ้านมั่นคง คนในชุมชนก็มั่นคง ส่วนจะยึดเหนี่ยวกันไว้ด้วยอะไร ก็ไม่เป็นไร เพราะแต่ละชุมชนเขาก็มีชีวิต มีลมหายใจเป็นของตัวเอง อย่างบ้านบาตรเรานี้ ก็มีอาชีพที่ยึดพวกเราไว้ด้วยกัน อาชีพบาตรทำมือที่ปัจจุบันเหลือแค่ 5 ครอบครัวเท่านั้นที่ยังทำอยู่ ลมหายใจแผ่ว ๆ แล้ว แต่ก็เป็นความสุขตามวิถีบ้านเราแบบนี้”คุณลุงสุรีย์เล่า

เดินออกจากซอยบ้านบาตร เลี้ยวขวา ตรงขึ้นมาที่แยกแม้นศรี ก่อนถึงแยก เลี้ยวเข้าตรอกเซี่ยงไฮ้ ไปพบอากงบักซ้ง แซ่ตั้ง อากงอายุ 80 ปีแล้ว เป็นอากงผอม ๆ ที่ใจดี ยิ้มแย้มต้อนรับ บ้านของอากงคือห้องแถวไม้คูหาเดียว จากทั้งหมด 10 คูหา บ้านของอากงเป็นหลังเดียวที่คงรูปแบบเดิมของห้องแถวไม้สมัยเมื่อ 100 ปีก่อนไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

อากงเล่าว่า ซื้อบ้านหลังนี้ด้วยเงิน 3 หมื่นบ้าน สมัยก่อนพื้นบ้านเป็นดิน ห้องแถวมีแค่ชั้นเดียว ต่อมาต่อเติมชั้น 2 ค่อย ๆ ต่อ ค่อย ๆ เติม อาศัยว่าอากงเป็นช่างไม้(ทำเฟอร์นิเจอร์) เพราะฉะนั้นก็ทำด้วยมืออากงเองทั้งหมด ตอนนี้เพื่อนรุ่นเดียวกันเสียชีวิตและจากไปหมดแล้ว เหลือรุ่นแรกที่บุกเบิกตรอกเซี่ยงไฮ้คืออากงบักซ้งเพียงคนเดียว ชื่อตรอกเซี่ยงไฮ้มาจากคนจีนเซี่ยงไฮ้โพ้นทะเล ที่มาตั้งรกรากที่นี่ ซอยนี้ยังเป็นแหล่งทำโลงศพฝืมือดีมีชื่อ

แม้จะเหนื่อยมาก แต่ไกด์ที่พาเดินชมบอกว่า จะต้องไปที่ชุมชนสิตารามให้ได้ กลั้นอกกลั้นใจเดินตามไป จึงได้พบกับโบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 200 ปีที่วัดสิตาราม พระครูสังฆรักษ์นิกร ฐาวโร รองเจ้าอาวาส เล่าให้ฟังว่า สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 มาเสร็จลงในรัชกาลที่ 3 เมื่อแรกพระประธานในโบสถ์คือหลวงทองกายสิทธิ์ ซึ่งรัชกาลที่ 3 พระราชทานให้ประดิษฐานขึ้น (ต่อมาได้ย้ายไปประดิษฐานที่โบสถ์ใหม่)

“ที่นี่เป็นคอกหมู จึงมีชื่อเดิมว่าวัดคอกหมู เจ้าของที่ดินคือเจ้ากรมแย้ม ต่อมารัชกาลที่ 6 ทรงพระราชทานนามให้ใหม่ว่าวัดสิตาราม สิตะแปลว่ายิ้มแย้ม เพื่อให้รับกับชื่อเจ้าของที่ดิน”

ชวนไปเดินเตร่ตรอก ลัดรั้วบ้าน ฟื้นตำนานป้อมปราบฯ พระนคร...สนุกนะ

สรุปที่รองเจ้าอาวาสวัดสิตารามซึ่งกล่าวว่า ชุมชนจะมั่นคงเข้มแข็ง และเป็นตัวของตัวได้ ก็ด้วยความช่วยเหลือเกื้อกูลของ 3 ฝ่ายคือ วัด ชุมชน และรัฐที่สอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อเดินไปด้วยกันทั้ง 3 ส่วนก็เหมือนคน 3 คนที่เดินไปพร้อมกัน ย่อมแข็งแรงและมั่นคงกว่ายืนหรือเดินไปตัวคนเดียว ท่ามกลางกระแสความรวดเร็วของการพัฒนาเมืองในโลกทุนนิยม ชุมชนไม่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ค่อย ๆ เดินไปอย่างมีหลัก มีราก จะดีกว่า

เพื่อน ๆ ที่สนใจ ก็ตามไปเดินเตร็ดเดินเตร่ด้วยกันได้  ยังมีกิจกรรมสาธิตอาชีพ แม่ไม้มวยไทย กระบี่กระบอง โขน(ตอนจับนาง) เดี่ยวระนาดเอก รำซัด ละครชาตรี (คณะครูพูน เรืองนนท์ ฉบับแท้แน่นอน) ไปฟังเพลงรำวงบ้านบาตร ไปช็อปไปชิมสินค้าอาหารมากมาย ตั้งแต่วันนี้-16 พ.ย.นี้ 8.00-17.00 น. ชุมชนทั้ง 6 จะเปิดบ้านเปิดรั้วให้เดินเที่ยวเลี้ยวเล่นอย่างเต็มที่ จะมีสูจิบัตรแนะนำสถานที่ต่าง ๆ แจกให้ด้วย โทร.089-777-0541


 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก