
รถเมล์ในตำนาน
รถเมล์สาย 8 แฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธ นับเป็นอีกหนึ่งในตำนานบนท้องถนนที่มีกิตติศัพท์เลื่องลือขจรขจาย
โดย...วัยรุ่นเฟรง
รถเมล์สาย 8 แฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธ นับเป็นอีกหนึ่งในตำนานบนท้องถนนที่มีกิตติศัพท์เลื่องลือขจรขจาย ไม่เคยเสื่อมคลายตราบจนถึงปัจจุบัน
ล่าสุด คนขับ-กระเป๋าเปิดฉากแลกหมัดกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอุตลุดกลางถนน แบบไม่แคร์สายตาผู้คนบนท้องถนน หรือแม้แต่ผู้โดยสารบนรถเมล์ทั้งสองคันที่มองดูด้วยความมึนงง
“สาย 8 อีกแล้ว...ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเองครับ คนขับรถเมล์สาย 8 เพื่อนร่วมทางสายเดียวกันแท้ๆ คันหลังอีกคันขับเบียดมาไม่รู้จะแย่งลูกค้ากันหรือเปล่า แซงไม่พ้นติดทางโค้งพอดี พอขยับรถมาจอดลงมาเท่านั้นแหละเกิดปากเสียงกัน ไม่รู้ใครเริ่มก่อน สงสารคุณลุงโดนรุมเลือดออกเยอะเลยหลังจากจบคลิป ผมก็เข้าไปช่วยแยกได้ตอนจังหวะชุลมุนพอดี พิกัดตรง 5 แยกลาดพร้าว ช่วงบ่ายโมงกว่าๆ”
ผู้ใช้เฟซบุ๊ก @นุดดีน ครับผม เล่าถึงที่มาที่ไปประกอบคลิป มวยร่วมสำนักสาย 8 ที่เรียกเสียงคอมเมนต์แสบๆ คันๆ แถมอ่านแล้วสะท้อนวิถีชีวิตชาวกรุงที่ยังต้องวนเวียนอาศัยรถเมล์ในแต่ละวัน
ยกนี้จบลงด้วยการที่ผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่งทางบก เรียกตัวพนักงานขับรถและพนักงานเก็บเงินรถประจำทางสาย 8 ทั้งสองคันมาสอบสวนแล้ว และให้ถือว่าทั้งคู่มีพฤติกรรมความผิดร้ายแรง
สั่งปรับ 5,000 บาท และสั่งพักงาน 7 วัน เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป พร้อมพักใช้ใบอนุญาต 30 วัน และส่งตัวเข้ารับการอบรม 3 ชั่วโมง ขณะที่ผู้ประกอบการปรับ 5,000 บาท ฐานไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัย
ชนวนจากเรื่องทั้งหมดมาจากการเฉี่ยวกันจนกระจกมองข้างหักด้วยราคา 120 บาท ที่บานปลายกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต
ถามใครก็บอกตรงกันว่านี่คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย...
กิตติศัพท์รถเมล์สาย 8 ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย...
ทศวรรษที่ผ่านมาข่าวรถเมล์สาย 8 มีให้ได้ยินตลอด...
เรื่องราวการเบียด แซง ปาด ด่าทอ จนกระทบกระทั่ง เพื่อเป้าหมายแย่งผู้โดยสารของรถสายนี้ยังมีให้ได้ยินอย่างต่อเนื่องมานานหลายปีจนงุนงงว่ามันจะไม่มีมาตรการเยียวยาแก้ไขได้เลยหรือไม่
แน่นอนว่าหากจะเอาจริงเอาจังแก้ไขคงต้องลงไปดูใต้ภูเขาน้ำแข็งว่ากว่าจะมาถึงการแย่งรับผู้โดยสารนั้นต้นตอที่แท้จริงเป็นอย่างไร ถึงจะแก้ไขได้ถูกต้องมากกว่ามาคอยจับปรับ พักงานที่ปลายเหตุ
เริ่มตั้งแต่เส้นทางที่ถือเป็นระยะทางยาวไกลพอสมควร ที่สำคัญผ่านถนนย่านรถติดสาหัส การขาดระยะระหว่างรถแต่ละคันในช่วงวิกฤตจราจรเป็นหนึ่งในตัวแปรที่ทำให้เกิดการซิ่ง แซง ลาก เพื่อชิงผู้โดยสาร
มาจนถึงระบบรายได้ที่ส่วนหนึ่งซึ่งคิดคำนวณมาจากเปอร์เซ็นต์ยอดขายตั๋วที่บีบให้รถเมล์แต่ละคันต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปากท้อง ไปจนถึงการแข่งขันกับรถคันอื่นๆ ร่วมสาย
ตราบเท่าที่ปัญหาเหล่านี้ยังไม่ได้ถูกพูดถึงเมื่อพ้นระยะการพักงานปัญหาเหล่านี้ก็ย่อมวนกลับมาเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงและอาจทวีความเข้มข้นมากขึ้น
ช่วงแรกๆ ของการปฏิรูปเคยมีการขยับเตรียมสังคายนาระบบรถเมล์ไทย แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเพียงแค่การเปลี่ยนเลขสายรถเมล์ มีตัวย่อ G-Y-R-E เข้ามาผสมเพื่อแบ่งโซนรถเมล์ ขสมก.
แต่สุดท้ายก็เป็นอีกนวัตกรรมที่เสียทั้งงบประมาณ เสียแรง และเสียของ ขณะที่รถร่วมบริการหลายๆ สายยังไม่มีมาตรการจริงจังเข้าไปแก้ไขให้เป็นรูปธรรม ปัญหาเหล่านี้จึงหมักหมมรอวันปะทุ







