
อีอีซีชักจะเว้าๆ แหว่งๆ
กลายเป็นเรื่องที่เหมือนขึ้นต้นอย่าง แต่ลงท้ายอีกอย่างเสียแล้ว สำหรับนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับพลังงานทดแทน
โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย
กลายเป็นเรื่องที่เหมือนขึ้นต้นอย่าง แต่ลงท้ายอีกอย่างเสียแล้ว สำหรับนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับพลังงานทดแทน
ต้นเหตุมาจากการที่กระทรวงพลังงาน ประกาศยกเลิกการกำหนดโควตาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตามประเภทเชื้อเพลิงเป็นเวลา 5 ปี แต่ให้รับซื้อจากผู้ผลิตที่มีต้นทุนต่ำสุด
หลักการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าในอนาคต ต้องไม่ให้กระทบต่อค่าไฟ ที่ผลิตแล้วต้นทุนต้องไม่เกินราคาขายส่งที่ประมาณ 2.40 บาท/หน่วย
ผลที่ตามมาก็คือบรรดาผู้ผลิตพลังงานทดแทนร้องระงมเป็นแถว
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรที่ออกมาส่งเสียงถึงรัฐบาลว่า กว่า 10 ปีที่ผ่านมา ที่มีการส่งเสริมพลังงานทดแทนก่อให้เกิดการผลิตไฟในพลังงานหมุนเวียนแล้วกว่า 9,000 เมกะวัตต์ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 4.5 แสนล้านบาท
บริษัทที่เกี่ยวข้องเฉพาะสมาชิกสภาอุตสากรรมฯ มีถึง 250 บริษัท และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องอีกกว่า 300 บริษัท หากหยุดการรับซื้อก็เท่ากับสิ่งที่ทำมาตลอด 10 ปี จะหยุดทันทีกระทบต่อระบบห่วงโซ่การผลิตทั้งหมด ทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรกร สิ่งแวดล้อม การพัฒนา
ต่อยอดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
ผลกระทบที่เกิดขึ้น ยังส่งต่อถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร เช่น โรงงานไม้สับ โรงงานปาล์มน้ำมัน โรงงานแป้งมันไม่สามารถขายวัตถุดิบหรือลงทุนขยายงานต่อไปได้ เกษตรกรจะขาดเงินทุนหมุนเวียน
ทั้งหมดเป็นคำอธิบายทั้งสองฝ่าย จากภาครัฐและเอกชน
แต่ทว่าการหยุดรับซื้อพลังงานหมุนเวียน ยังมีผลมากกว่านั้น
สิ่งสำคัญคือผลกระเทือนอย่างรุนแรงถึงนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 และโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี
เพราะนโยบายดังกล่าวประกาศจะสนับสนุน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดย 1 ในนั้นก็คืออุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ
นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ระบุชัดว่าอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ เป็นกลุ่มที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตเร็วในอนาคต และไทยมีศักยภาพสูง จากที่มีความพร้อมทางด้านวัตถุดิบ มีอุตสาหกรรมเคมีและอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงเอทานอลที่พัฒนาแล้ว
นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มอุตสาหกรรมย่อยที่จะเกิดขึ้นต่อยอดได้อีก รวมถึงการยกระดับขยายไปเป็นการใช้เทคโนโลยีผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพรุ่นที่สอง ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่ไม่เป็นอาหาร เช่น ซังข้าวโพดและชานอ้อย การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพรุ่นที่สาม ผลิตจากสาหร่ายที่เพาะเลี้ยงได้
แต่อุตสาหกรรมเหล่านี้ต้องการการอุดหนุนและช่วยเหลือจากรัฐในการรับซื้อไฟฟ้าถึงจะเกิดขึ้นได้
ถ้าหยุดการรับซื้อไฟฟ้า ทั้งหมดก็ต้องเลิกไป
จาก 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ก็จะเหลือไม่ครบ 10
นโยบายไทยแลนด์ 4.0 คงต้องเปลี่ยนเป็นไทยแลนด์ 3.50 นโยบายอีอีซีก็จะเหลือเว้าๆ แหว่งๆ
น่ากังวล จะไปชวนใครที่ไหนมาลงทุนได้อีก
เห็นกันโต้งๆ ประกาศทั่วโลกจะส่งเสริม สนับสนุน แต่มาเลิกไปเสียฉิบ
ที่เหลือจะมั่นใจได้อย่างไร จะไม่เป็นพี่เบี้ยวล้มโต๊ะอีก







