
ขบวนรถสนธยา
ใครที่เคยใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “แอร์พอร์ตลิงค์”
โดย...มะกะโรนี
ใครที่เคยใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “แอร์พอร์ตลิงค์” เป็นประจำย่อมทราบดีว่าบริการที่ได้รับนั้นเป็นอย่างไร และไม่น่าแปลกใจเลยหากใครจะยกให้รถบริการสาธารณะที่บริหารโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สายนี้เป็นบริการที่หลุดโลกไปไกล
หลายคนได้ประจักษ์กับตัวเองว่าขบวนรถขัดข้อง จะด้วยทางเทคนิคหรือด้วยเหตุผลอันใดก็สุดที่จะทราบได้ เพราะบ่อยครั้งที่ขบวนรถเสีย แทบไม่มีการบอกเหตุผลหรือแจ้งให้ผู้โดยสารทราบเลย
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2556 เกิดเหตุขบวนรถต้องจอดสนิทคารางระหว่างสถานีหัวหมากมุ่งหน้า สถานีรามคำแหง จนทำให้ผู้โดยสารกว่า 700 คน ติดอยู่ในรถไฟฟ้าเกือบชั่วโมง ส่งผลให้ผู้โดยสารเริ่มเป็นลมเนื่องจากขาดอากาศ จึงช่วยกันงัดประตูรถ-ทุบกระจกออกมาและมีผู้ได้รับบาดเจ็บต้องส่งโรงพยาบาลมาแล้ว
แต่เหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ไม่ได้ถูกนำมาเป็นบทเรียนเพื่อวางแผนรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเท่าทันปัญหาหรืออย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ เพราะต่อมาไม่นานเหตุทำนองเดียวกันเกิดซ้ำอีก แต่รุนแรงน้อยกว่า
ผมเชื่อว่าผู้โดยสารจำนวนมากไม่ได้คิดว่าเหตุขัดข้องทุเลาลงเพราะความสามารถของฝ่ายบริหารหรือใครที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขสถานการณ์เข้าไปแก้ปัญหาหรอกครับหรอกครับ แต่เป็นเรื่องของโชคช่วยเหล่าผู้โดยสารที่เคยได้ฟาดเคราะห์ครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2556 มากกว่า
ที่ต้องกล่าวอย่างนั้นเพราะทุกวันนี้ คนที่ใช้บริการย่อมทราบดีเช่นกันว่าได้รับบริการเช่นไร ล่าช้า ขาดตอน ขัดข้องซ้ำซาก ผู้ใช้บริการปีแรกๆ อาจรู้สึกหงุดหงิด ต่อมาเมื่อประสบเหตุบ่อยเริ่มเข้าสู่ระยะทำใจ และเมื่อเห็นว่าไม่น่าจะมีปาฏิหาริย์ใดๆ ที่จะช่วยให้ดีขึ้น ต้องเข้าสู่โหมดปล่อยวาง
สุดท้าย รฟท.ออกมาบอกว่าวิบากกรรมที่เราพบเจอนั้น เกิดจากสาเหตุที่เหลือขบวนรถบริการแค่ 4 ขบวนจากทั้งหมด 9 ขบวน มีการออกมาให้ข่าวว่าสาเหตุที่มีปัญหาบ่อยนั้น เพราะต้องซ่อมบำรุงใหญ่ รถทั้ง 9 ขบวน แต่ยังขาดอะไหล่ ซ้ำร้ายการประมูลซ่อมบำรุงส่งกลิ่นทุจริต
ต่อมา รฟท.ออกมาบอกอีกว่าในอนาคตจะเปิดช่องให้เอกชนเข้าบริหาร โดยเปิดประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คือ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ด้วยการกำหนดเงื่อนไขในทีโออาร์ให้ผู้ประมูลโครงการนี้จะต้องยื่นข้อเสนอดำเนินการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ด้วย เพื่อเป็นการแก้ปัญหาขาดทุนเรื้อรังสะสม
ปัจจุบันแอร์พอร์ตเรลลิงค์ขาดทุนสะสม 1,785 ล้านบาท โดยปี 2560 ขาดทุน 280 ล้านบาท และรวมเป็นหนี้ที่สะสมไว้กว่า 3.3 หมื่นล้านบาท
ถึงตรงนี้ใครที่ทราบข่าวแล้วคงคิดตรงกันว่าขบวนรถไฟฟ้าเส้นทางนี้เป็นบริการที่ดูสิ้นหวัง ไร้อนาคตอย่างยิ่ง ขณะที่อนาคตในมือเอกชนอาจจะหมายถึงการผลักภาระให้ผู้ใช้บริการต้องจ่ายค่าโดยสารแพง (ยิ่งขึ้นไปอีก) ก็เป็นได้
มีใครต้องแปลกใจบ้างไหมครับ ทำไมบริการสาธารณะที่ส่อจะทำให้ประเทศไทยต้องขายหน้าคนต่างชาติที่เผลอเข้าไปใช้บริการจนต้องตกเครื่อง ถึงมีสภาพอเนจอนาถขนาดนี้ ทำไมเราทั้งหลายต้องยอมให้รัฐนำภาษีของคนทั้งประเทศมาประเคนให้องค์กรที่ล้มเหลวโดยที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย
ทำไมเราไม่เคยเห็นผู้หลักผู้ใหญ่หรือคนใน รฟท.ออกมาแสดงพลังให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นในบ้านตัวเอง และยอมก้มหน้าหรือหลับตาข้างหนึ่ง ปล่อยให้บ้านตัวเองรกล้นไปด้วยสารพัดปัญหาเรื้อรัง เป็นแดนสนธยาอมตะนิรันดร์กาลได้ขนาดนี้







