
กรรมการสรรหา "กกต." ยังไม่คิดทาบคนนอกมาสมัคร
"พรเพชร" เผย กรรมการสรรหากกต.ยังไม่คิดทาบคนนอก ระบุ ต้องใช้มติเอกฉันท์
"พรเพชร" เผย กรรมการสรรหากกต.ยังไม่คิดทาบคนนอก ระบุ ต้องใช้มติเอกฉันท์
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการสรรหาเปิดรับสมัครกกต.ระหว่างวันที่ 26 มี.ค.-9เม.ย. โดยต้องการให้บุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาสมัครกัน เพื่อที่จะสรรหาส่งให้สนช.ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าจะใช้ช่องทางทางกฎหมาย เพื่อไปทาบทามบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมาสมัครหรือไม่ เพราะต้องขอดูการสมัครในภาพรวมก่อน แต่ส่วนตัวคิดว่าถ้าไปดำเนินการเช่นนั้นอาจถูกมองได้ว่าเชิญบุคคลดังกล่าวเป็นกกต.หรือไม่ ดังนั้น ถ้าจะดำเนินการควรจะต้องไปเป็นโดยมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการสรรหาเท่านั้น และจะต้องเกิดกรณีที่ไม่มีบุคคลยื่นใบสมัครหรือมายื่นใบสมัครแล้วแต่ไม่ผ่านคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อถึงเวลานั้นคณะกรรมการสรรหาจะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อถามถึงเหตุผลที่สนช.แก้ไขพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต. ให้บุคคลที่ผ่านการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกา แต่ไม่ผ่านสนช. สามารถกลับมาสมัครกกต.ผ่านที่ประชุมใหญ่ศาลฯได้อีก แต่สำหรับบุคคลที่ผ่านการสรรหาของคณะกรรมการสรรหากลับไม่สามารถสมัครกกต.ได้อีก นายพรเพชร กล่าวว่า ตนอยากทราบเหตุผลเช่นกัน แต่ในที่ประชุมสนช.ไม่ได้มีการอภิปรายในส่วนนี้ และเมื่อดูในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญก็มีเพียงแต่มติเท่านั้นไม่ได้พูดถึงเหตุผลแต่อย่างใด ดังนั้น คงต้องไปดูที่บันทึกรายงานการประชุม ขณะเดียวกันส่วนตัวไม่ขอก้าวล่วงไปยังที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกาในการดำเนินการสรรหากกต. จำนวน 2 คน ภายหลังมีข่าวว่านายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฏีกา และนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฏีกา มาสมัครอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อถามอีกว่า หากสนช.ลงมติไม่เห็นชอบอีก คณะกรรมการสรรหาจะดำเนินการอย่างไร นายพรเพชร กล่าวว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นก็รู้สึกเสียใจ เพราะตนเองเป็นกรรมการสรรหาและประธานสนช.คงไม่ก้าวก่ายการทำหน้าที่ของที่ประชุมสนช.ได้ และไม่คิดว่าการที่สนช.เคยลงมติไม่เห็นชอบบุคคลที่ผ่านการสรรหาและคัดเลือก จำนวน 7 คนก่อนหน้านี้ จะเป็นเหตุให้ไม่มีบุคคลมาสมัครกกต.แต่อย่างใด







