posttoday
ตร.จับแก๊งคอลเซนเตอร์ขู่บังคับ2คนไทยสวมบทสารวัตร

ตร.จับแก๊งคอลเซนเตอร์ขู่บังคับ2คนไทยสวมบทสารวัตร

21 กุมภาพันธ์ 2561

สมุทรปราการ-ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจมาเลเซียรวบ 5แก๊งคอลเซ็นเตอร์สัญชาติไต้หวันขู่บังคับ2คนไทยสวมบทสารวัตรไม่ทำจะถูกเฆี่ยนตีด้วยสายยาง

สมุทรปราการ-ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจมาเลเซียรวบ 5แก๊งคอลเซ็นเตอร์สัญชาติไต้หวันขู่บังคับ2คนไทยสวมบทสารวัตรไม่ทำจะถูกเฆี่ยนตีด้วยสายยาง
 
ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ  พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(สายปฎิบัติการ ) พร้อมตำรวจชุดปฎิบัติการ ได้ร่วมกันแถลงผลการ หลังเดินทางกลับจากปฏิบัติการร่วมระหว่างไทย-มาเลเซีย ทลายแก๊งคอลเซนเตอร์แก๊งอาซื่อ หรือ นาย จู อี้ เต๋อ ชาวไต้หวัน ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งและผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม เลขที่ จ.71/2561 ในข้อหา ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังและกรรโชกทรัพย์ โดยสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐมในข้อหาดังกล่าวได้อีก 3 คนและสามารถช่วยเหลือชาวไทยที่ถูกหลอกไปกักขังบังคับให้ทำหน้าที่รับโทรศัพท์อีก 11 คน โดยจับกุมได้ภายในอาคารพาณิชย์ 4 ชั้นย่านศรีเปอร์ตาลิ่ง กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. กล่าวว่า การเข้าทลายแก๊งดังกล่าวเป็นการขยายผลมาจากการบุกเข้าทลายแก๊งที่ กัมพูชา โดยเป็นการทำงานร่วมกันกับทางการมาเลเซีย โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 16 รายเป็นชาวไต้หวัน 5 รายและชาวไทย 11 ราย ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของทางการมาเลเซีย ส่วนเหยื่อชาวไทย 2 รายที่ทางตำรวจเข้าช่วยเหลือเมื่อวันที่ 26 มกราคม2561 คือนายเก ศูนย์กลาง อายุ 39 ปีและนายอรรถกฤษ หล้าเชียงของ อายุ 23 ปี  ที่ถูกหลอกว่าจะพาไปทำงานในร้านอาหาร แต่กลับถูกบังคับให้สวมบทเป็นตำรวจยศสารวัตร หากไม่ทำก็ตะถูกเฆี่ยนตี่ด้วยสายยาง ได้เดินทางกลับมาพร้อมกันพร้อมเข้าให้ปากคำกับตำรวจเพิ่มเติม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการหาผู้ร่วมขบวนการหลอกคนไทยไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มาดำเนินคดีตามกฏหมาย

ด้านพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท กล่าวว่า ในส่วนของการนำตัวผู้ต้องหาที่ทางตำรวจไทยได้ร่วมกับทางการกัมพูชา เข้าทลายแก๊งโดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 37 คนเป็นชาวไต้หวัน 6 คน ชาวไทย 26 คนและกัมพูชา 5 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานนำตัวคนไทยทั้งหมดกลับประเทศ เพื่อมาสอบสวนว่าใครที่ตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกให้ไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และใครที่มีส่วนร่วมกับขบวนการดังกล่าว

สำหรับแก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งนี้เพิ่งย้ายมาเปิดเป็นศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ได้ประมาณ 2 เดือน มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า100 ล้าน และยังมีผู้ร่วมกระบวนการอีกคน ซึ่งเป็นชาวไต้หวัน ซึ่งไหวตัวทันและหลบหนีกลับประเทศไปก่อนหน้านี้  สำหรับการบุกเข้าทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในประเทศมาเลเซีย ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบเดือน เป็นการขยายผลการช่วยเหลือคนไทยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว