posttoday
สะท้อนความจริง

สะท้อนความจริง

20 กุมภาพันธ์ 2561

วันก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

โดย...สลาตัน

วันก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวปาฐกถาพิเศษเพื่อประกาศ "วาระแห่งชาติ : สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" สรุปสาระสำคัญได้ว่า

รัฐบาลมีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการส่งเสริม คุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับนานาประเทศ และมุ่งหวังให้ประเทศไทยเกิดความสงบสุข สันติสุข ให้ทุกคนมีความรักสามัคคี รู้สิทธิ รู้หน้าที่ เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน และไม่ไปละเมิดสิทธิผู้อื่น โดยคำนึงถึงหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declarations of Human Rights) ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ละเลยต่อการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

ซึ่งจะเห็นได้จากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 นโยบายลดความเหลื่อมล้ำในด้านต่างๆ การประกาศใช้กฎหมายหลายฉบับ ตลอดจนการประกาศใช้แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2557-2561) เพื่อส่งเสริมคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน

เจตนารมณ์ของรัฐบาลมุ่งมั่นชัดเจนให้ความสำคัญต่อเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง พยายามลดปัญหาความเหลื่อมล้ำต่างๆ โดยคำนึงถึงสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน หวังให้เกิดความสงบสันติสุข

ย้อนสะท้อนความจริงถึงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ว่าปัญหาที่แท้จริงในตอนนี้เป็นอย่างไร อาจไม่ใช่เพียงคำประกาศสวยหรูภายในงานสิทธิมนุษยชน แต่มันคือโลกของความจริงที่ทุกคนทราบดี แต่ยังไม่ได้รับการเข้าไปช่วยเหลือแก้ไข

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยผลการดำเนินงานจัดทำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 3 หลัง ครม.เห็นชอบและประกาศใช้เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2557 ว่า จากการประเมินผลของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในปี 2560 พบว่าประชาชนกลุ่มเกษตรกร คนจน กลุ่มผู้ไร้รัฐ กลุ่มชาติพันธุ์ ยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข การศึกษา เศรษฐกิจ ที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและเทคโนโลยีสารสนเทศ และยังมีการถูกเลือกปฏิบัติและถูกตีตราในกลุ่มผู้ต้องขัง ผู้ต้องหา ผู้ต้องโทษ ผู้ติดยาเสพติด และผู้ติดเชื้อเอชไอวี

ส่วนปัญหาการถูกละเมิดสิทธิ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กสตรี คนพิการ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรง ยังไม่มีมาตรฐานในการดูแลให้ได้รับสิทธิตามกฎหมายอย่างครบถ้วน และสุดท้ายพบว่าเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนมากที่สุด คือ การถูกละเมิดสิทธิด้านกระบวนการยุติธรรม ผู้เสียหายที่เป็นเด็กและเยาวชนไม่มีการใช้กล้องวิดีโอไม่มีสหวิชาชีพดูแลในชั้นศาลและไม่มีการติดตามดูแลในระยะยาว มีการเผยแพร่ภาพผู้เสียหายที่เป็นผู้ต้องหา จำเลย

ขณะที่ผู้ถูกจับกุม หรือผู้ถูกกักขังโดยเฉพาะคดีทางการเมือง และคดีความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่ากระบวนการจับกุมไม่มีที่ปรึกษาทางกฎหมายให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาปฏิเสธการเยี่ยมญาติ ไม่มีล่ามให้ผู้ต้องหาที่พูดภาษาไทยไม่ได้ สภาพเรือนจำขาดการบริการทางการแพทย์ และแออัด

ทั้งหมดคือความจริงที่สะท้อนถึงผู้มีอำนาจว่าปัญหานั้นกระจุกตัวอยู่จุดใด ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สิ่งจำเป็นที่สุดคือทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ปมปัญหานี้ให้หมดไป อย่ามองว่าเป็นเรื่องไกลตัว เพราะคนเหล่านี้ก็มีหัวใจ

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน