posttoday
อย่าจอดขวาง

อย่าจอดขวาง

20 กุมภาพันธ์ 2561

การจอดรถขวางหน้าประตูหน้าบ้านของผู้อื่น หรือแม้แต่การจอดขวางทาง

โดย...แสงตะเกียง

การจอดรถขวางหน้าประตูหน้าบ้านของผู้อื่น หรือแม้แต่การจอดขวางทาง

คนอื่นในลานจอดห้างสรรพสินค้า ถือเป็นการกระทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนเพราะไม่สามารถนำรถเข้า-ออกจากบ้าน หรือออกจากลานจอดรถได้

จากกรณีที่มีคลิปวิดีโอผู้หญิงเจ้าของบ้านเกิดอารมณ์โมโห ทุบรถกระบะที่มาจอดขวางหน้าบ้านถูกแชร์ในสังคมออนไลน์ ทำให้มีผู้คนจำนวนมาก

แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง โดยส่วนใหญ่มองว่า“สาสม” แล้วกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้าของรถ

แต่เรื่องนี้แท้จริงแล้วความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ควรมีใครต้องแสดงออกถึงการตอกย้ำซ้ำเติม

แต่ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นหากผู้ขับขี่รถยนต์ไม่คิดถึงแต่เรื่องของตัวเองไม่มักง่าย ไม่ฉวยโอกาสหรือแม้แต่คิดแค่ว่าเรื่องเล็กน้อย นิดเดียวเอง

ถึงเวลาที่สังคมไทยต้องใส่ใจต่อความรับผิดชอบของตนเอง เนื่องจากบ่อยครั้งที่การอ้างว่า “นิดเดียวเอง” ซึ่งนำไปสู่ปัญหาอีกมาก เช่น จอดรถริมทางเท้า บนทางเท้า ทั้งบนถนนใหญ่ หรือแม้กระทั่งในซอกซอยต่างๆ ภาพเหล่านี้มีให้พบเห็นทุกหนแห่ง

กระนั้นบางคนอาจยังไม่รับทราบว่า การจอดรถขวางหน้าบ้านผู้อื่น

ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย มีความผิดฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญใจ ตามมาตร 397 หมวดลหุโทษ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ที่กล่าวมาจากประเด็นนี้เพราะต้องการชี้ให้เห็นว่า ท้องถนนเต็มไปด้วยรถยนต์ และนับวันจะยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยเป้าหมายของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หลังจากโครงการรถไฟฟ้าสร้างเสร็จสมบูรณ์เต็มระบบแล้วขั้นตอนต่อจากนี้จะแก้ปัญหาเรื่องรถยนต์ไม่มีที่จอด ซึ่งแนวคิดนี้ยังทำไม่ได้เพราะต้องรอเวลาให้โครงการก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะเสร็จสิ้นเสียก่อน

มาดูแนวทางที่ กทม.และหน่วยงานรัฐกำลังวางมาตรการแก้ปัญหาจำนวนรถยนต์ในเมือง มีดังนี้ 1.คุมกำเนิดรถยนต์ โดยผู้ที่ต้องซื้อรถยนต์ต้องแสดงที่จอดรถ ถ้าไม่มีที่จอดรถต้องห้ามซื้อรถยนต์ 2.ควบคุมการใช้รถส่วนบุคคลใน กทม. โดยเฉพาะในศูนย์กลางธุรกิจ ถ้าเข้าใช้อาจจะต้องมีการเสียเงิน 3.บังคับให้ผู้มีที่จอดรถในใจกลางกรงุ เทพฯ ต้องจ่ายค่าจอดรถสูงขึ้นเพื่อมีแรงจูงใจทิ้งรถไว้ที่บ้าน

4.พัฒนาระบบรถประจำทางทั้งการขนส่งหลังและการป้อนผู้โดยสาร 5.เพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งทางเลือกให้เป็นวิถีชีวิตหลัก หรือเป็นการป้อนเข้าสู่ระบบโดยใช้แม่น้ำ คลอง เข้ามาช่วย 6.เพิ่มเส้นทางจักรยานต้องมีการดูแลถนนให้ดี เพิ่มความสะดวกให้ผู้สูงอายุ และผู้พิการ เพราะสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว

และ 7. นำเทคโนโลยีมาใช้ต่อเนื่อง พัฒนาระบบสกายวอล์กในศูนย์กลางธุรกิจเพื่อจูงใจให้ประชาชนเดินทางมากขึ้น ที่สำคัญ กทม.และปริมณฑลต้องร่วมมือเรื่องผังเมือง และรัฐบาลต้องสร้างเมืองเซทเทลไลต์ที่มีความพร้อมในเรื่องโรงเ รียน และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อไม่ให้คนในเขตปริมณฑลเดินทางเข้ามาใน กทม.ถ้าไม่จำเป็น

ถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคน “ต้องเปลี่ยน” มาสำนึกแทนความรู้สึกใจเขาใส่ใจเราบ้าง เกิดเป็นคนไทยมีน้ำใจ เรื่องนี้ได้รับการยกย่องจากนานาประเทศแต่อย่าเอาน้ำใจมาใช้ในทางที่ผิด เพราะนั่นเท่ากับบิดเบือนความหมายของน้ำใจที่แท้จริง ซึ่งเชื่อว่าคนไทยหยิบยื่นให้กันได้เสมอบนพื้นฐานที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร ที่สำคัญเมื่ออยากมีรถยนต์ส่วนตัวก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย ไม่เช่นนั้นอาจมีคนมาจอดรถขวางหน้าบ้านคุณบ้าง เป็นคุณจะรู้สึกเช่นไร

ข่าวล่าสุด

เจาะ TH-AI Passport รัฐจ่ายค่าบุฟเฟต์ 5 ล้านคน เอกชนปรับกำไรได้เอง

เจาะ TH-AI Passport รัฐจ่ายค่าบุฟเฟต์ 5 ล้านคน เอกชนปรับกำไรได้เอง