posttoday
แฉ3กลุ่มโยงวินาศกรรม

แฉ3กลุ่มโยงวินาศกรรม

09 ตุลาคม 2553

วอร์รูมปชป.เผย 3 กลุ่มเชื่อมโยงวินาศกรรม แฉมีบริษัทข้ามชาติขายปุ๋ยยูเรียโยงกลุ่มก่อความไม่สงบ ด้านแม่ทัพภาคที่1สั่งกำลังพลติดตามสถานการณ์ชุมนุม 10 ต.ค.ใกล้ชิดพร้อมเฝ้าระวังการแทรกซ้อนก่อเหตุรุนแรง

วอร์รูมปชป.เผย 3 กลุ่มเชื่อมโยงวินาศกรรม แฉมีบริษัทข้ามชาติขายปุ๋ยยูเรียโยงกลุ่มก่อความไม่สงบ ด้านแม่ทัพภาคที่1สั่งกำลังพลติดตามสถานการณ์ชุมนุม 10 ต.ค.ใกล้ชิดพร้อมเฝ้าระวังการแทรกซ้อนก่อเหตุรุนแรง

 

นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)  แถลงว่าจากการติดตามสถานการณ์ของ คณะกรรมการปฏิบัติการเพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมือง (วอร์รูม) พบว่า กลุ่มก่อความไม่สงบมีการดำเนินการแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มก่อวินาศกรรม ที่มีทั้งการผลิตระเบิดเองก่อเหตุที่โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย และ ยิงจรวดเอ็ม 79 ในค่ายทหาร จ.เชียงใหม่ 2. กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่หายไปจากคลังแสงลพบุรี และการพบอาวุธที่บริเวณทางหลวงสายต่าง ๆ และ3. กลุ่มกองกำลังฝึกอาวุธ

แฉ3กลุ่มโยงวินาศกรรม นพ.บุรณัชย์

นอกจากนี้ยังปรากฎภาพการเชื่อมโยงกับบริษัทข้ามชาติที่ขายสารตั้งต้นระเบิด คือ ปุ๋ยยูเรีย และมีการสร้างความเชื่อมโยงกับผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งยังมีคนที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม แต่กลับแต่งตัวคล้ายคนมุสลิมเพื่อก่อวินาศกรรม ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการก่อการร้าย

แม่ทัพภาค1สั่งทหารเฝ้าระวังกลุ่มแทรกซ้อนก่อเหตุ

พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า กองทัพได้เตรียมการสนับสนุนและติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในวันที่ 10 ต.ค.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตลอด โดยเฉพาะช่วงที่มีการรายงานว่า จะมีการรวมตัวของกลุ่มมวลชนจะสั่งให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยได้จัดกำลังสารวัตรทหารจากมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) และกำลังพลส่วนหนึ่งร่วมรักษาความปลอดภัยใน 160 กว่าจุดที่เป็นสถานที่สำคัญ เช่น สถานีรถไฟฟ้า ชุมชนต่างๆ ส่วนกำลังอีกส่วนหนึ่งจะเป็นกองหนุนที่มีการเตรียมพร้อมไว้ หากได้รับการร้องขอจากตำรวจก็จะสามารถออกมาสนับสนุนได้ทันที

“เชื่อว่าการชุมนุมในวันที่ 10 ต.ค.นี้คงไม่มีเหตุอะไรรุนแรง เพราะที่ผ่านมาผู้ชุมนุมก็อยู่ในกรอบกติกาเรียบร้อยดี ซึ่งเบื้องต้นศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นผู้รับผิดชอบหลัก โดยมีทหารเป็นกำลังหนุน ช่วยเสริม แต่อย่างไรก็ตามเราก็ได้ระวังสถานการณ์อยู่ เพราะเกรงว่า อาจจะมีการแทรกซ้อนที่ทำให้เกิดเหตุรุนแรงได้” แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าว

บรรณวิทย์ปูดอีก 20 วันมีกองกำลังติดอาวุธเตรียมก่อเหตุอีก

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม (กห.) กล่าวว่า ได้รับทราบข้อมูลจากสายข่าวในกองทัพว่า ในอีก 20 วันข้างหน้านี้จะมีกองกำลังติดอาวุธหลายสิบคนเดินทางเข้ามาจากต่างประเทศและเตรียมก่อเหตุไม่สงบขึ้นอีก ซึ่งที่ผ่านมา ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้เคยออกมายอมรับว่า เป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมืองในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค.2553 ที่มีกลุ่มเคลื่อนไหวออกมาดำเนินกิจกรรมทางการเมือง และเกรงว่าจะมีมือที่3เจ้ามาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย

"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ยอมรับว่ามีการติดตามกลุ่มคนเหล่านี้ แสดงว่ากระแสข่าวที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นข่าวลวง แต่เป็นข่าวที่หน่วยงานด้านความมั่นคงต้องเกาะติดเรื่องนี้ อีกทั้งได้เตือนไปยังรัฐบาลให้รัฐบาลระมัดระวังในเรื่องนี้แล้ว ดังนั้นรัฐบาลรู้แล้วจะต้องรีบป้องกันให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้น จะให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาอย่างเดียวคงไม่ได้ หรือให้ประชาชนเฝ้าระวังกับกองกำลังติดอาวุธคงไม่ใช่"พล.ร.อ.บรรณวิทย์กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ