posttoday
ทนายลุงจรุญเชื่อคดีหวย30ล้านทำเป็นขบวนการ ครูยืมมือตำรวจจัดการตั้งแต่เริ่ม

ทนายลุงจรุญเชื่อคดีหวย30ล้านทำเป็นขบวนการ ครูยืมมือตำรวจจัดการตั้งแต่เริ่ม

07 กุมภาพันธ์ 2561

"ทนายตั้ม"ย้ำคดีหวย30ล้านมีการทำเป็นขบวนการ ครูยืมมือตำรวจตั้งแต่เริ่มต้น ชี้จากนี้ภาระพิสูจน์ว่าเป็นเจ้าของหวยอยู่ที่ฝ่ายครู

"ทนายตั้ม"ย้ำคดีหวย30ล้านมีการทำเป็นขบวนการ ครูยืมมือตำรวจตั้งแต่เริ่มต้น ชี้จากนี้ภาระพิสูจน์ว่าเป็นเจ้าของหวยอยู่ที่ฝ่ายครู

จากกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ เข้ามาดูแลคดีดังกล่าวแทนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ในคดีโต้แย้งสิทธิ์ในการครบอครงสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 เลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ จำนวนเงิน 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือ หมวดจรูญ อายุ 62 ปี อดีตข้าราชเกษียณตำรวจ กับ นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังสี กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบพบหลักฐานเป็นคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง นายปรีชา กับ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ้บ้าบิ่น อายุ 58 ปี แม่ค้าที่ขายลอตเตอรี่ที่อ้างว่าขายให้กับ นายปรีชา โดย นายปรีชา ระบุว่า ตนเองไม่ได้ถูกรางวัลที่ 1 อย่างชัดเจนนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ก.พ. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เพื่อเยาวชน และสังคม ทนายฝ่าย ร.ต.ท.จรูญ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเดินทางไปพักผ่อนที่ประเทศญี่ปุ่น และจะเดินทางกลับในวันที่ 9 ก.พ.ที่จะถึงนี้ ได้โพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊ก "ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ"ว่า

"ในที่สุดคดีแก๊งโจรชิงหวยของคุณลุงจรูญที่ถูกดำเนินการมาอย่างบิดๆเบี้ยวๆก็ถูก ผบ.ตร.สั่งให้กองปราบ เข้ามารับผิดชอบแทน ภ.7  ต่อจากนี้ประชาชนทั้งประเทศก็ต้องช่วยกันติดตามต่อไปครับว่าผู้รับไม้ต่อจะสร้างความยุติธรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมไทยได้มากน้อยแค่ไหนเพียงใด

คดีนี้มีผู้คนส่วนใหญ่ล้วนให้ความเห็นพร้อมสรุปว่าต้องให้ไปจบที่ศาล ต้องให้ศาลเท่านั้นเป็นผู้ตัดสินว่าใครคือเจ้าของหวยที่แท้จริง  ผมเองเห็นด้วยครับ  แต่ต้องเป็นกรณีที่ครูปรีชาและพยานต้องมั่นใจในพยานหลักฐานของตนและยื่นฟ้องเองต่อศาล  จนผ่านกระบวนการไต่สวนมูลฟ้อง   คดีมีมูล  ศาลประทับรับฟ้อง สืบพยานทั้งฝ่ายคุณลุงและครู  แล้วจบที่ศาลตัดสินครับ  ถ้าครูใช้วิธีการนี้ ผมยอมรับครับ เพราะเป็นวิธีที่ขาวสะอาด ปราศจากข้อสงสัยแน่นอน

แต่วิธีการที่ผ่านมามันไม่ใช่ครับ  คดีนี้ครูกลับยืมมือตำรวจเข้ามาจัดการตั้งแต่เริ่มต้น  แต่เมื่อวิธีการขู่ปลอบไม่สำเร็จก็หันไปเล่นวิธีอื่นแทน  จะยังไงก็ขอถูไถไปให้ได้เพราะฝ่ายตนกุมทั้งคนและเอกสารสำนวนไว้ในมือและทีมครูก็กะโยนภาระให้พนักงานอัยการและศาลพิจารณา โดยกะวัดดวงซึ่งถ้าแพ้ก็ไม่เป็นไร  แต่ถ้าชนะก็ถือว่าส้มหล่น  ในใจครูกับพวกคงหวังลึกๆว่าโชคคงเข้าข้างฝ่ายตนอยู่บ้างเพราะคิดว่ามีตัวช่วยเหลือเฟือ กองหลังก็เพียบทั้งพยานบุคคลและอำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ  ดังนั้นความบิดเบี้ยวของคดีมันก็เลยเกิดขึ้น  เพราะหากคนทำสำนวนร่วมมือกันเล่นแร่แปรธาตุ นำพยานหลักฐานเท็จเข้าสู่สำนวนการสอบสวน  แล้วตัดพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายตรงข้ามออก แค่นี้ก็เข้าทางครูและพวกแล้วครับ

ผมขอถามกลับไปยังทั้งผู้รู้และไม่รู้กฎหมายที่พากันยิงคำถามดังกล่าวมาที่ผมหน่อยครับว่าคดีคุณลงจรูญที่ง่ายแสนง่ายและไม่ซับซ้อนอะไรเลย จำเป็นที่จะต้องนำขึ้นสู่ศาล มาเป็นคดีที่รกศาล เสียงบประมาณของทางราชการกับเรื่องไม่เป็นเรื่องด้วยหรือครับถ้าทุกฝ่ายทำกันด้วยความบริสุทธิ์ใจและเที่ยงธรรม  คดีนี้เริ่มต้นก็มีพิรุธแล้วครับซึ่งเป็นที่รู้ๆกัน  แต่เอาล่ะ  ในเมื่อตำรวจก็เป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรมและครูก็มีสิทธิ์ที่จะแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้อื่นเมื่อเห็นว่าตนเองถูกละเมิด(ซึ่งครูกับพวกจะต้องรับผิดชอบในการกระทำด้วยเช่นกันหากเป็นเรื่องเท็จ)  และเมื่อรับแจ้งแล้ว ตำรวจที่รับผิดชอบได้รวบรวมพยานหลักฐานด้วยใจที่บริสุทธิ์หรือไม่  เรื่องนี้ผมไม่จำเป็นต้องตอบเพราะไม่ใช่หน้าที่ของผม แต่ผู้มีหน้าที่ย่อมรู้ตัวดีว่าได้ทำอะไรไปบ้าง  ครูยืมมือตั้งแต่มีการเรียกคุณลุงไปพบทั้งที่โรงพักและที่บ้านพัก 

วันนั้นถ้าคุณลุงเป็นมิจฉาชีพจริงก็คงยอมวินวินไปแล้ว  แต่เมื่อคุณลุงไม่ยอมก็เลยหาเรื่องลามปาม ทำสารพัดวิธี  จะเพื่อข่มขู่หรือบีบหรือต่อรองหรือเพื่ออะไรนั้นผมคงไม่ต้องอธิบาย  และเมื่อผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ออกมาก็ไม่ยอมรับกันอีก  ยังดึงดันที่จะเดินหน้าต่อโดยการขุดพยานที่โผล่จากในหลุมมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยมาช่วยกันเสริมแต่งให้เนียน  ซึ่งเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดและใช้ความเป็นเหตุเป็นผลประกอบแล้ว   พยานหลักฐานเหล่านี้หรือครับที่จะมีน้ำหนักมาใช้แจ้งข้อกล่าวหาแก่คุณลุง  แค่พยานหลักฐานที่อ่อนปวกเปียกอย่างนี้หรือครับที่ตำรวจจะกล้าสั่งฟ้องให้ผ่านพนักงานอัยการจนไปถึงศาล

ภาระพิสูจน์ว่าครูเป็นเจ้าของหวยขาวสะอาดแค่ไหน  คดีนี้ต่อให้คุณลุงบอกว่าซื้อจากแม่ค้า ก.  ผมว่าเขาก็คงปฏิเสธทุกแผงตั้งแต่แม่ค้า ก.จนถึง ฮ.แน่ เพราะคุณลุงไม่ใช่พวกเขา  เขาตั้งธงไว้แล้ว แม้คุณลุงจะหาพยานหลักฐานอะไรมาเขาก็คงไม่ฟังแน่   ผมก็เลยปักธงว่าภาระการพิสูจน์ต้องอยู่ที่ครู  ที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าหวยที่ครูอ้างนั้นเป็นของครูจริงๆโดยปราศจากข้อสงสัย และต้องพิสูจน์ด้วยว่าคุณลุงไปลักขโมย ยักยอกหรือรับของโจรจากใครด้วยวิธีการใด  ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีพิสูจน์ฝ่ายผู้กล่าวหาด้วยและตรงกับตัวบทกฎหมายที่คนส่วนใหญ่มองข้ามกัน เพราะส่วนใหญ่เข้าใจผิดและคิดอยู่อย่างเดียวว่าผู้ถูกกล่าวหาต้องหาพยานหลักฐานมาแก้ข้อกล่าวหาแต่เพียงฝ่ายเดียวให้ได้  เมื่อหาไม่ได้ก็ต้องสั่งฟ้องลูกเดียว  ผมเห็นว่าวิธีการนี้น่าจะมีการปรับแนวคิดได้แล้วครับ โดยเฉพาะตำรวจที่เป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม

คุณครูกับพวกย่ามใจคิดว่าตนเองเป็นต่อ  ไม่เป็นไรครับ  เดี๋ยวผมจะตั้งประเด็นคำถามให้ครูและพยานตอบ  ผมจะถามโดยที่คุณลุงไม่จำเป็นที่จะออกอาวุธอะไรเลย  ผมจะยึดตัวบทกฎหมายให้ครูกับพวกพิสูจน์พยานหลักฐานฝ่ายตนจนปราศจากข้อสงสัย  แล้วมาลองดูกันว่าอย่างนี้หรือที่จะมาแจ้งข้อกล่าวหาและจะมาสั่งฟ้องคุณลุง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก