
บิ๊กป้อมสั่งตร.ยกระดับเข้มข้นปราบยาเสพติด-ผู้มีอิทธิพล-โอเวอร์สเตย์
"ประวิตร" สั่ง "จักรทิพย์" ยกระดับเข้มข้นปราบยาเสพติด-ผู้มีอิทธิพล-โอเวอร์สเตย์ คาดโทษหากปฏิบัติงานไม่ตามเป้า
"ประวิตร" สั่ง "จักรทิพย์" ยกระดับเข้มข้นปราบยาเสพติด-ผู้มีอิทธิพล-โอเวอร์สเตย์ คาดโทษหากปฏิบัติงานไม่ตามเป้า
เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ รองนายกฯกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานมอบนโยบายการปฏิบัติราชการตำรวจ โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) รองผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการ(ผบช.) ผู้บังคับการ(ผบก.) ทั่วประเทศ รวม 169 นาย และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วยเลขาธิการคณะกรรมป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) เลขาธิการกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง เป็นต้น
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวภายหลังการมอบนโยบาย ว่า การประชุมครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้มีการกำชับ เน้นย้ำ การปฏิบัติหน้าที่ไว้ 3 เรื่องคือ การปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพล การปราบปรามยาเสพติด และ การปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือ นักท่องเที่ยวที่อยู่เกินเวลากฎหมายกำหนดหรือโอเวอร์สเตย์ ซึ่งตนเองได้มอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจภูธร 1 - 9 และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานผลการปฏิบัติให้ตนเองทราบภายระยะเวลา 1 - 2 เดือน หากกองบัญชาการใดมีผลการปฏิบัติไม่ตรงเป้าจะต้องถูกพิจารณากันบ้าง
"ในเรื่องยาเสพติด พล.อ.ประวิตร ยังได้เน้นย้ำให้มีการขยายผลไปยังบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง และ ประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้กระทำผิด เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำผิดทั้งเครือข่าย โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ตลอด ซึ่งมาตรการที่ตนเองกำชับฝ่ายปฎิบัติ แก่ตำรวจทุกท้องที่นั้น ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการกดดันแต่อย่างใด แต่เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปราม การดูแลความปลอดภัยในชีวิต และ ทรัพย์สิน ของประชาชน ส่วนพล.อ.ประวิตร ไม่ได้คาดโทษใคร ถ้าคาดโทษคงคาดโทษผม"ผบ.ตร. กล่าว
ผบ.ตร.กล่าวว่าอย่างไรก็ตาม ในการประชุมได้รายงานเป้าหมายด้านยาเสพติดที่ต้องเร่งปราบปรามในช่วงเดือนนี้ทั้งสิ้น 70 เป้าหมาย แบ่งเป็นพื้นที่นครบาล 27 เป้าหมาย และภูธรภาคต่างๆ 43 เป้าหมาย ขณะที่เป้าหมายการปราบปรามผู้มีอิทธิพลทั้งการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ขบวนการค้ามนุษย์ ค้าอาวุธสงคราม และความผิดอื่น ๆ รวม 814 เป้าหมาย ด้านเป้าหมายนักท่องเที่ยวที่อยู่เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด รวมกว่า 8,788 ราย ขณะที่เป้าหมายอาชญากรรมข้ามชาติ มีจำนวน 1,908 เป้าหมาย การติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีการตั้งรางวัลนำจับ จำนวน 282 ราย เป็นผู้ต้องหาความผิดเกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงยาเสพติด







