เงินบาท 29 เสี่ยงหายนะ
ช่วงนี้นักธุรกิจกำลังเครียดอย่างหนัก กับค่าเงินบาทที่แข็งพรวดพราด ล่าสุดหลุดมาที่ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐเข้าให้แล้ว
ช่วงนี้นักธุรกิจกำลังเครียดอย่างหนัก กับค่าเงินบาทที่แข็งพรวดพราด ล่าสุดหลุดมาที่ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐเข้าให้แล้ว
โดย...ทีมข่าวการเงิน
ช่วงนี้นักธุรกิจกำลังเครียดอย่างหนัก กับค่าเงินบาทที่แข็งพรวดพราด ล่าสุดหลุดมาที่ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐเข้าให้แล้ว
นอนตื่นมาแล้วนึกว่าฝันไป เพราะเมื่อปีก่อนค่าเงินยังวิ่งกันแถวๆ 3435 บาท ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติ
นักเศรษฐศาสตร์รุ่นเก๋า เจ้าของสำนวน “ปีนี้เผาหลอก ปีหน้าเผาจริง” ยังบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะไปไม่รอด เพราะยังไม่เห็นก้นกระทะ
นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหญ่อีกคนที่เคยทำนายเงินบาทผิดพลาดเมื่อปี 2540 ออกมาบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบมากที่สุดในโลก
สุดท้ายทั้งสองคนหงายเก๋งเสียเครดิต!!!
เพราะเศรษฐกิจไทยกลับฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาด
นับจากต้นปี 2553 ถึงวันที่ 6 ต.ค. มีเงินทุนไหลเข้ามาซื้อหุ้นและตราสารหนี้ โดยมียอดซื้อสุทธิสะสมรวมกัน 2.7 แสนล้านบาท หรือราวๆ 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะที่ 8 เดือนแรกประเทศไทยดุลการค้าเกินดุล 6,840 ล้านเหรียญสหรัฐ และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 6,630 ล้านเหรียญสหรัฐ
หมายความว่ามีรายได้เข้าประเทศจากการส่งออกสินค้าและบริการเต็มกระเป๋า...
สะท้อนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่ดูดีมาก เป็นปัจจัยหนึ่งที่หนุนให้ค่าเงินบาทแข็งค่า
นักค้าเงินจากธนาคารแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ขณะนี้คาดการณ์ทิศทางค่าเงินบาทได้ลำบากมาก ระบุแนวต้านไม่ได้ ไม่ทราบว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าไปที่ระดับใด
ดังนั้น ขณะนี้จึงคาดการณ์เงินบาทเป็นตัวเลขกลมๆ เช่น 29.85 หรือ 29.80 หรือ 29.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
แต่ทุกฝ่ายก็ไม่สามารถลิงโลดกับพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและเงินบาทที่แข็งปึ้กได้ เพราะจากการศึกษาของฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) พบว่า
ภายใต้สมมติฐานที่ผู้ส่งออกมีส่วนต่างกำไร (มาร์จิน) อยู่ที่ 5% นั้น หากอัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าอย่างรวดเร็วจนแตะระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อาจทำให้ผู้ส่งออกในหลายอุตสาหกรรมไม่สามารถส่งออกต่อไปได้
และขณะนี้สถานการณ์นั้นได้มาถึงจุดนั้นแล้ว!!!
เอ็กซิมแบงก์ ระบุว่า อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ได้แก่ ข้าว กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง ไก่แปรรูป น้ำตาลทราย แป้งแปรรูป ยางแปรรูปขั้นต้น ถุงมือยาง เสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า และเฟอร์นิเจอร์ไม้
เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ส่งออกมากทำให้รายได้ของผู้ประกอบการลดลงมากเมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้น
ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ยังเน้นใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก จึงไม่ได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าที่ลดลงตามเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบปานกลาง ได้แก่ ผลไม้ เครื่องดื่ม ทูน่ากระป๋อง ผลิตภัณฑ์พลาสติก ผ้าผืน ยางรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ อัญมณี และเครื่องประดับ
ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ดูจะยังลังเลกับการออกมาตรการที่แข็งกร้าว ด้วยพื้นเพของนายกรณ์มาจากอุตสาหกรรมการเงินในตลาดทุน
ล่าสุด รมว.คลัง ได้แค่แอ็กชันว่าจะหารือกับนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ในสัปดาห์หน้าหลังจากกลับจากประชุมที่สหรัฐ
ขณะที่การทำงานใน ธปท. ณ บางขุนพรหม ช่วงนี้ไม่เพียงแต่เป็นรอยต่อเท่านั้น แต่ยังเป็นสุญญากาศเพราะผู้ว่าการ ธปท.ไปต่างประเทศ ไม่มีใครกล้าตัดสินใจ
นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา อดีตประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และอดีตรองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดควรมีการร่วมกันเพื่อจัดทำโรดแมป เพื่อแก้ไขปัญหาค่าเงินบาท และดูว่าประเทศไทยจะได้ประโยชน์ด้านใดจากการที่ค่าเงินบาทแข็งค่า
ในการดูนั้นจะต้องดูว่าในส่วนของผู้ประกอบการภาคการส่งออกว่าได้รับผลกระทบมากน้อยอย่างไรบ้าง และในส่วนของผู้นำเข้าสินค้าก็น่าจะดึงดูดให้มีการนำเข้าสินค้าเพื่อการลงทุนมากขึ้น เพราะบาทแข็งค่าจะเป็นประโยชน์กับผู้นำเข้า และบางทีอาจจะต้องนำมาตรการเรื่องภาษีมาใช้ด้วยก็ได้
รวมถึงการจัดสัมมนาเพื่อให้ความรู้ผู้ประกอบการ และเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวน
ขณะที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มองว่า ไทยควรใช้สถานการณ์เงินทุนต่างชาติไหลเข้านี้เป็นจังหวะให้เอกชนไทยออกหุ้นกู้เพื่อระดมเงินไปใช้ในการลงทุนต่างๆ รวมถึงการเปิดให้ต่างชาติมาออกพันธบัตรในไทยทั้งสกุลเงินบาทและเหรียญสหรัฐ
ล่าสุดจะมีรัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนลาว จะออกหุ้นกู้เพื่อนำเงินลงทุนก่อสร้างเขื่อนและขายไฟฟ้าให้กับไทย คาดว่าจะเสนอขายได้ในต้นปี 2554 โดยจะใช้รายได้และกระแสเงินสดในอนาคตเป็นหลักประกัน (ซีเคียวริไทเซชัน) นับเป็นหุ้นกู้ซีเคียวริไทเซชันรายแรกที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ
ขณะที่นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย มองว่า ภายหลังค่าเงินบาทหลุดต่ำกว่าระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และต่ำกว่าเป้าหมายที่ธนาคารประเมินไว้ว่าจะอยู่ที่ 30.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐแล้วนั้น ทางธนาคารเห็นว่าการขึ้นดอกเบี้ยขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เพราะการขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งสร้างแรงกดดันให้เงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นไปอีก
“ธปท.ควรจัดลำดับความสำคัญของปัญหา ไม่ควรมองปัญหาเงินเฟ้อเป็นลำดับแรก เพราะค่าเงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่านี้ก็เป็นการชะลอของเงินเฟ้ออยู่แล้ว และยิ่ง ธปท.ใช้วิธีการเดิมด้วยการขึ้นดอกเบี้ยและค่อยมาแทรกแซงค่าเงินภายหลังนั้น ไม่ได้เป็นประโยชน์ เพราะช่องทางในการแทรกแซงค่าเงินของ ธปท.คือการออกพันธบัตร แต่ปรากฏว่าผู้ที่เข้ามาประมูลพันธบัตรของ ธปท.ก็เป็นนักลงทุนต่างชาติ ดังนั้นผลสุดท้ายจึงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” นายกอบสิทธิ์ กล่าว
สนามการเงินของประเทศไทยขณะนี้กำลังฝุ่นตลบด้วยเงินร้อนที่เข้ามาหาประโยชน์...
แม้ประเทศไทยจะได้อานิสงส์จากเงินทุนไหลเข้า มาฉุดเศรษฐกิจขึ้นจากหลุม แต่อีกมุมหนึ่งผู้ประกอบการส่งออก ซึ่งเป็นหัวรถจักรเศรษฐกิจกำลังจะฟุบไม่เป็นท่า
และก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่กรรมการจะตีระฆังหมดยก ด้วยมาตรการที่แข็งกร้าวมากกว่าเดิม
งานนี้ดอลลาร์กรีธาทัพเข้ามา เงินพดด้วงไทยสงสัยจะเดี้ยงยาว...!!!


