
เมียแฉมือบึ้มคลั่งทักษิณ
...สุบิน เขื่อนแก้ว
ตำรวจสืบสวน ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ เข้าตรวจสอบภายในบ้านเลขที่ 168 หมู่ 12 ต.บ้านแหวน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ บ้านพักของนายสมัย วงศ์สุวรรณ อายุ 46 ปี เจ้าของห้องเช่า 202 สมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ที่เกิดระเบิดเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. จนมีผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บหลายราย
จากการตรวจสอบพบบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านปูนชั้นเดียวสภาพเก่าทรุดโทรมทั่วบริเวณ พบสติกเกอร์ที่มีข้อความสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และกลุ่ม นปช.ติดหลายจุดทั่วบ้าน โดยมี
“บัวคำ เมืองมา” ภรรยาของนายสมัยอยู่ภายในบ้าน ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบวัตถุระเบิด อาวุธ หรือสิ่งผิดกฎหมายอื่นใด พบเพียงกล่องอุปกรณ์ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ภายในห้องนอนนางบัวคำ เล่าว่า นายสมัยมีภูมิลำเนาเดิม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี อยู่กินกับสมัยมานานกว่า 10 ปี ก่อนหน้านี้นายสมัยมีอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ธนาคารแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ส่วนเธอเป็นพนักงานในโรงแรมแห่งหนึ่ง
นางบัวคำ เล่าว่า ทั้งเธอและสามีชื่นชอบแนวทางการต่อสู้ของคนเสื้อแดงมานาน โดยนายสมัยจะเข้าร่วมการชุมนุมของคนเสื้อแดงทุกครั้ง รวมทั้งการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ในกรุงเทพฯ ซึ่งการเข้าร่วมชุมนุมในเหตุการณ์แยกคอกวัวเมื่อ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา นายสมัยถูกยิงที่แก้มจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะกลับมารักษาตัวและทำงานตามปกติ
ต่อมานายสมัยได้เข้าร่วมการชุมนุมอีกครั้งที่แยกราชประสงค์โดยปักหลักอย่างต่อเนื่อง แต่ปรากฏว่าก่อนสลายการชุมนุมเพียงหนึ่งวัน นายสมัยได้เดินทางกลับบ้านและอยู่บ้านได้เพียงไม่กี่วันจึงเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้าน โดยไม่ยอมบอกว่าไปที่ไหน และหายไปนานกว่า 4 เดือน กระทั่งมาทราบข่าวว่าเป็นเจ้าของห้องที่เกิดระเบิดดังกล่าว
ภรรยานายสมัย บอกอีกว่า สามีชื่นชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พูดตลอดว่าจะต้องเอาประชาธิปไตยคืนให้ได้ ถ้าเป็นแบบนี้ในวันข้างหน้าลูกหลานเกิดมาก็จะเป็นหนี้ แม้ว่าสามีเสียชีวิตไปแล้วแต่นายสมัยเป็นนักต่อสู้ประชาธิปไตยที่แท้จริง
“
พี่ได้ตายสมใจแล้ว ไม่ต้องห่วงยังมีคนสานต่อ ฉันซึ้งใจพี่จริงๆ” นางบัวคำกล่าวยกย่องสามีสำหรับนายสมัยเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ร่วมกับพวกบุกปาระเบิดและขว้างปาก้อนหินถล่ม
“ศูนย์เฮาฮักพระเจ้าอยู่หัว” บริเวณอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เลขที่ 133 ถนนกองทราย ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จนได้รับความเสียหายเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2552 โดยอยู่ในระหว่างประกันตัวเพื่อสู้คดี ก่อนจะโผล่ก่อเหตุบึ้มสะเทือนขวัญดังกล่าว






