posttoday
กฎหมายใหม่เข้มรัฐกู้เงิน

กฎหมายใหม่เข้มรัฐกู้เงิน

19 มกราคม 2561

การประชุมสนช. ที่มี สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ...

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ... ในวาระ 2 และวาระ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญร่าง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ...พิจารณาแล้วเสร็จ ทั้งสิ้น 87 มาตรา โดยมีการแก้ไข 8 มาตรา ประกอบด้วย มาตรา 4 11 23 50 53 71 72 และ 75

สำหรับการแก้ไขรายมาตราก่อนสมาชิกเห็นชอบกับร่างทั้งฉบับด้วยคะแนน 158 เสียง งดออกเสียง 9 เสียง ให้สมควรประกาศร่าง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ... ใช้เป็นกฎหมายต่อไป มีสาระสำคัญคือ การกำหนดคำนิยามคำว่า "หน่วยงานของรัฐ" ให้ชัดเจน เพื่อให้ครอบคลุมถึงหน่วยงานของรัฐทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติตามวินัยการเงินการคลัง

รวมทั้งความหมายคำว่า "เงินนอกงบประมาณ" ให้หมายถึงเงินทั้งปวงที่หน่วยงานของรัฐจัดเก็บหรือได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ หรือนิติกรรม หรือนิติเหตุ หรือกรณีอื่นใดที่ต้องนำส่งคลัง แต่มีกฎหมายอนุญาตให้สามารถเก็บไว้ใช้จ่ายได้ โดยไม่ต้องนำส่งคลัง และ "หนี้สาธารณะ" ให้หมายถึงหนี้สาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ กำหนดแนวทางวิธีการสำหรับการดำเนินนโยบายการคลัง

คำนูณ สิทธิสมาน สมาชิก สนช. ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยสงวนความเห็นในมาตรา 53 ที่กำหนดให้รัฐบาลออกกฎหมายเป็นการเฉพาะเพื่อกู้เงินได้ และในกรณีที่มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการ โดยเร่งด่วนและอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศโดยไม่อาจตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ทัน และมาตรา 54 ที่กำหนดให้การเบิกจ่ายเงินกู้ที่ตราขึ้นเป็นการเฉพาะตามมาตรา 53 ให้หน่วยงานของรัฐที่ใช้จ่ายเงินกู้ดำเนินการเบิกจ่ายเงินกู้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการกู้เงินและระเบียบการเบิกจ่ายเงินกู้อย่างเคร่งครัด และใช้จ่ายเงินกู้ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส คุ้มค่า และประหยัด

โดยขอให้ตัดออกทั้งสองมาตรา เพราะเห็นว่าทั้งสองมาตราเสมือนเป็นการนำอำนาจของรัฐสภาบางส่วนไปเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารสามารถตรากฎหมายพิเศษ เพื่อกู้เงินได้นอกเหนือจาก พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยไม่มีหลักเกณฑ์และกรอบเพดานในการกู้เงิน

"ผมไม่ได้คัดค้านการกู้เงินและไม่ได้คัดค้านการจัดทำโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ไม่ว่าของรัฐบาลขั้วใดในอดีต แต่คัดค้านกระบวนการจ่ายเงินออกไปจะต้องผ่านกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี ระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก ถือว่าการอนุมัติการใช้เงินเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของการควบคุมรัฐบาล ดังนั้น อำนาจในการอนุมัติและควบคุมการจ่ายเงินแผ่นดินของฝ่ายบริหารโดยสภานั้น จึงเป็นอำนาจที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง"

ด้าน ศิริพล ยอดเมืองเจริญ ประธาน กมธ.วิสามัญ ระบุว่า เรื่องดังกล่าวได้มีการถกเถียงรวมถึงข้อดีข้อเสียกันอย่างกว้างขวาง และกฎหมายฉบับนี้ออกมาควบคุมวินัยการเงิน เมื่อมีการกำหนดกรอบและควบคุม ซึ่งการควบคุมตามมาตรา 53 เป็นการควบคุมที่ต้องเกิดเหตุวิกฤตจริงๆ ถึงจะกู้ได้ เป็นเรื่องที่ต้องตรากฎหมาย และวรรคสองจะบังคับว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง การควบคุมเพดานวินัยการเงิน ถึงไม่บัญญัติชัดเจนไว้ แต่วินัยการเงินคุมไม่เกิน 60% เป็นการบังคับไว้ เมื่อมีการใช้ดำเนินการเกินกว่านั้น ก็มีความผิดทางกฎหมาย

ขณะที่ ธีรัชย์ อัตนวานิชธี กมธ.วิสามัญเสียงข้างมาก กล่าวชี้แจงว่า หลักการตามมาตรา 53 ไม่ใช่เรื่องของการบัญญัติเพิ่มอำนาจให้ฝ่ายบริหารสามารถออกกฎหมายพิเศษเพื่อกู้เงินได้ เนื่องจากอำนาจตรากฎหมายกู้เงินมีการบัญญัติรองรับไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้วทุกฉบับ รวมถึงรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งในการตราพระราชกำหนดตามมาตรา 172 การออก พ.ร.บ.ตามมาตรา 134

อย่างไรก็ดี เจตนารมณ์ตามมาตรา 53 เป็นการกำหนดกรอบวินัยหรือกติกาในการออกกฎหมายพิเศษให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เป็นการควบคุมการใช้อำนาจและการใช้ดุลพินิจของฝ่ายบริหารในการนำเสนอกฎหมาย โดยพยายามแก้ไขปัญหาจุดอ่อนของการออกกฎหมายกู้เงินในอดีต ทั้งในส่วนของเงื่อนไขและเนื้อหาสาระของร่างกฎหมาย

ส่วนเงื่อนไข กมธ.วิสามัญได้ปรับปรุงร่างในมาตรา 53 ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น โดยได้เพิ่มเติมเหตุการณ์สำคัญและเงื่อนไขในการตรากฎหมายพิเศษทำได้เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนและต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นวิกฤตของประเทศเท่านั้น และเป็นกรณีที่ไม่สามารถใช้จ่ายจากงบประมาณตามกระบวนการปกติได้ ดังนั้น ที่มีข้อกังวลว่ากรณีสามารถใช้กับตัวบทงบประมาณปกติได้ในมาตรา 53 กำหนดเงื่อนไขไม่สามารถทำได้คือ รัฐบาลต้องไปใช้ในงบประมาณปกติก่อน ไม่ใช่ออกกฎหมายพิเศษเลย

ทั้งนี้ เนื้อหาสาระการออกกฎหมายในมาตรา 53 วรรคสอง ได้กำหนดเงื่อนไขชัดเจนขึ้นว่าจะต้องมีการระบุวัตถุประสงค์ ระยะเวลา แผนงาน โครงการ วงเงินกู้ และหน่วยงานรับผิดชอบบริหารงานให้ชัดเจน สรุปตัวร่างมาตรา 53 ถือเป็น การกำหนดกรอบวินัยในการดำเนินการ กู้เงินของรัฐบาล ในส่วนนอกเหนือไปจากกฎหมายปกติให้รัดกุมมากขึ้น สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ 2560

ข่าวล่าสุด

“พริษฐ์” เปิดหลักฐานโกง สว. จี้ กกต.สั่งฟ้อง 229 คน ก่อนชี้ขาด 14 ก.ย.69

“พริษฐ์” เปิดหลักฐานโกง สว. จี้ กกต.สั่งฟ้อง 229 คน ก่อนชี้ขาด 14 ก.ย.69