
สางปมขายข้าวรัฐ
เป็นไปตามความคาดหมายของผู้ประกอบการในแวดวงธุรกิจค้าข้าว ที่ตั้งข้อสังเกตไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า การประมูลข้าวสต๊อกรัฐบาลงวดล่าสุด แบบล็อกชื่อเกือบ 2 ล้านตันให้กับบริษัท เอ็มที เซ็นเตอร์เทรด มีโอกาสสูงที่จะไปไม่รอด
แม้จะมีการเมืองหนุนหลัง แต่ประสบการณ์และฐานะการเงินของบริษัทไม่ได้มั่นคง เข้มแข็ง เหมือนผู้ประกอบการตัวจริง เนื่องจากเป็นการเข้ามาแบบเฉพาะกิจ เพื่อหาผลประโยชน์เข้ากลุ่ม โดยอาศัยการเชื่อมโยงกับฐานอำนาจทางการเมืองเป็นแรงสนับสนุน
อย่างไรก็ดี อาจมีการพลิกความคาดหมายได้ หาก รมว.พาณิชย์ เลือกที่จะดันทุรังให้สิทธิพิเศษ ยอมขยายเวลาทำสัญญาซื้อขายออกไปเกิน 10 วัน จากระเบียบปฏิบัติของทางราชการที่ครบกำหนดไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะจะกลายเป็นการตอกย้ำ ความอภิสิทธิ์ของบริษัท เอ็มทีฯ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
นั่นเท่ากับว่า รัฐบาลชุดนี้มีพฤติกรรมขาดความโปร่งใสในการบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐ ซึ่งก็คือ ทรัพย์สินของประชาชน เพราะไม่พยายามปกป้องผลประโยชน์ของส่วนรวม แต่กลับเลือกปฏิบัติชัดเจนที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนแค่รายเดียว
ที่กล้าระบุขนาดนี้ก็เพราะเห็นถึงความผิดปกติ ตั้งแต่เปิดให้บริษัท เอ็มทีฯ เข้ามาเสนอขอซื้อข้าวจากสต๊อกรัฐแบบยกล็อตรวดเดียวเกือบ 2 ล้านตัน โดยไม่มีการสอบประวัติบริษัทให้ชัดเจน กระทรวงพาณิชย์อ้างแค่ว่า บริษัท เอ็มทีฯ มีคำสั่งซื้อหรือออร์เดอร์ข้าวจากต่างประเทศ แต่ไม่มีการตรวจสอบว่าเป็นออร์เดอร์จริงหรือไม่
พิรุธต่อมาคือ ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดราคาซื้อขาย แม้จะรับฟังได้ว่าไม่อยากทำให้ตลาดแตกตื่น แต่ในทางกลับกัน ถ้าตลาดรับรู้ราคาข้าวที่รัฐขายออกไป หากได้ราคาดี ก็สามารถช่วยให้ราคาข้าวในตลาดสูงขึ้นได้เช่นกัน เป็นผลดีต่อเกษตรกรโดยตรง
สิ่งที่เกิดขึ้นเวลานี้ กระทรวงพาณิชย์ควรยุติปัญหาด้วยการยกเลิกทำสัญญากับบริษัท เอ็มทีฯ ได้แล้ว เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการระบายข้าวรอบใหม่ กลับไปใช้วิธีประกาศประมูลอย่างเป็นทางการเพื่อความโปร่งใส ถึงจะอ้างว่าขายแบบลับๆ เพื่อปกป้องตลาด แต่ในความเป็นจริงคือ ทุกคนรู้หมด ความลับไม่มีในโลก โดยเฉพาะในโลกของพ่อค้า นักการเมือง ถึงคนได้จะเงียบ แต่คนไม่ได้คงไม่มีใครยอมเงียบด้วย
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่การเมืองเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากสต๊อกข้าวรัฐบาล แต่ครั้งนี้พฤติกรรมของรัฐชัดเจนต่อการให้อภิสิทธิ์บริษัท เอ็มทีฯ ทำให้กลไกการประมูลบิดเบือน เสียโอกาสที่จะได้ผู้ซื้อหลายๆ รายเข้ามาแข่งขันราคา
หากยังปล่อยให้เลยตามเลยต่อไป เชื่อว่าข้าวที่เหลือในสต๊อกรัฐอีกเป็นจำนวนมาก รับประกันได้ว่า ขายออกมาอีกเมื่อไหร่ประเทศขาดทุนยับเยิน แต่นักการเมืองได้รวยเพลินกันถ้วนหน้าแน่







