posttoday
ตร.เชื่อบึ้มรพ.สัตว์เรื่องส่วนตัว

ตร.เชื่อบึ้มรพ.สัตว์เรื่องส่วนตัว

05 ตุลาคม 2553

จักรทิพย์ ระบุ บึ้ม รถสัตวแพทย์หญิง เป็นเรื่องส่วนตัว เชื่อปมขัดแย้งธุรกิจไม่โยงเหตุระเบิดหลายจุด เพราะการลงมือคนร้ายไม่ซับซ้อน ยอมรับที่ผ่านมาวางแผนเข้มแล้วแต่ยังเกิดเหตุ เตรียมให้ท้องที่ชี้แจงหากไม่ชัดเจนต้องเอาผิด

จักรทิพย์ ระบุ บึ้ม รถสัตวแพทย์หญิง เป็นเรื่องส่วนตัว เชื่อปมขัดแย้งธุรกิจไม่โยงเหตุระเบิดหลายจุด เพราะการลงมือคนร้ายไม่ซับซ้อน ยอมรับที่ผ่านมาวางแผนเข้มแล้วแต่ยังเกิดเหตุ เตรียมให้ท้องที่ชี้แจงหากไม่ชัดเจนต้องเอาผิด

สืบเนื่องจากวานนี้ (4 ต.ค.) เมื่อช่วงเวลา 23.00 น. เกิดเหตุระเบิดบริเวณลานจอดรถโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ถ.สิรินธร แขวงบำหรุ เขตบางพลัด กทม. ท้องที่สน.บางพลัด โดยที่เกิดเหตุพบรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้สีดำ ทะเบียน 5161 กทม. จอดอยู่เพียงคันเดียว ตรวจสอบพบแรงระเบิดทำให้บริเวณด้านหน้ารถได้รับความเสียหาย กันชนด้านหน้าหลุดออกมา กระจกด้านหน้ารถ และกระจกฝั่งที่นั่งคนขับร้าว บริเวณรอบรถยังพบเศษสะเก็ดระเบิดที่เป็นพลาสติก โดยเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวคือ สัตวแพทย์หญิงดรัลรัตน์ ธุมชัย อายุ 30 ปี ที่ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุตนเข้าเวรตามปกติตั้งแต่ช่วงเย็น จากนั้นเวลาประมาณ 22.45 น. ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นมาจากบริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาลจึงวิ่งออกมาดู รู้สึกตกใจที่เห็นรถได้รับความเสียหาย เพราะไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใครมาก่อนจึงไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมจึงถูกวางระเบิด

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.ผบช.น. ได้มีคำสั่งให้ผบก.น.1-9 และตปพ. ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ เฝ้าระวังจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันและรับมือเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นหลายครั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งขณะเกิดเหตุระเบิดดังกล่าวนั้นทางบก.น.7 ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบก็กำลังซ้อมแผนอยู่ แต่กลับมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นในพื้นที่อีก

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. กล่าวว่า “เหตุดังกล่าวตำรวจมุ่งไปที่ประเด็นส่วนตัว และเรื่องขัดแย้งภายในโรงพยาบาล แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ คาดว่าคนร้ายน่าจะนำระเบิดมาวางซุกบริเวณใต้ล้อรถด้านหน้า ทั้งนี้ ยังไม่ทราบว่าระเบิดดังกล่าวเป็นชนิดใด และเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่”

ล่าสุดวันนี้ (5 ต.ค.) เวลา 11.20 น.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.ผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรื่องคดีระเบิดดังกล่าวว่า ขณะนี้รอพิสูจน์หลักฐานให้แน่ชัดจึงจะทราบว่าเป็นระเบิดชนิดใด และระเบิดเมื่อคืนวานก็เป็นคนละชนิดกับเหตุที่เกิดสุภาวดีทาวเวอร์ ย่านราชวัตร เพราะเหตุที่บางพลัดจะเป็นลักษณะของดินดำ และมีการจุดชนวนทำให้เกิดระเบิด แต่ที่ราชวัตรจะเป็นประทัดยักษ์ ที่พันตะปูไว้รอบ ซึ่งจะแตกต่างกัน ส่วนสาเหตุนั้นเท่าที่ได้รับรายงานจากบก.น.7 ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบ คาดว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว และเรื่องธุรกิจภายในโรงพยาบาลสัตว์ฯ

เมื่อถามว่าทำไมคนร้ายจึงเลือกลงมือในช่วงที่มีการซักซ้อมแผนรับมือระเบิดหน้าบ้านนายบรรหาร ศิลปอาชา ซึ่งอยู่ในละแวกใกล้ที่เกิดเหตุ พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าวว่า คงขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสที่คนร้ายลงมือมากกว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการซ้อมแผนรับมือระเบิดแต่อย่างใด และพื้นที่เกิดเหตุก็เป็นโรงพยาบาลสัตว์ และมีรถคู่กรณีอยู่คันเดียว ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมือง

ต่อข้อซักถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่แผนการซักซ้อมดังกล่าวจะหลุดรั่วออกไปให้คนร้ายได้ทราบ พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้

“ขณะนี้ตำรวจได้ภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว แต่ภาพที่ได้รับค่อนข้างห่างจากที่เกิดเหตุ ซึ่งกำลังขยายภาพเพื่อให้ชัดเจนอยู่ แต่เวลาประมาณ 15.30 น.พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ว่าที่รองผบ.ตร. (สบ.10) จะมาประชุมในเรื่องดังกล่าวกับทีมสืบสวนอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความชัดเจน อย่างไรก็ตาม บริเวณที่เกิดเหตุเป็นโรงพยาบาลสัตว์ที่เพิ่งเปิดใหม่ จึงให้น้ำหนักในเรื่องธุรกิจที่อาจจะขัดแย้งผลประโยชน์กัน และเหตุการณ์นี้ก็ไม่น่าจะเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดอื่นๆ ในกรุงเทพฯ เพราะการลงมือของคนร้ายก็ไม่สลับซับซ้อน”

พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ส่วนมาตรการควบคุมเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนั้น ต้องยอมรับว่าเราวางมาตรการควบคุมไว้ทุกทาง ทั้งการซักซ้อมสมมุตเหตการณ์จริง แต่ก็ยังมีเหตุการณ์เล็ดลอดออกมาได้ ซึ่งต้องเพิ่มความเข็มงวดขึ้นไปอีก ส่วนทางท้องที่จะโดนคาดโทษหรือไม่นั้น ก็ต้องดูว่าผู้รับผิดชอบจะสามารถชี้แจงเรื่องดังกล่าวได้หรือไม่ หากมีการหละหลวมก็ต้องพิจารณาเอาผิดต่อไป

 

ตร.เชื่อบึ้มรพ.สัตว์เรื่องส่วนตัว สภาพความเสียหาย

 

ตร.เชื่อบึ้มรพ.สัตว์เรื่องส่วนตัว ที่เกิดเหตุ

 

ตร.เชื่อบึ้มรพ.สัตว์เรื่องส่วนตัว หาพยานหลักฐานเพิ่มเติม

 

 

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก