10 ฉายาตำรวจปี 60 "บิ๊กแป๊ะ ผบ.ตร สายแข็ง- บิ๊กโจ๊ก นายพลศูนย์เหรียญ"
สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมฯ เผย 10 ฉายานายตำรวจปี 2560 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ฉายา ผบ.ตร สายแข็ง
สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมฯ เผย 10 ฉายานายตำรวจปี 2560 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ฉายา ผบ.ตร สายแข็ง
เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2560 สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยฉายาตำรวจประจำปี 2560 ที่ทางสมาคมฯ ได้ประชุมร่วมกับผู้สื่อข่าวจากสื่อมวลชนสังกัดต่างๆ ที่ร่วมกันเสนอชื่อและตั้งฉายาตำรวจซึ่งมีขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ 10 ฉายานายตำรวจที่ผ่านการเลือกและมีการตั้งมีดังนี้
1.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร) ฉายา “ผบ.ตร สายแข็ง” เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีข่าวลือมาเป็นระยะว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะถูกปลดจาก ผบ.ตร. รวมถึงล่าสุดมีกระแสข่าวว่าจะถูกบังคับให้ลาออกเพื่อไปรับตำแหน่งรัฐมนตรี ใน ครม.ประยุทธ์ 5 แต่สุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องออกมาดับกระแสข่าวดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ทำงานดีอยู่แล้วจะให้ปรับทำไม ด้วยเหตุนี้สื่อมวลชนจึงให้ฉายาว่า “ผบ.ตร.สายแข็ง”
2.พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษก ตร.ได้รับฉายาว่า “มือปราบพระกาฬ” เนื่องจาก เป็นนายตำรวจที่สื่อมวลชนมองว่าเป็นตำรวจน้ำดี มือสะอาด ที่ผ่านมาได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ลงลุยปราบปรามคดีสำคัญมากมายส่วนใหญ่เป็นปัญหาระดับประเทศ เช่น คดียูฟัน ที่มีผู้เสียหายกว่า 2,000 ราย ผู้ต้องหาโดนจำคุกกว่า 12,255 ปี ซึ่งถือว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังลงไปจับกุมนายทุนเงินกู้ยึดบ้านและที่ดิน ทรัพย์สิน คืนให้กับลูกหนี้ คดีแก๊งโคลัมเบีย คดีหมอยอร์น ครูจอมทรัพย์ ล่าสุดได้ลงพื้นที่ทวงคืนพื้นที่วนอุทยานบนเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ซึ่งถูกนายทุนบุกรุกพื้นของโรงพัก
3.พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส) ฉายา “มือปราบหมื่นล้าน” เพราะเป็นเจ้าของวลีเด็ด “ผมจะทำให้มันจนยิ่งกว่าขอทาน” เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะคดีของ “นายไซซะนะ” พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ชาว สปป.ลาว และโยงไปถึงสามีนักแสดงสาวเข้ามาเกี่ยวข้องในการฟอกเงินให้กับขบวนการดังกล่าว
4.พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น) ฉายา “น.1 ไม่บึ่งแล้ว” เนื่องจากก่อนหน้านี้ในยุค พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร เป็น ผบช.น เวลาเกิดเหตุการณ์หรือเกิดคดีสำคัญไม่ว่าคดีเล็กหรือใหญ่ จะเช้าตรู่หรือค่ำมืดผู้สื่อข่าวจะเห็นอดีต ผบช.น เดินทางไปยังที่เกิดเหตุแทบจะทุกคดี จนทำให้ประชาชนอุ่นใจ ซึ่งตรงกันข้ามกับปัจจุบันที่เวลาเกิดเหตุไม่เคยเห็น ผบช.น ตามสถานที่เกิดเหตุเลย นอกจากการแถลงข่าวที่ บช.น เท่านั้น
5.พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ฉายา “ฉลามตาฟาง” เนื่องจากว่าพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 2 พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ติดชายทะเลและตลอดระยะเวลาที่ พล.ต.ท.จิตติ มาดำรงตำแหน่ง ในพื้นที่แห่งนี้ได้มีชาวบ้านร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องอบายมุขหรือสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ ก็ดูเหมือนมักจะไม่ได้รับการแก้ไขหรือขจัดปัดเป่าให้ดีขึ้น แถมยังปล่อยให้ปัญหาอาชญากรรมผุดขึ้นอย่างมากมาย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของ ฉายา “ฉลามตาฟาง”
6.พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ฉายา “นายพลศูนย์เหรียญ” จากการเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนร่วมกันทลายและบุกเข้าตรวจค้น บริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว จนมีการอายัดรถบัสนำเที่ยว 2,086 คัน และอายัดบัญชีเงินสดกว่า 90 บัญชี มูลค่ากว่า 13,000 ล้าน เพื่อดำเนินตรวจสอบเอาผิดกับผู้ที่เป็นเครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่สุดท้ายศาลอาญามีคำสั่งยกฟ้องผู้ต้องหาเท่ากับว่าที่ทำมานั้นสูญเปล่าจึงเป็นที่มาของ ฉายา “นายพลศูนย์เหรียญ”
7.พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) ฉายา “มือพิฆาตมารศาสนา” มาจากการเดินหน้าตรวจสอบการทุจริต“เงินทอนวัด”โดยเปิดปฏิบัติการ บุกค้นบ้าน นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา หลังพบเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องการทุจริตเงินทอนวัด ซึ่งพบทรัพย์สินที่คาดว่าจะได้มาจากการทุจริตหลายรายการ และจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังคงดำเนินการสืบสวนเพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการดังกล่าวอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นที่มาของ ฉายา “มือพิฆาตมารศาสนา”
8.พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล ฉายา “แมนไทยลีก” ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ติดตามสืบสวนคดี “ล้มบอลไทยพรีเมียร์ลีก” อย่างลับๆ จนสามารถหาข้อมูลและตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการล้มบอลเพื่อผลประโยชน์ จนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่มีส่วนร่วมในคดีได้เป็นจำนวนมากทั้งนักบอล กรรมการตัดสิน
9.พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล ฉายา “นักสืบโลกลืม” นายตำรวจที่อยู่เบื้องหลังการปิดคดีสำคัญหลายๆที่เกิดขึ้นในนครบาล ไม่ว่าจะเป็นคดีเล็กหรือคดีใหญ่ จะต้องเห็นนายตำรวจท่านนี้ไปนั่งเฝ้าหาข้อมูลเพื่อคลี่คลายคดีจนกระทั่งจับคนร้ายได้จึงถอนกำลังกลับที่ตั้ง แต่กลับกันการแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาจะเห็นแต่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาแถลงข่าวส่วนพ.ต.อ.นพศิลป์ ไม่เห็นแม้แต่เงา
10.พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.5 บก.ป.) ฉายา “เอ็ม5บ้าพลัง” จากเหตุการณ์ที่ผู้ต้องหาคดีโจรกรรมรถยนต์ กระโดดหนีจากห้องสอบสวนกองปราบปราม ซึ่งในขณะนั้นพ.ต.อ.ภูมินทร์ ได้ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ จึงได้วิ่งไล่ตามคนร้ายจนกระทั่งจับกุมตัวไว้ได้ แล้วได้จับผู้ต้องหาแบกขึ้นบ่านำตัวกลับมาส่งให้พนักงานสอบสวน จนปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆจึงที่เป็นที่ของฉายา “เอ็ม5บ้าพลัง”


