
สนั่นเล็งถกปรองดองแม้ว
เสธ.หนั่น” เผย คุย “ทักษิณ” ขั้นตอนสุดท้ายการปรองดอง ยันไม่ต้องการเป็นนายกฯ แค่ปูทางเพื่อให้ทุกฝ่ายเดินหน้าปรองดองได้
เสธ.หนั่น” เผย คุย “ทักษิณ” ขั้นตอนสุดท้ายการปรองดอง ยันไม่ต้องการเป็นนายกฯ แค่ปูทางเพื่อให้ทุกฝ่ายเดินหน้าปรองดองได้
เมื่อเวลา 13.20 น.พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเดินทางไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเป็นขั้นตอนสุดท้าย ภายหลังจากที่มีการคุยกับทุกพรรคการเมือง และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในประเทศ ซึ่งต้องรอให้การพูดคุยเสร็จสิ้นเป็นพิมพ์เขียวในการสร้างความปรองดองเสียก่อน
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การเดินหน้าปรองดองไม่ต้องการทำเพื่ออยากเป็นนายกรัฐมนตรี อีกทั้งไม่คิดที่จะลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯเพราะยังไม่ถึงเวลา แต่ทำเพราะเป็นการปูทางไว้ให้ ถ้าทุกฝ่ายร่วมด้วยก็จะประสบความสำเร็จได้ ทั้งนี้จากการเดินสายปรองดองที่ผ่านมาทั้ง 3 ครั้ง คือ ไปพบกับแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และผู้บริหารพรรคเพื่อไทย ทุกฝ่ายก็มีท่าทีที่จริงใจตลอด ส่วนที่มีคนออกมาแสดงความเห็นคัดค้าน นั้น ส่วนตัวไม่เป็นกังวล เพราะการทำงานจะต้องมีอุปสรรค ทั้งนี้หวังว่าประชาชนจะเห็นด้วยกับการเดินหน้าปรองดอง
ด้าน นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวว่า อยากให้พล.ต.สนั่นหารือกับทุกฝ่ายในประเทศไทยให้ตกผลึกเสียก่อนค่อยคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ยืนยันว่าท่านพร้อมที่จะเจรจาหาทางออก สร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้ประเทศไทย ในส่วนของวิธีการนั้นถือว่าดี แต่สำคัญคือตัวเนื้อหา น่าจะใช้วันที่ 19 ก.ย. 2549 เป็นจุดเริ่มต้น ว่ามันเกิดความไม่ยุติธรรมอะไรบ้าง นับแต่นั้นมา
"สิ่งที่พล.ต.สนั่นควรทำในเวลานี้คือกระซิบข้างหูนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่าให้ทำอะไรเพื่อนำไปสู่ความปรองดองบ้าง เช่นเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เลิกปิดกั้นสื่อต่างๆ หรือให้พยายามปล่อยตัวผู้ต้องหา อาจให้ประกันตัวชั่วคราว เข่นเดียวกับกรณีของนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำนปช. ที่ให้ประกันแต่ห้ามออกนอกประเทศ หากทำสิ่งเหล่านี้จะถือเป็นก้าวแรกที่เป็นรูปธรรมของการปรองดอง ส่วนตัวยังไม่มั่นใจทัศนคติของนายอภิสิทธิ์ เพราะดูเหมือนจะทำไม่เต็มที่กับแนวทางปรองดอง ล่าสุดยังออกมาพูดเชิงเสียดสี กระแนะกระแหนพล.ต.สนั่นที่กำลังเดินหน้าเรื่องนี้ ทั้งยังไม่ตระหนักถึงการคงไว้ซึ่งพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯที่มันกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชน"นายนพดลกล่าว







