9 จังหวัดใต้ยังจมบาดาล
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ยังคงมีพื้นที่ประสบภัย 9 จังหวัด
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้จากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.-3 ธ.ค. ทำให้เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี ยะลา สงขลา พัทลุง ตรัง สตูล นราธิวาส นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และกระบี่ โดยปัจจุบันคลี่คลายแล้ว 1 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ยังคงประสบภัยน้ำท่วม 9 จังหวัด เดือดร้อน 281,819 ครัวเรือน หรือ 892,376 คน
ล่าสุด พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการทุกเหล่าทัพให้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง และให้การสนับสนุนหน่วยทหารในพื้นที่ภาคใต้ในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด โดยให้ระดมกำลังพลและเครื่องจักร และประสานกับส่วนราชการในพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือประชาชน เพื่อบรรเทาความเสียหายและผลกระทบทางสุขภาพกายและจิตใจของประชาชนที่เกิดจากน้ำท่วมขัง และขอให้คงความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องตามแผนบรรเทาสาธารณภัยของเหล่าทัพจนกว่าสถานการณ์ในพื้นที่จะกลับสู่ภาวะปกติ
พล.ท.คงชีพ กล่าวอีกว่า ในภาพรวมขณะนี้หน่วยทหารทุกเหล่าทัพในพื้นที่ได้ทำการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต่อสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันอันเกิดจากฝนที่ยังคงตกอย่างต่อเนื่องและได้ให้การช่วยเหลือเร่งด่วน ทั้งการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง การนำผู้สูงอายุและเด็กออกจากพื้นที่ การนำรถครัวและรถประปาสนามไปประกอบอาหารและน้ำดื่ม แจกจ่ายประชาชนควบคู่กับถุงยังชีพ โดยในบางพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดได้ประสานส่วนราชการในพื้นที่ทำการซ่อมแซมและฟื้นฟูขั้นต้นแล้ว เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้โดยเร็ว
ชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง โดยแจกจ่ายถุงยังชีพตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานจังหวัดจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวตามแผนเผชิญเหตุ รวมถึงให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตระดมทรัพยากรและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย ทั้งเต็นท์ที่พัก รถผลิตน้ำดื่ม รถไฟฟ้าส่องสว่าง รถบรรทุก รถสุขาเคลื่อนที่ เรือท้องแบน เครื่องสูบน้ำ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังสู่ลำน้ำสายหลัก ทั้งนี้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
จำนง สวัสดิ์วงศ์ ปภ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ได้ประสานแจ้งเทศบาลและ อบต.ทุกแห่งริมแม่น้ำตาปี ตั้งแต่ อ.พระแสง เวียงสระ เคียนซา บ้านนาสาร บ้านนาเดิม และ อ.พุนพิน ให้ติดตามเฝ้าระวังและแจ้งประชาชนในที่ราบลุ่มริมแม่น้ำตาปีให้ยกสิ่งของขึ้นที่สูงไปจนถึงวันที่ 7 ธ.ค. ซึ่งฝนตกหนักที่ผ่านมามีพื้นที่ประสบภัย 13 อำเภอ 55 ตำบล 298 หมู่บ้าน 25 ชุมชน ประชาชนเดือดร้อน 18,310 ครัวเรือน 69,928 คน บ้านเสียหายทั้งหลัง 1 หลัง เสียหายบางส่วน 2 หลัง พื้นที่เกษตรเสียหาย 250 ไร่ ถนน 94 สาย สะพาน 13 แห่ง มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 41 ล้านบาท
ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานพยากรณ์อากาศ ระบุว่า ลักษณะอากาศทั่วไป 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาส จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ปริมาณน้ำฝนสะสม น้ำล้นตลิ่ง ส่วนทางอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ผู้ที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเลระมัดระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง







