
หยวนปะทะดอลล์ ระเบิดสงครามเศรษฐกิจเต้มรูปแบบ
ขณะที่สงครามที่ใช้อาวุธร้ายแรงประหัตประหารกันยังคงดำเนินในหลายมุมของโลก แต่ในวงกว้างสงครามรูปแบบใหม่ในทางเศรษฐกิจกำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
ขณะที่สงครามที่ใช้อาวุธร้ายแรงประหัตประหารกันยังคงดำเนินในหลายมุมของโลก แต่ในวงกว้างสงครามรูปแบบใหม่ในทางเศรษฐกิจกำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
โดย..ทีมข่าวต่างประเทศ
ขณะที่สงครามที่ใช้อาวุธร้ายแรงประหัตประหารกันยังคงดำเนินในหลายมุมของโลก แต่ในวงกว้างสงครามรูปแบบใหม่ในทางเศรษฐกิจกำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
สงครามนี้มิได้ใช้อาวุธร้ายแรงถึงขั้นเอาชีวิต แต่ยังถือเป็นสงครามที่ชี้เป็นชี้ตายการอยู่รอดทางเศรษฐกิจของประเทศใหญ่ๆ หลายประเทศ ที่ถือเป็นพลวัตหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
สงครามนี้คือ การต่อสู้เพื่อแย่งชิงโอกาสในการแทรกแซงค่าเงิน ขณะที่ประเทศที่สูญเสียโอกาสนี้พร้อมที่จะใช้มาตรการที่แข็งกร้าวตอบโต้ในทันที
ขณะนี้มีสามเส้าของศัตรูกำลังก่อตัวขึ้นในสมรภูมิค่าเงิน คือ จีน ญี่ปุ่น และสหรัฐ และการปะทะระหว่างทั้งสามเริ่มทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นทุกขณะ
สามเส้าของคู่ขัดแย้งนี้มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง เพราะจีนกำลังงัดข้อกับสหรัฐเรื่องค่าเงินหยวนอ่อนค่า ส่วนญี่ปุ่นกำลังหัวเสียที่สหรัฐปล่อยให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่า
ขณะเดียวกันสหรัฐไม่พอใจที่ญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินเยน ส่วนจีนกับญี่ปุ่นกำลังเผชิญหน้าทางการเมือง แต่มีวี่แววจะส่งผลกระทบความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอีกด้วย
ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีกคือ ญี่ปุ่นมีท่าทีไม่คล้อยตามสหรัฐที่พยายามชี้ชวนให้ญี่ปุ่นโจมตีจีนเรื่องค่าเงินหยวน!
ความซับซ้อนมีโอกาสที่จะแตกตัวเป็นสงครามย่อยๆ ระหว่างทั้งสามประเทศ หรือกระทั่งดึงเอาประเทศพันธมิตรของทั้งสามเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในช่วงเวลาที่ประเด็นค่าเงินเริ่มกระจายตัวออกจากค่าเงินหยวน เงินเยน และเงินเหรียญสหรัฐ ไปถึงสกุลเงินอื่นๆ
แต่แก่นของปัญหายังคงอยู่ที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีน
ล่าสุด ไม่เพียงสถานการณ์จะไม่ดีขึ้น แต่สภาคองเกรสยังพร้อมที่จะผ่านกฎหมายเพื่อเปิดทางให้รัฐบาลสหรัฐใช้มาตรการตอบโต้ (หรือที่ทางสหรัฐใช้คำว่า “ลงโทษ”) จีนที่ตรึงค่าเงินหยวนจนอ่อนค่ากว่าความเป็นจริง ยังผลให้สหรัฐซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของจีนต้องขาดดุลการค้ามหาศาล
แต่งานนี้จีนไม่มีทางปล่อยให้สหรัฐโจมตีแต่ฝ่ายเดียวเป็นแน่
โอกาสที่จีนจะสวนกลับสหรัฐอย่างตรงไปตรงมามีอยู่มาก ดังเช่นการตอบโต้สหรัฐด้วยการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าบางประเภท
แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา จีนพยายามเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง แต่จะใช้วิธีการที่แยบยลกว่านั้นในกรณีของค่าเงิน
วิธีการที่จีนมักนำมาใช้อยู่เสมอหากเผชิญกับท่าทีข่มขู่จากสหรัฐคือ การชิงโอกาสปล่อยให้เงินหยวนแข็งค่าลงก่อนที่จะถูกบีบบังคับในทางกฎหมาย หรือโดยระเบียบและมติขององค์การการค้าโลก (WTO) ให้จีนต้องทำเช่นนั้น ซึ่งล่าสุด ธนาคารกลางจีน (PBOC) แถลงยืนยันที่จะปรับค่าเงินหยวนให้มีความยืดหยุ่นขึ้น
จีนเคยใช้วิธีเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อคราที่รัฐบาลสหรัฐผลักดันวาระการลงโทษจีนเข้าสู่การพิจารณาของสภาคองเกรสเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เพราะสหรัฐชะงักไปพักใหญ่เนื่องจากไม่คาดว่าจีนจะใช้ไม้นี้
ทว่า ล่าสุด สหรัฐไม่ตก “หลุมพราง” ของจีนอีกต่อไป ดังท่าทีแข็งกร้าวของนายชัค ชูเมอร์ วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต ที่ประกาศลั่นว่า
“กล่าวง่ายๆ และตรงไปตรงมา วิธีการนี้ไม่ได้ผลอีกต่อไป จีนแค่เพียงแสร้งแสดงท่าทีจริงจังต่อสกุลเงินของตน เล่ห์กลนี้จะไม่มีวันยุติ จนกว่าเราจะสะสางวาระซ่อนเร้นของฝ่ายจีนได้”
คำกล่าวนี้สะท้อนว่าสหรัฐพร้อมติดอาวุธข่มขู่จีนอย่างจริงจังแล้ว
หากไม่อาจหลีกเลี่ยงการสัประยุทธ์ได้ วิธีการที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการโจมตีสหรัฐเรื่องค่าเงินเหรียญสหรัฐนั่นเอง แม้สหรัฐจะมิได้แทรกแซงค่าเงินให้ต่ำลง แต่การที่สกุลเงินหลักของโลกอ่อนค่าอย่างน่าวิตกเช่นนี้ย่อมก่อให้เกิดความไม่พอใจในวงกว้าง โดยเฉพาะประเทศคู่ค้าในเอเชีย ที่กำลังได้รับผลกระทบต่อภาคส่งออก
แนวร่วมของจีนมีไม่น้อย หากวัดที่กระแสการตัดสินใจแทรกแซงค่าเงินในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ หรือแม้แต่ญี่ปุ่น
หากมิได้เป็นถึงแนวร่วมโจมตีสหรัฐประเทศเหล่านี้ก็อาจเกรงใจจีนมากกว่า ดังจะเห็นได้จากการที่เกาหลีใต้ ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมกลุ่มประเทศ จี20 ในเดือน พ.ย.นี้ ลังเลที่จะหยิบยกประเด็นค่าเงินหยวนเป็นวาระหนึ่งในการประชุม ในฐานะที่จีนเป็นทั้งประเทศเพื่อนบ้านที่ทรงอิทธิพล และประเทศคู่ค้าหลักของเกาหลีใต้
ฝ่ายสหรัฐอาจแสวงหาแนวร่วมของตนเองเช่นกัน
ล่าสุด บราซิล ซึ่งมี กุยโด มันเตกา รัฐมนตรีคลังเป็นตัวแทนออกมาเตือนว่า โลกเสี่ยงที่จะเผชิญกับสงครามค่าเงิน โดยที่สงครามนี้มีนานาประเทศที่แข่งกันลดค่าเงิน ซึ่ง มันเตกา กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า สงครามค่าเงิน “เป็นภัยคุกคาม เพราะบั่นทอนศักยภาพด้านการแข่งขันของเรา”
เราในที่นี้อาจหมายถึงนานาประเทศที่มิได้ปรับค่าเงิน ซึ่งรวมถึงบราซิล
ท่าทีของบราซิลอาจเป็นช่องทางให้สหรัฐช่วงชิงมาใช้เป็นข้ออ้างในการตอบโต้พันธมิตรของจีน เพราะบราซิลมิใช่ประเทศเล็กๆ แต่เป็นถึงมหาอำนาจใหม่แห่งละตินอเมริกา และตลาดเกิดใหม่
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของบราซิลต่อสงครามเศรษฐกิจจีนสหรัฐ ดูจะลักลั่นไม่น้อย พิจารณาจากถ้อยวาทะที่ขัดแย้งของรัฐมนตรีคลัง มันเตกา กับรัฐมนตรีต่างประเทศ เซลโซ อาโมริม ซึ่ง อาโมริม เคยกล่าวว่า
“ผมเชื่อว่าแนวคิดที่จะกดดันประเทศใดประเทศหนึ่ง (จีน) ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องนัก” และ “เรา (บราซิล) ไม่อาจลืมได้ว่าขณะนี้จีนคือลูกค้าหลักของเรา”
จะเห็นได้ว่า ท้ายที่สุดแล้วชาวโลกพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะไม่เข้าไปพัวพันกับการเผชิญหน้าระหว่าง “เงินหยวน” และ “เงินเหรียญสหรัฐ” เพราะเกรงว่าจะถูกลูกหลงจากประเทศใดประเทศหนึ่ง
แม้แต่ทั้งจีนและสหรัฐเองก็ต้องรับผลจากการเผชิญหน้าอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
แม้กระทั่งสมาคมการค้าหลักๆ ของสหรัฐยังส่งจดหมายไปถึง แนนซี พีโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ โดยร้องเรียนว่า หากกฎหมายเอาผิดจีนเรื่องค่าเงินหยวนผ่านความเห็นชอบจากสภาในที่สุด สหรัฐอาจเผชิญกับมาตรการสวนกลับจากจีน กลายเป็นสงครามการค้า ถึงขั้นที่สุ่มเสี่ยงต่อหน้าที่การงานของชาวอเมริกันนับหมื่นนับแสนคน
แม้แต่นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า แห่งจีนก็ยังยกเอาปัญหาว่างงานในจีนขึ้นมาโน้มน้าวให้ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ได้ตระหนักว่า หากจีนต้องลดค่าเงินอีกถึง 2040% ดังที่สหรัฐเรียกร้อง ชาวจีนนับล้านคนอาจไม่มีงานทำ และกลายเป็นปัญหาทางสังคมรุนแรง
แม้ระดับของสงครามครั้งนี้จะยังไม่รุนแรงถึงขีดสุด แต่ทั้งสองฝ่ายทราบดีแก่ใจแล้วว่า ความสูญเสียจะตกอยู่ที่ประชาชนของตนทั้งสิ้น
มิหนำซ้ำยังอาจกลายเป็นตัวอย่างให้นานาประเทศปฏิบัติตาม จนละเลยกติกามารยาททางเศรษฐกิจต่อกัน เพียงเพื่อต้องการเอาตัวรอดจากวิกฤตเพียงลำพัง
เมื่อยักษ์กับยักษ์มาชนกัน ผลพวงของความพินาศจะยิ่งรุนแรงเป็นทวีคูณ!







