
ไฟไหม้ตลาดช่องจอมแม่ค้าไทย-เขมรหนีตายอลหม่าน
เผยต้นเหตุลูกจ้างชาวเขมรประกอบหัวแก๊สก่อนเพลิงไหม้หยุดไม่อยู่ ขณะที่จังหวัดสั่งปิดชั่วคราว เตรียมวางแผนสร้างใหม่ พร้อมนำอาหารและเต๊นท์เป็นที่พักชั่วคราว
เผยต้นเหตุลูกจ้างชาวเขมรประกอบหัวแก๊สก่อนเพลิงไหม้หยุดไม่อยู่ ขณะที่จังหวัดสั่งปิดชั่วคราว เตรียมวางแผนสร้างใหม่ พร้อมนำอาหารและเต๊นท์เป็นที่พักชั่วคราว
เกิดเหตุเพลิงไหม้ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.อกาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นตลาดการค้าชายแดนฝั่งประเทศไทย มีพ่อค้าแม่ค้าทั้งชาวไทยและกัมพูชามาลงทุนขายสินค้าเกือบ 1 พันร้านค้าในพื้นประมาณ 25 ไร่ โดยอยู่ห่างจากจุดผ่านแดนถาวรช่องจอมประมาณ 3 กิโลเมตร ขณะเกิดเหตุพ่อค้าแม่ค้าได้ยินเสียงระเบิดคล้ายถังแก๊สระเบิด บริเวณใกล้ทางเข้าตลาดทางด้านทิศตะวันออก ก่อนที่จะเกิดเปลวแพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ทำให้พ่อค้าแม่ค้าทั้งชาวไทยและกัมพูชาต่างวิ่งหนีตายอลหม่าน
ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าบางส่วนพยายามนำสินค้าออกจากร้าน แต่ก็ไม่สามารถเอาออกมาได้หมด ต้องปล่อยให้เปลวเพลิงลุกไหม้สินค้าต่อหน้าต่อตา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาบเชิงฯจะได้ประสานงานระดมรถดับเพลิงทั้งจาก อบต.ใกล้เคียงนับสิบคันเข้าไปช่วยฉีดสกัดเพลิงล่าสุดเพลิงได้สงบลงแล้ว ในเบื้องต้นคาดว่าได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นชาวกัมพูชาย ชาย 1 คน หญิง 1 คน ซึ่งได้ถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลกาบเชิงแล้วฯซึ่งล่าสุดแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว
นายสมเกียรติ สังข์ขาวบริรักษ์ รองผวจ.สุรินทร์ เดินทางพร้อมด้วย พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สุรินทร์ และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า ร้านค้าต้นเพลิงเกิดจากร้านจำหน่ายเสื้อผ้า โดยระหว่างเกิดเหตุคนงานซึ่งเป็นลูกจ้างชาวกัมพูชาได้นำหัวเตาแก๊สมาประกอบกับถังแก๊ส หลังแม่ค้าร้านสื้อผ้าสั่งให้มาเปลี่ยนถังแก๊สที่หมด ระหว่างที่เปลี่ยนหัวถังแก๊สนั้นได้เกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้น ชาวเขมรที่ประกอบหัวเตาแก๊สถึงกับตกใจวิ่งหนีหายเข้าไปในฝั่งประเทศกัมพูชา
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ความช่วยเหลือเบื้องต้นได้เตรียมอาหารและที่พักอาศัยให้แก่ผู้ประสบเพลิงไหม้ชั่วราว และสั่งให้มีการปิดตลาดการค้าชายแดนช่องจอมดังกล่าวเป็นการชั่วคราวโดยไม่มีกำหนด ถึงแม้จะมีร้านค้าบางส่วนไม่ได้ถูกเพลิงไหม้ก็ตาม เพื่อรอการประชุมหารือและวางแผนในการก่อสร้างตลาดซึ่งจะเป็นอาคารที่ปลอดภัยและแข็งแรงมั่นคงต่อไป







