
เช็กสต๊อกวัคซีนหวัด2009 หวั่นไม่พอรับมือแพร่ระบาด
นพ.ยง ภู่วรวรรณ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า มีการตรวจพบเชื้อดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ในผู้ป่วยไข้หวัด 2009 จำนวน 4 คน พบจากการระบาดระลอกที่ 2 ช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา 1 คน และระลอกที่ 3 หรือปัจจุบัน 3 คน โดยพบในพื้นที่ กทม.ทั้งหมด แต่ยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าเป็นห่วง
สำหรับการกลายพันธุ์ของเชื้ออยู่ในระดับต่ำ เหตุที่ไข้หวัด 2009 ระบาดนานกว่าช่วงปีที่แล้ว เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขป้องกันและรณรงค์น้อยกว่าเดิมมาก ส่วนปริมาณวัคซีนป้องกัน จำนวน 2.1 ล้านโดส และโรงพยาบาลเอกชนอีก 1 ล้านโดส มีจำกัดและน้อยเกินไป
การควบคุมการระบาด เพราะสามารถฉีดให้ประชาชนได้เพียง 3 ล้านคน หรือ 4% ของประชากรทั้งหมด ขณะนี้สถานการณ์การระบาดยังไม่รุนแรง คาดว่าภายในเดือน ต.ค. จะเบาลง
นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการติดตามการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ทั้ง 3 สายพันธุ์ คือ เอช3 เอ็น1 ไข้หวัดใหญ่ 2009 และไข้หวัดใหญ่ชนิดบี พบว่า ฉีดไปแล้วมากกว่า 66% ขณะนี้กำลังรวบรวมตัวเลขที่แท้จริง ทราบว่ามีบางจังหวัดที่ฉีดวัคซีนไปจนหมดแล้ว แต่ยังมีปัญหาคนมาขอฉีดอยู่
ด้าน นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า มีงบประมาณพร้อมจะซื้อวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล แต่ต้องดูว่าฉีดไปได้กี่โดสแล้ว และจะมีการโยกข้ามจังหวัดได้หรือไม่
“
ตอนแรกคิดว่าวัคซีนที่สั่งมา 2 ล้านโดสจะเพียงพอในการฉีดให้กลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ตอนแรกคนมาฉีดน้อย แต่พอการระบาดเปลี่ยนไปคนก็แห่มาฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น จึงต้องมาดูว่าวัคซีนที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่” นพ.วินัย กล่าวนพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า ในการประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการเสนอให้จัดซื้อวัคซีนรวมป้องกันไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ เพิ่มอีก 2 แสนโดส แต่ทางนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข สั่งให้ไปตรวจสอบตัวเลขการฉีดวัคซีนในขณะนี้ก่อนว่าฉีดไปแล้วกี่ล้านโดส ก่อนให้ อภ.พิจารณาจัดซื้อ เพราะหากวัคซีนเหลืออยู่ประมาณ 30% แล้วมีการเกลี่ยจากจังหวัดที่วัคซีนเหลือไปให้จังหวัดอื่นได้ ก็ไม่จำเป็นต้องสั่งซื้อเพิ่ม







