posttoday
สมิทธชงรัฐสร้างเขื่อนเจ้าพระยากันน้ำท่วมกทม.

สมิทธชงรัฐสร้างเขื่อนเจ้าพระยากันน้ำท่วมกทม.

24 กันยายน 2553

ประธานกรรมการมูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เผยหากรัฐบาลยังไม่เร่งสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพ

ประธานกรรมการมูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เผยหากรัฐบาลยังไม่เร่งสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพ

สมิทธชงรัฐสร้างเขื่อนเจ้าพระยากันน้ำท่วมกทม.

นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวระหว่าง เดินทางมาตรวจสภาพน้ำท่วมที่วัดจุฬามณี ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากทุกปีของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ว่า  ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและทุกลุ่มน้ำในภาคเหนือและภาคกลางพบว่ามีระดับสูงเกือบสุดแล้ว หากไม่มีพายุฝนเข้ามาเพิ่มหรือไม่มีร่องมรสุมพาดผ่านทางภาคเหนือและอีสาน ก็จะให้ให้ประมาณพายุฝนน้อยลง  แต่จากสถิติเก่ายังนิ่งนอนใจไม่ได้เพราะช่วงปลายเดือนกันยายนและเดือนตุลาคมมักจะมีพายุจรพัดเข้ามาแต่ล่าสุดการเฝ้าตรวจสอบยังไม่มีแนวโน้มจะเกิดพายุจรเข้ามาในช่วงนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะปริมาณน้ำเหนือหากจะได้ไม่มากไปกว่านี้
 
อย่างไรก็ตามพบว่าประมาณน้ำเหลือหากเกิดขึ้นทุกปีและสร้างความเสียหายและความเดือนร้อนซึ่งพบว่าหลายท้องถิ่นหลายชุมชนก็ช่วยกั้นหาทางแก้ไขด้วยการทำเขื่อนป้อมกันน้ำท่วมกันเองเรื่องนี้รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยบ้าง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ซึ่งเคยงย้ำหลายครั้งแล้วว่าต้องสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเพราะมีน้ำจากทะเลหนุนเข้ามาและมีน้ำเหนือหลาก หากไม่ทำอนาคตก็จะถูกน้ำท่วมใหญ่แน่นอน
 
 " สิ่งที่ตนเองอยากเตือนให้รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐเพิ่มขีดความสามารถคือระบบการแจ้งเตือนภาวะน้ำท่วม โดยจะต้องนำเอาข้อเท็จจริง ข่าวสารที่ถูกต้องแจ้งให้ประชาชนทราบก่อนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมจริงล่วงหน้าถึง 3 สัปดาห์เพื่อชาวบ้านได้ได้วางแผนล่วงหน้าอย่างถูกต้องทุกวันนี้รับและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการแจ้งเตือนที่ล่าช้าทำให้เกิดความเสียหาย อีกทั้งข้อมูลที่แจ้งก็ไม่ทันสมัยและเป็นเป็นข้อเท็จจริงเท่าใดนัก"นายสมิทธ กล่าว
 
ทางด้านนายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปริมาณน้ำเหลือหลากถือว่าสูงและเริ่มทรงตัว อีกทั้งอาจเริ่มลดระดับลงแต่โดยรวมถือว่าน้อยกว่าปี 49 ถึง 2 เท่า ดังนั้นเชื่อว่าพื้นที่น้ำท่วมจะในชุมชนสองฝั่งแม้น้ำและไม่ขยายวงกว้างเข้าพื้นที่การเกษตรและหากไม่มีพายุจรเข้ามาอีกเชื่อว่าระดบน้ำจะเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัญหาน้ำท่วมเป็นเรื่องระดับชาติ หากไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ก็ต้องฝึกที่จะเรียนรู้และปรับชีวิตให้อยู่ร่วมกันธรรมชาติให้ได้ทั้งปัญหาภัยแล้งและปัญหาน้ำท่วม ปัจจุบันโลกมีสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไปการแก้ไขปัญหาธรรมชาติอาจใช้ทุนและการจัดการอย่างสูงหากทำไม่ได้มนุษย์ก็ต้องปรับตัว
 
นายปราโมช กล่าวอีกว่า อยากเตือนทุกรัฐบาลว่าหากไม่สามารถบริหารจัดการน้ำท่วมได้ก็ไม่อยากให้ผลักภาระให้แก่ท้องที่ใดท้องที่หนึ่งแบกรับภาระน้ำแทนตนอื่นโดยที่เจ้าของท้องถิ่นนั้นเขาไม่ยินยอม  และการจะใช้พื้นที่ 1-2 แสนไร่รับน้ำ โดยไม่มีการถามคนในท้องถิ่นหรือไม่มีการเตรียมการล่วงหน้า โดยเพียงคิดว่าปล่อยน้ำเข้าไปและไปเยี่ยมยาหลังน้ำลดนั้นไม่ควรกระทำเพราะไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
 
สำหรับพื้นที่เกษตรของชุมชนหากมีปัญหาน้ำท่วมก็ต้องปรับแนวทางวิธีการทำการเกษตรล่วงหน้าเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสภาพน้ำทั้งแล้งและน้ำหลากซึ่งการทำการเกษตรต้องอิงสภาพภูมิศาสตร์ด้วย ส่วนพื้นที่ชุมชนติดน้ำหากถูกน้ำท่วมก็ต้องปรับชีวิตให้เข้ากับสภาพน้ำในแม่น้ำเหมือนเช่นคนในอดีตที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่น้ำและเข้าใจธรรมชาติของสายน้ำ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ