posttoday
คอร์รัปชั่นอำนาจ

คอร์รัปชั่นอำนาจ

03 สิงหาคม 2560

"คอร์รัปชั่นอำนาจ" คือ การใช้อำนาจในทาง

"คอร์รัปชั่นอำนาจ" คือ การใช้อำนาจในทาง

ไม่ดีอย่างถ้อยคำของ ลอร์ดแอกตัน (John Emerich Edward Dalberg Acton) ที่เราชอบกล่าวถึงกัน ที่ว่า "อำนาจนำไปสู่การฉ้อฉล ยิ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ก็ยิ่งฉ้อฉลได้เบ็ดเสร็จ" (Power tends to corrupt, and absolute power corrupts absolutely.) ซึ่งประเทศไทยกำลังประสบปัญหานี้ไม่ว่าจะปกครองด้วยรูปแบบใดๆ

ก่อนอื่นขอคลายเครียด (หรืออาจจะเครียดมากขึ้น) ด้วยเรื่องล้อการเมืองแนวนิทานอีสป ในเรื่องที่ชื่อว่า "ปูนากับเจ้าของนา" ดังต่อไปนี้

เช้าวันหนึ่ง เจ้าของนาพอไปถึงทุ่งนาก็ ร้องลั่น เพราะข้าวในนาหลายร้อยไร่ที่กำลัง ออกรวงเหลืองอร่ามล้มระเนระนาดไปทั้งทุ่ง ครั้นไปดูใกล้ๆ ก็เห็นเป็นรอยหนีบกัดไปทุกต้น จึง เชื่อว่าเป็นฝีมือของเจ้าปูนาอย่างแน่นอน จึงวิ่งไปร้องต่อเจ้าหน้าที่ชื่อ "ป.ป.ช." จัดการเอาปูนาแสนชั่วนั้นมาลงโทษ จนถึงวันที่จะมีการพิพากษาปูนาก็ไม่มาศาล เจ้าของนาจึงบอกให้คนเฝ้า นาที่จ้างไว้ 2 คน คือ นายมั่นคง (ไม่ทราบนามสกุล) กับนายพิทักษ์ (นามสกุล สันติราษฎร์) แต่ก็ไม่ได้เรื่องทั้งสองคน แต่นายมั่นคงดูดี หน่อยที่ยอมรับสารภาพว่าบกพร่อง (อาจจะให้ดูน่าสงสารก็ได้) ที่ดันไปลดการคุ้มครองและ เลิกการติดตามในช่วงเวลาสำคัญ (ทั้งที่มีมือยุทธศาสตร์และเสธ.ต่างๆ เต็มไปหมด) ในขณะที่นายพิทักษ์ขอเวลาที่จะสร้างเรื่องให้ปะติดปะต่อสักสี่ห้าวัน โดยได้สั่งการให้ลูกน้องทั่วประเทศรายงานมาในวันที่ 1 ก.ย. (ถึงวันที่ลงบทความนี้ก็คงจะแถลงว่าไม่เจอและไม่รู้ว่าอยู่ไหน) สำหรับการค้นรูปูก็ยังไม่กล้าขอคำสั่งศาลไปค้น เพราะไม่รู้ว่าปูจะอยู่ในรูหรือไม่(ฮา) แต่ก็ได้ประสาน ไปยังประเทศต่างๆ ขอความร่วมมือให้ช่วย ตรวจสอบ ซึ่งจะได้คำตอบอย่างไร เมื่อไหร่ ก็ไม่รู้ เพราะเวลาแต่ละประเทศไม่ตรงกัน (ฮาเข้าไป ใครไม่เชื่อว่าหัวหน้านายพิทักษ์พูดอย่างนี้ก็ไปฟังคำให้สัมภาษณ์ของท่านเมื่อวันที่ 30 ส.ค.นั้นได้)

เจ้าของนาครั้นได้ฟังก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะฟังไปก็เหมือนคดีวัดจานบินที่มีการออกข่าวดราม่าจากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองให้ "ตื่นเต้ล" อยู่หลายเดือน จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่รู้ว่าเจ้าอาวาสขาพิการอยู่หนใด ซึ่งคนที่ดูแลเรื่องนี้คงคิดว่านานไปคนก็จะลืมและยอมจ่ายภาษีจ้างพวกที่ไร้สมรรถภาพให้ดูแลท้องนาต่อไป

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เป็นชาวนาต้องอดทน ให้พวกทำนาบนหลังคนขี่ช้างจับตั๊กแตนให้ดูไปเรื่อยๆ

ขออภัยถ้านิทานข้างต้นไม่เป็นที่ชอบใจ ของผู้ใด แต่ผู้เขียนก็เขียนขึ้นโดยจับกระแสสังคมที่กำลังมีความรู้สึกอย่างรุนแรงกับเรื่องนี้ ที่ไม่เห็นด้วยกับการที่ "ฝ่ายบ้านเมือง" ปล่อยให้ผู้ร้ายต้องคดีสำคัญหนีลอยนวลไปได้อย่าง ไร้ร่องรอยที่น้อยคนจะคาดคิด (แม้กระทั่งฝ่ายที่อยู่ข้างผู้ร้ายคนนั้น) ยิ่งไปกว่านั้นผู้เขียนก็ไม่เห็นด้วยกับผู้ที่ออกมาเชียร์การใช้อำนาจแบบนี้ ที่ว่า "เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง" หรือ "วิน-วิน" ซึ่งมีบางคนบังอาจไปเทียบ (โดย ไม่กลัวเหากินหัว) ว่า เหมือนครั้งที่รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ยอมเสียสละดินแดนบางส่วนเพื่อรักษาดินแดนไทยส่วนใหญ่นั้นไว้

ว่ากันในทางวิชาการ การกระทำของ รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่บนหลักการของการใช้อำนาจรัฐที่ถูกต้องและเป็นไปหลักคุณธรรมที่สำคัญ คือ ประการแรก เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ นั่นคือเอกราชและอธิปไตย ประการต่อมา คือ รักษาชีวิตของประชาชน จากการทำสงคราม และประการที่สาม ทรงมีความรับผิดชอบ คือ ทรงกล้าหาญที่จะประกาศ ถึงสิ่งที่ทรงกระทำและผลจากการที่ได้ทรงกระทำไปนั้น แต่ที่สำคัญที่สุดในทัศนะส่วนตัวของ นักรัฐศาสตร์อย่างผู้เขียน ก็คือ ทรงไม่ยอม ให้ใคร "เหยียบย่ำ" เกียรติยศศักดิ์ศรีของ "คนไทย" และ "ชาติไทย" ซึ่งสิ่งนี้เป็นผลประโยชน์แห่งชาติที่สูงส่งกว่าความเป็นเอกราชและ อธิปไตยนั้นเสียอีก

ท่านทั้งหลายมีความรู้สึกอย่างไรที่มีคน พูดกันทั่วไปว่า "คุกมีไว้สำหรับคนจน" และมีความรู้สึกอย่างไรที่กองทัพและตำรวจนับล้าน ไม่สามารถรักษาความสงบสุขให้แก่คนไทยได้ จนต้องปล่อยให้มีการกระทำที่ "ละเมิดกระบวน การยุติธรรม" อยู่หลายครั้ง ไม่เฉพาะแต่เรื่องปล่อยคนร้ายในคดีสำคัญๆ ให้หนีไป แต่รวมถึงเรื่องที่ไม่สามารถประกันความสงบสุขให้แก่ใครๆ ได้เพราะกลัวมีม็อบมีความวุ่นวาย ดังที่มีตัวอย่างให้เห็นในวิกฤตของประเทศตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมานี้

ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง ผู้เขียนรู้สึกว่าเกียรติยศศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทยนั้น ยิ่งลดต่ำลงเรื่อยๆ เพราะได้รับการปฏิบัติจาก เจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างไม่เท่าเทียมกันนั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นยังหาผู้รับผิดชอบในความเสียหายจากหลายๆ กรณีที่มีการละเมิดกระบวนการยุติธรรมนั้นไม่ได้ อย่างดีก็ออกมาพูดว่าเสียใจ แต่ก็ไม่เห็นที่จะเอาตัวเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลยหรือสมรู้ร่วมคิดนั้นมารับผิดอะไรแต่อย่างใด

ผู้เขียนไม่เชื่อว่า คนไทยลืมง่าย หรือยอมที่จะให้อภัยในความ "ชุ่ย" ของใครบางคนในครั้งนี้ได้ง่ายๆ ประเด็นนี้น่าจะเป็น "เรื่องใหญ่" ในการเลือกตั้งในปีหน้า (ถ้ามี) และจะเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ ถ้าหลังเลือกตั้งแล้วมีการ "สมยอม" ให้พรรคการเมืองในขั้วของคนร้ายนั้นมาร่วมใช้อำนาจทางการเมืองการปกครองนั้นด้วย แม้แต่ว่าพรรคนั้นจะไม่ได้มีตำแหน่งในรัฐบาล แค่ประกาศว่าขอเป็นผู้สนับสนุนรัฐบาลหรือ "ค้ำจุน" รัฐบาล แค่นี้กองเชียร์ของฝ่ายโน้นก็เอาไปหาเสียงได้ว่า "แผ่นดินนี้ใครใหญ่"

หรือใครจะกล้าออกมาพูดว่า "ให้โอกาสท่านเทอะ"

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง