
"บิ๊กตู่" เยือนกัมพูชา 7 ก.ย.
นายกฯ เดินทางเยือน กัมพูชา อย่างเป็นทางการ ร่วมประชุมครม.ไทย – กัมพูชา วันที่ 7 ก.ย. นี้
นายกฯ เดินทางเยือน กัมพูชา อย่างเป็นทางการ ร่วมประชุมครม.ไทย – กัมพูชา วันที่ 7 ก.ย. นี้
วันที่ 1 ก.ย. กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ จะเดินทางเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลกัมพูชา ตามคำเชิญของสมเด็จ ฮุน เซน และจะเข้าร่วมการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ ไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 3 ในวันที่ 7 ก.ย. 60 โดยการเยือนอย่างเป็นทางการในครั้งนี้เป็นการเยือนครั้งที่ 2 ของพล.อ. ประยุทธ์ นับตั้งแต่การเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 ต.ค.57
โดยนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศมีกำหนดหารือทวิภาคี และเป็นประธานร่วมในการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ ไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 3 ในช่วงเช้าของวันที่ 7 ก.ย. 60 โดยการหารือจะครอบคลุมประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชา ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยนายกรัฐมนตรีจะย้ำความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายแดนความร่วมมือด้านแรงงาน การส่งเสริมการค้าและการลงทุน ความร่วมมือด้านสินค้าเกษตร การส่งเสริมความเชื่อมโยงทางถนน ทางราง และทางน้ำ รวมถึงความร่วมมืออื่น ๆ ในอนุภูมิภาค ภูมิภาค และระหว่างประเทศ
ในช่วงกลางวัน สมเด็จ ฮุน เซน จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและภริยา และคณะของนายกรัฐมนตรี
ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเข้าเยี่ยมคารวะสมเด็จวิบูลเสนาภักดี สาย ชุม ประธานวุฒิสภา และรักษาการแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และวางพวงมาลาถวายสักการะแด่พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ พระบรมรัตนโกศ หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีทั้งสองจะร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดสวนมิตรภาพกัมพูชา – ไทย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สำคัญกลางกรุงพนมเปญ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศจะร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสาร 2 ฉบับ ได้แก่ (1) แถลงการณ์ร่วมสำหรับการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ ไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นการแสดงเจตนารมณ์จะขยายความร่วมมือภายใต้หุ้นส่วนเพื่อสันติภาพและการพัฒนา และ (2) ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนไทย – กัมพูชา ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย และส่งเสริมการลงทุนระหว่างกันต่อไป







