
สั่งฟ้องแก๊งลวงขายโควตาลอตเตอรี่
ดีเอสไอยื่นอัยการฟ้อง ทุจริตโควตาลอตเตอรี่ ลวงเงินไปกว่า 21 ล้านบาท
ดีเอสไอยื่นอัยการฟ้อง ทุจริตโควตาลอตเตอรี่ ลวงเงินไปกว่า 21 ล้านบาท
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ นำสำนวนคดีแชร์ลอตเตอรี่ พร้อมผู้ต้องหา 4 คน ส่งให้พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ โดยพบว่าผู้ต้องหาได้ร่วมกันชักชวนคนเข้าร่วมลงทุน ด้วยวิธีหลอกลวงว่าได้รับการจัดสรรสลากกินแบ่งรัฐบาลจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งความเป็นจริงแล้วไม่ได้รับการจัดสรร
มิจฉาชีพกลุ่มนี้หลอกผู้เสียหายว่า ถ้าร่วมลงทุนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วยเงินสดเล่มละ 3,720 บาทแล้ว จะได้รับเงินปันผลจำนวน 160 บาทต่อเล่ม หรือคิดเป็นผลตอบแทน 51.612% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินพึงจะจ่ายได้ และจะโอนผลตอบแทนให้ทุกวันที่ 5 และวันที่ 20 ของเดือน
สุดท้ายปรากฏว่ามีผู้หลงเชื่อจำนวน 33 ราย ยอมนำเงินไปร่วมลงทุนกับผู้ต้องหาทั้งสี่คน จำนวนเงินทั้งสิ้น 21,49-8,490 บาท
การกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม พ.ร.บ.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ2527 และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343, 83
นายธาริต กล่าวว่า ดีเอสไอยังส่งสำนวนคดีสอบสวนคดีทุจริตโครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังปี 2551/2552 (คดีพิเศษที่ 16/2553) ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ลพบุรี พร้อมผู้ต้องหาจำนวน 10 คน ไปส่งให้กับพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ
ทั้งนี้ ผู้ดำเนินกิจการลานมันจำรัส และลานมันฐิติวัฒน์พืชผล ในเขตพื้นที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี มีการว่าจ้างบุคคลผู้มิได้เป็นเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่แท้จริงมาขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อให้นำมันสำปะหลังของลานมันฯ สวมสิทธิเข้าจำนำในโครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังปี 2551/2552
ภายหลังเมื่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ่ายเงินค่าจำนำมันสำปะหลังมาแล้ว ลานมันฯ จะขอรับเงินค่าจำนำมันสำปะหลังหรือเงินส่วนต่างจากการจำนำไป ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่โครงการของรัฐ เงินในโครงการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรกลับไม่ถึงมือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่แท้จริง มูลค่าความเสียหาย 10 ล้านบาท
เป็นการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญาในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง, เป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าหน้าที่รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสารฯ ทำคำรับรองเอกสารอันเป็นเท็จฯ
นายธาริต กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2122 ก.ย. 2553 สำนักคดีอาญาพิเศษยังได้นำสำนวนคดีแชร์ลูกโซ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย พร้อมผู้ต้องหา 2 คน ไปส่งให้กับพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ โดยพบว่าในช่วงระหว่างปี 2548 ถึงต้นปี 2553 ผู้ต้องหาได้พูดชักชวนและขอกู้ยืมเงินจากประชาชนที่รู้จักกัน 45 ราย รวมเป็นเงินกู้ประมาณ 40 ล้านบาท โดยจะเสนอผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยให้ในอัตราร้อยละ 2 บาทต่อครั้ง กำหนดจ่ายเดือนละ 2 ครั้ง หรือคิดเป็นร้อยละ 4 บาทต่อเดือน หรือร้อยละ 48 บาทต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนด เมื่อได้เงินมาแล้วจะนำไปปล่อยกู้นอกระบบ ส่วนที่เหลือได้นำไปซื้อทองรูปพรรณ







