
กรธ.คาดกฎหมายลูก ส.ส.-สว.เสร็จต้น ธ.ค.นี้
กรรมการร่างรัฐธรรมนูญคาด ร่างพ.ร.ป. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ สมาชิกวุฒิสภา จะเสร็จตามกำหนดประมาณต้นธ.ค.
กรรมการร่างรัฐธรรมนูญคาด ร่างพ.ร.ป. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ สมาชิกวุฒิสภา จะเสร็จตามกำหนดประมาณต้นธ.ค.
นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ของกรธ.จำนวน 10 ฉบับ นั้น ขณะนี้ กรธ.ได้ส่งร่างพ.ร.ป.ให้กับ สนช.แล้ว 4 ฉบับ ส่วนพ.ร.ป.ด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)พ.ศ...ขณะนี้ผ่านวาระ2 – 3
ทั้งนี้ กสม.ได้ส่งความเห็นแย้งในร่างพ.ร.ป.ฉบับดังกล่าวมายังนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)เพื่อขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วม 3 ฝ่าย จำนวน 11 คน แบ่งเป็น สนช. 5 คน กรธ. 5 คน กสม. 1 คน ในส่วนของกรธ.ได้มอบหมายให้ 5 กรธ.ไปเป็นกรรมาธิการ่วมฯ ดังนี้ นางจุรี วิจิตรวาทการ นายนรชิต สิงหเสนี นายเธียรชัย ณ นคร พล.ต.วีระ โรจนวาศ และนายปกรณ์ นิลประพันธ์
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของร่าง พ.ร.ป.ว่าด้ายการตรวจเงินแผ่นดิน ทางกรธ.ได้เสนอต่อสนช.วันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมาและทางสนช.จะพิจารณาวาระที่ 1 ในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ทั้งนี้ ที่ประชุมกรธ.ได้มอบหมายให้กรธ.จำนวน 3 คนไปร่วมเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ สนช. ประกอบด้วย นายนรชิต สิงหเสนี นายธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง
นายนรชิต กล่าวว่า สำหรับร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ป.ป.ช.) อยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งในร่างที่มีการเสนอมา มีจำนวน 233 มาตรา ส่วนอีก 2 ฉบับได้แก่ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) คาดว่าจะเสร็จทันตามกำหนด 240 วัน คือประมาณต้นเดือนธ.ค.นี้
ด้านนายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรธ. กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่ทาง กสม.ทำความเห็นแย้งมายังสนช.นั้น ขอยืนยันว่าที่ผ่านมา กรธ.ไม่เคยพาดพิงหรือลดความน่าเชื่อถือของกสม.ชุดปัจจุบัน เราอยากทำให้กสม.มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น จึงได้มีการปรับแก้ไขสถานะของกสม. เพื่อให้ได้รับการยอมรับมีหลักเกณฑ์ที่ต้องปรับแก้ด้วย จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงการแก้ไขข้อบกพร่องที่ยังมีอยู่ของกสม.อย่างรอบด้าน
อย่างไรก็ตาม การจะกำหนดให้กสม.ชุดปัจจุบันอยู่ในวาระหรืออยู่ครึ่งวาระต่อไปจนกว่าจะมีการสรรหากสม.ชุดใหม่นั้น ตรงนี้ไม่ใช่ทางออกในการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แม้ทางกสม.จะระบุว่าหลักการปารีสไม่ได้เป็นกฎหมาย แต่ก็เป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาความน่าเชื่อถือที่ต้องนำมาพิจารณาด้วย ส่วนเรื่องการเซตซีโร่ กสม.นั้นเป็นไปเพื่อยกระดับองค์กรให้เป็นที่ยอมรับ ตามเกณฑ์ของสากล และเพื่อประโยชน์ของสูงสุดของสังคมโดยรวม







