posttoday
จาตุรงค์ ตันติบัณฑิต จุดเริ่มต้นสู่นักพัฒนาเอไอ

จาตุรงค์ ตันติบัณฑิต จุดเริ่มต้นสู่นักพัฒนาเอไอ

27 สิงหาคม 2560

ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) คือเทคโนโลยีที่มาแรงในปัจจุบัน และเชื่อว่าจะพัฒนาล้ำหน้าอีกมากในอนาคต หากไทยต้องการพัฒนารับนโยบายประเทศไทย 4.0

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ 

ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) คือเทคโนโลยีที่มาแรงในปัจจุบัน และเชื่อว่าจะพัฒนาล้ำหน้าอีกมากในอนาคต หากไทยต้องการพัฒนารับนโยบายประเทศไทย 4.0 ทรัพยากรบุคคลที่รู้และเชี่ยวชาญเรื่องเอไอก็เป็นจิ๊กซอว์สำคัญ

จาตุรงค์ ตันติบัณฑิต อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอ เป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญของประเทศชาติ  เชื่อหรือไม่ว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ที่สนใจเรื่องเอไอ จุดเริ่มต้นก็มาจากความสนใจเล็กๆ วัยเด็ก ที่นำมาสู่แรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่พัฒนาเอเอที่มีประโยชน์ต่อคนไทยและคนทั่วโลก

จาตุรงค์ เล่าว่า ศาสตร์ของเอไอมีเสน่ห์มาก เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งว่าจะทำอย่างไรเพื่อเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ที่มีกระบวนการคิดแค่บวกลบคูณหารให้มาทำงานได้เหมือนมนุษย์ สิ่งเหล่านี้ต้องเริ่มจากมีความสนใจก่อน ซึ่งจาตุรงค์กลับมาคิดว่าพาตัวเองมาถึงจุดที่ทุ่มเทพัฒนาเอไอได้อย่างไร ก็ย้อนพบว่าในวัยเด็กเป็นคนสนใจมองอะไรที่มีความคล้ายคลึงกันแล้วหาให้ได้ว่าอะไรคือความแตกต่างในความคล้ายนั้น

เมื่อเข้าสู่วัยเรียนก็ศึกษาด้านวิศวกรรมมาโดยตลอด จบปริญญาตรีทำงานบริษัทเอกชนไม่นานก็ขอทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ ได้ปริญญาโทสาขาคอมพิวเตอร์มาหนึ่งใบ แล้วไปต่อปริญญาโทสาขาไฟฟ้าอีกใบ  ในช่วงนั้นเริ่มสนใจทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเอไอ จากนั้นเมื่อเรียนต่อปริญญาเอกและเรียนวิจัยหลังปริญญาเอกก็มุ่งมาสายเอไอโดยตลอด

ทั้งนี้ ทุกงานวิจัยด้านเอไอที่ทำล้วนมีแรงบันดาลใจที่เชื่อมโยงกับความชอบแยกความแตกต่างบนความคล้ายคลึงที่มีมาแต่เด็ก ที่ผ่านมามีงานวิจัยไม่ต่ำกว่า 4 ชิ้นที่เคยคว้ารางวัลจากต่างประเทศมาแล้ว

จาตุรงค์ ตันติบัณฑิต จุดเริ่มต้นสู่นักพัฒนาเอไอ

จาตุรงค์ยกตัวอย่างงานวิจัยที่ทำได้แก่ การทำเอไอสแกนสินค้าว่าเป็นของจริงหรือของปลอม มีจุดเริ่มต้นจากประเทศไทยมีปัญหาสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ส่วนทั่วโลกก็มีปัญหานี้ ขณะที่ไทยเริ่มให้ความสำคัญกับทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น จึงเกิดแรงผลักดันให้ทำโครงการสร้างแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้ถ่ายภาพสินค้าแล้วให้แอพพลิเคชั่นประมวลผลว่าเป็นของจริงหรือของปลอม

“แนวคิดนี้เริ่มต้นทำกับกระเป๋าแบรนด์เนมก่อน ซึ่งในตลาดมีหลายยี่ห้อ ก็ไปดูต่อว่ายี่ห้อใดตรวจว่าเป็นของจริงยากที่สุดก่อน ได้คำตอบที่แอร์เมส ซึ่งกระเป๋าที่มูลค่าสูงเป็นของหายาก คนนิยมลงทุนเพราะราคาดีกว่าหุ้นและทองคำ ทำให้เกิดการปลอมแปลงมาก มีทั้งปลอมเกรดต่ำจนถึงปลอมใกล้เคียงของจริง หากทำเอไอตรวจกระเป๋ายี่ห้อนี้ได้ก็ตรวจยี่ห้ออื่นไม่ยาก”

วิธีที่จาตุรงค์ใช้พัฒนาเอไอคือเขียนโปรแกรมกระบวนการแก้ปัญหาที่อธิบายเป็นขั้นตอนชัดเจน (อัลกอริทึม) เพื่อแยกแยะของจริงและปลอม และเพื่อให้แม่นยำขึ้นก็ใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก (ดีพ เลิร์นนิ่ง) ซึ่งเป็นเทคนิคที่เพิ่งเกิด 2-3 ปีที่ผ่านมา มีผลดีมากกว่าเทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง (แมชชีน เลิร์นนิ่ง) เพราะแมชชีน เลิร์นนิ่ง เกิดจากคนป้อนข้อมูลที่คัดเลือกเข้าไปให้เครื่องเรียนรู้ แต่ดีพ เลิร์นนิ่ง เป็นการเรียนรู้โดยอัตโนมัติของคอมพิวเตอร์ ผ่านข้อมูลเป็นล้านๆ ข้อมูลที่ใส่ไป ผลคือแอพพลิเคชั่นที่ทำแยกแยะของจริงและปลอมได้ มีค่าความแม่นยำกว่า 90%

นอกเหนือจากแยกกระเป๋าแบรนด์เนมจริงและปลอม จาตุรงค์ยังทำแอพพลิเคชั่นแยกแยะพระเครื่องจริงและปลอมด้วย โดยเริ่มจากหลวงปู่ทวด รวมถึงมีแอพพลิเคชั่นแยกแยะนาฬิกาโรเล็กซ์ว่าเป็นของจริงหรือปลอม

จาตุรงค์ กล่าวว่า ไม่เพียงแต่พัฒนาเอไอแยกแยะสินค้าจริงและปลอม ยังพัฒนาเอไอด้านการแพทย์ด้วย โดยนำมาใช้ตรวจคัดกรอง วินิจฉัยโรค เพื่อให้ตอบโจทย์กับภาวะแพทย์ขาดแคลน ไม่เพียงพอกับความต้องการ ขณะเดียวกันแพทย์บางคนก็อาจจะตรวจผิดพลาดได้ แพทย์แต่ละคนก็มีการวินิจฉัยไม่เหมือนกันได้ เอไอก็จะเข้ามาช่วยลดข้อผิดพลาดจากคน คัดกรองโรคได้เร็วและได้ผลดี เพราะเป็นคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้โดยใช้ข้อมูลจากแพทย์หลายๆ คนมาสอน ดังนั้นต้องดีกว่าแพทย์คนเดียวสอนให้เรียนรู้แน่นอน

จาตุรงค์ ตันติบัณฑิต จุดเริ่มต้นสู่นักพัฒนาเอไอ

ที่ผ่านมา ทำเอไอคัดกรองภาวะโรคหลอดเลือดสมอง จอประสาทตาเสื่อม เบาหวานขึ้นจอตา และปัจจุบันกำลังทำเอไอตรวจชิ้นเนื้อผ่านจอมือถือ และมะเร็งผิวหนัง

ขณะเดียวกัน กำลังร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม พัฒนาเอไอสำหรับตรวจสอบลายนิ้วมือปลอกลูกกระสุนในที่เกิดเหตุ เนื่องจากปัจจุบันการตรวจปลอกลูกกระสุนต้องส่งหลักฐานจากที่เกิดเหตุไปพิสูจน์  ซึ่งใช้เวลานานเพราะผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์มีไม่เพียงพอ หากพัฒนาสำเร็จจะทำให้พิสูจน์ในที่เกิดเหตุได้เลย ผ่านการถ่ายภาพแล้วส่งลิงค์มายังระบบที่พัฒนาอยู่

แม้ทำวิจัยเอไอมากมาย ได้รางวัลมาหลายเวที แต่จาตุรงค์ยอมรับว่ายังไม่มีชิ้นไหนไปถึงขั้นใช้งานเชิงพาณิชย์ ปัจจัยหลักเพราะขาดทุนสนับสนุนงานวิจัย ที่ผ่านมาบางครั้งต้องดึงทุนส่วนตัวมาใช้เพื่อทำวิจัยให้คืบหน้า แต่ถึงจุดหนึ่งที่รับภาระไม่ไหวก็ต้องหยุดโครงการชั่วคราว อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยบางรายการที่บริษัทต่างชาติสนใจซื้อไปใช้ก็คงต้องลุ้นอีกครั้ง

จาตุรงค์ดีใจที่เห็นหน่วยงานราชการผลักดันนโยบายประเทศไทย 4.0 ให้ความสำคัญกับงานนวัตกรรมเพิ่มขึ้น สนับสนุนให้ร่วมกับเอกชนเพื่อผลักดันผลงานออกสู่ตลาดใช้เชิงพาณิชย์ได้จริง แต่ก็อยากฝากถึงคนไทยด้วยกันว่า อยากให้มองเห็นและเชื่อใจว่ามีนวัตกรรมที่คนไทยมีความสามารถทำได้ มีงานวิจัยมากมายที่ดีๆ แต่หาทุนวิจัยยาก หากได้รับการสนับสนุนมากขึ้นก็เป็นประโยชน์ต่อประเทศเอง

ทั้งนี้ หากคนรุ่นใหม่คนไหนสนใจเรื่องคอมพิวเตอร์และการเขียนโปรแกรมที่จะอำนวยสะดวกให้คนได้ดีขึ้น แนะนำให้ศึกษาด้านเอไอ ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนเรื่องนี้ เช่น ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เมื่อเอไอช่วยพัฒนาชาติได้ ทุกฝ่ายควรร่วมส่งเสริมคนไทยพัฒนาเอไอมากขึ้น แทนที่จะรอใช้เอไอที่ต่างชาติทำอย่างเดียว

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว