posttoday
ส่งสำนวนคดีแชร์ลูกโซ่-ทุจริตมันสำปะหลังให้อัยการ

ส่งสำนวนคดีแชร์ลูกโซ่-ทุจริตมันสำปะหลังให้อัยการ

23 กันยายน 2553

ดีเอสไอ ส่ง 2 สำนวนคดีแชร์ลูกโซ่ และคดีทุจริตมันสำปะหลัง จ.ลพบุรี ถึงมืออัยการ

ดีเอสไอ ส่ง 2 สำนวนคดีแชร์ลูกโซ่ และคดีทุจริตมันสำปะหลัง จ.ลพบุรี ถึงมืออัยการ

นายธาริต  เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)เปิดเผยว่า ในวันที่23 ก.ย. นี้มอบหมายให้ พ.อ.ปิยะวัฒก์  กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ นำสำนวนคดีพิเศษไปส่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ จำนวน3  สำนวน  ได้แก่สำนวนการสอบสวนคดีทุจริตโครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังปี 2551/2552   (คดีพิเศษที่ 16/2553) ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดลพบุรี พร้อมผู้ต้องหา จำนวน 10 คน ไปส่งให้กับพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ

ทั้งนี้ มีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดโดยสรุปคือ ผู้ดำเนินกิจการลานมันจำรัส และลานมันฐิติวัฒน์พืชผล ในเขตพื้นที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี มีการว่าจ้างบุคคลผู้มิได้เป็นเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่แท้จริงมาขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเพื่อให้นำมันสำปะหลังของลานมันสวมสิทธิ์เข้าจำนำในโครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลัง ปี 2551/2551  และลานมันยังจำกัดสิทธิในการจำนำของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่แท้จริงมิให้นำมันสำปะหลังของตนเองมาจำนำในโครงการฯ ได้เต็มมาสิทธิ แต่กลับนำมันสำปะหลังของลานมันมาจำนำในชื่อของเกษตรกร และภายหลังเมื่อ ธ.ก.ส. จ่ายเงินค่าจำนำมันสำปะหลังมาแล้ว ลานมันจะขอรับเงินค่าจำนำมันสำปะหลังหรือเงินส่วนต่างจากการจำนำไป ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่โครงการของรัฐ เงินในโครงการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรกลับไม่ถึงมือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่แท้จริง มีมูลค่าความเสียหายร่วม  10 ล้านบาท  เป็นการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญาในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง, เป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  และเป็นเจ้าหน้าที่รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสารฯ ทำคำรับรองเอกสารอันเป็นเท็จฯ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 21-22 ก.ย. 2553  สำนักคดีอาญาพิเศษยังได้นำสำนวนคดีแชร์ลูกโซ่ 2  สำนวน ไปส่งให้กับพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษด้วย คืสำนวนคดีแชร์ลูกโซ่ที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย พร้อมผู้ต้องหา จำนวน2  คน ไปส่งให้กับพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด  พฤติการณ์แห่งคดีโดยสรุป คือ พนักงานสอบสวน สภ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ได้นำสำนวนคดีอาญาที่ 181/2553   ส่งให้ดีเอสไอดำเนินการสืบสวนสอบสวนตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547  จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า ในช่วงเวลาระหว่างปี  2548  ถึงต้นปี  2553 นางสุรภีฯ ได้พูดชักชวนและขอกู้ยืมเงินจากประชาชนที่รู้จักกันประมาณ 45  ราย รวมเป็นเงินกู้ประมาณ  40  ล้านบาท ในแต่ละรายจะเสนอผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยให้ในอัตราร้อยละ 2  บาท ต่อครั้ง โดยกำหนดจ่ายเดือนละ 2 ครั้ง หรือคิดเป็นร้อยละ 4 บาทต่อเดือน หรือร้อยละ 48 บาทต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนดที่ตนรู้ว่าให้จ่ายไม่เกินร้อยละ 15  บาทต่อปีเท่านั้น เมื่อได้เงินมาแล้วจะนำไปปล่อยกู้นอกระบบเพียงบางส่วนซึ่งไม่สามารถกล่าวยืนยันชื่อลูกหนี้ได้ ส่วนที่เหลือได้นำไปใช้จ่ายส่วนตัว และนำไปซื้อ

ทองรูปพรรณจากร้านค้าทองในอำเภอศรีสำโรง คือ ร้านทวีทอง ร้านทองเจริญสิน ร้านทองคิวเจริญ น้ำหนักรวมแต่ละร้านประมาณ ๒๐๐ บาท โดยจะเฉลี่ยซื้อเป็นเงินสดและเงินผ่อนครั้งละประมาณน้ำหนักทอง 1-40  บาท รวมน้ำหนักทั้งหมดประมาณ 600 บาท อีกทั้งได้นำเงินที่กู้ยืมจากผู้ให้กู้รายนั้น เวียนกลับมาจ่ายเป็นค่าดอกเบี้ยให้แก่เจ้าของเงินผู้ให้กู้รายนั้นและผู้ให้กู้รายอื่น ๆ ด้วย  การกระทำของผู้ต้องหาทั้งสองเป็นความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชานชนและร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

และในวันที่ 22ก.ย. 2553 ได้นำสำนวนคดีแชร์ล็อตเตอรี่ พร้อมผู้ต้องหา จำนวน 4  คน ส่งให้พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ โดยมีพฤติการณ์ในการกระทำผิดโดยสรุปคือ ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ได้ร่วมกันหาหรือชักชวนคนเข้าร่วมลงทุน โดยหลอกลวงว่า ได้รับการจัดสรรสลากกินแบ่งรัฐบาลจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งความเป็นจริงแล้วไม่ได้รับการจัดสรรแต่อย่างใด  ให้นำเงินไปร่วมลงทุนซื้อสลากกินแบ่งฯ ด้วยเงินสดเล่มละ 3,720  บาท แล้วจะได้รับเงินปันผลจำนวน 160 บาท/เล่ม จะโอนผลตอบแทนให้ทุกวันที่  5 และวันที่ 20 ของทุกเดือน (คิดเป็นผลตอบแทนร้อยละ51.612   ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้)  มีผู้หลงเชื่อจำนวน 33 คน นำเงินไปร่วมลงทุนกับผู้ต้องหาทั้ง 4  คน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 121,498,490  บาท  การกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ2527  และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 83

สำหรับผู้เสียหายคดีแชร์ลูกโซ่ที่มิได้เข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ แม้จะส่งสำนวนให้กับพนักงานอัยการแล้ว ท่านยังสามารถยื่นเรื่องพร้อมหลักฐานได้ที่สำนักป้องปรามการเงินนอกระบบ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อรวบรวมหลักฐานส่งพนักงานอัยการดำเนินคดีล้มละลายกับผู้กระทำความผิด ในส่วนของดีเอสไอจะดำเนินคดีอาญาฟอกเงิน และส่งเรื่องให้สำนักงาน ป.ป.ง. ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก