
เขื่อนกั้นหลังวัดดังปากน้ำถูกคลื่นกัดเซาะพังทรุดถึงฐานเมรุ
สมุทรปราการ-เขื่อนกั้นหลังวัดมหาวงษ์หลังถูกคลื่นกัดเซาะตลิ่งพังถึงฐานโครงสร้างของเมรุหวั่นพังถล่มลงมาพระขออบจ.เมืองปากน้ำช่วยเร่งดำเนินการซ่อมแซม
สมุทรปราการ-เขื่อนกั้นหลังวัดมหาวงษ์หลังถูกคลื่นกัดเซาะตลิ่งพังถึงฐานโครงสร้างของเมรุหวั่นพังถล่มลงมาพระขออบจ.เมืองปากน้ำช่วยเร่งดำเนินการซ่อมแซม
เมื่อวันที่10ส.ค.60 เวลา 11.00น. พระยุทธนา ภัททญาโน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ ได้พาไปสำรวจแนวเขื่อนกันน้ำที่ถูกกัดเซาะหลังวัดติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนสุขุมวิท ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ พบว่าแนวเขื่อนได้รับความเสียหายถูกคลื่นจากแม่น้ำเจ้าพระยากัดเซาะตลิ่งจนทรุดพังกว้างกว่า 40 เมตร และลึกเข้าไปอีกว่า 10 เมตร จนเกือบถึงฐานโครงสร้างของเมรุทางวัดต้องประกาศให้ชาวบ้านไม่ให้เข้าไปใกล้เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย
ด้านพระปลัดสราวุฒิ โรจนธมฺโม เจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ กล่าวว่า เขื่อนนี้สร้างขึ้นจากงบประมาณของอบจ.สมุทรปราการเมื่อปี 2554 รวมเป็นเงิน 21,650,000 บาท สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี2558 หลังเกิดความเสียหายได้ประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ อบจ.สมุทรปราการแต่ยังไม่ทราบกำหนดที่แน่ชัดว่า จะเริ่มดำเนินการเมื่อไหร่เกรงว่าหากปล่อยไว้ไม่เร่งดำเนินการก่อสร้าง กระแสน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งช่วงน้ำขึ้นน้ำลงจะกัดเซาะจนไปถึงบริเวณโครงสร้างของเมรุ จนอาจได้รับผลกระทบจนทรุดลงมาได้จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขก่อน
ทั้งนี้ วัดได้จัดทอดผ้าป่าเพื่อหาเงินมาเร่งซ่อมแซมด้วยโดยจะมีพิธีทอดผ้าป่าวันที่ 12 สิงหาคม 2560 พร้อมกับเปิดให้ชาวบ้านที่ต้องการนำเศษหิน และปูนไม่ใช้แล้วมาเทได้เพราะความเดือดร้อนนั้นรอไม่ได้ ก่อนที่จะเมรุวัดจะถูกกัดเซาะจนดิ่งลงแม่น้ำเจ้าพระยา
ด้านนายพูลทวี ศิวะพิรุฬห์เทพ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการปฏิบัติหน้าที่ นายก อบจ.สมุทรปราการ กล่าวว่า นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการได้สั่งการให้อบจ. รีบดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ขณะนี้ได้แจ้งทางโยธาและผังเมือง เข้าไปร่วมตรวจสอบและมอบหมายให้เป็นที่ปรึกษาแนะนำในเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษในการออกแบบ เพื่อดำเนินการในขั้นแรกของโครงการ โดยมอบให้กรมโยธา เป็นผู้ออกแบบควบคุมดูแลการก่อสร้าง เพื่อเป็นการป้องกันให้ถาวรต่อไปซึ่งจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด







