
ภารกิจประวัติศาสตร์ บทเรียนจากความปราชัย
บ้านของเราเป็นอย่างไร เรารู้จักบ้านของเราแค่ไหนและรู้หรือไม่ว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ บ้านเรานั้นผ่านเรื่องราวทั้งเจ็บช้ำและน่ายินดีมามากมายแค่ไหน
โดย...อภิวัจ สุปรีชาวุฒิพงศ์
บ้านของเราเป็นอย่างไร เรารู้จักบ้านของเราแค่ไหนและรู้หรือไม่ว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ บ้านเรานั้นผ่านเรื่องราวทั้งเจ็บช้ำและน่ายินดีมามากมายแค่ไหน
เดือน ก.ค.ที่เพิ่งผ่านไปนั้น มีเหตุการณ์สำคัญยิ่งที่ควรรำลึกถึง เพราะเป็นเรื่องที่เรียกได้ว่าส่งผลต่อความเป็นความตายของชาติบ้านเมือง
13 ก.ค. 2436 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ความขัดแย้งชายแดนไทย-ลาว ซึ่งขณะนั้นเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส เป็นสาเหตุที่ฝรั่งเศสส่งเรือรบ3 ลำ เข้ามาทางแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อบีบบังคับให้ไทยจ่ายค่าชดเชย เรารู้จักเหตุการณ์ครั้งนั้นในชื่อ “วิกฤตการณ์ ร.ศ.112” การต่อต้านผู้รุกรานของไทยที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้เรือนำร่องของฝรั่งเศสจมลง 1 ลำ ทหารฝรั่งเศสเสียชีวิต 3 นาย ขณะที่ฝ่ายไทยเสียชีวิต 8 นาย แต่สุดท้ายเรือรบฝรั่งเศสก็แล่นฝ่าแนวต้านมาทอดสมออยู่หน้าสะพานสถานทูตฝรั่งเศส ย่านเจริญกรุง
ฝรั่งเศสยื่นคำขาดเรียกร้องดินแดนลาว กัมพูชา ซึ่งขณะนั้นยังเป็นของไทย พร้อมเงินสด 3 ล้านฟรังก์เป็นค่าปรับที่ไทยยิงเรือฝรั่งเศส ระหว่างนั้นฝรั่งเศสเคลื่อนกำลังเข้ายึดเมืองจันทบุรี ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงจำยอมรับเงื่อนไขเพื่อรักษาเอกราชของชาติ
บทเรียนจากวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ความปราชัยครั้งนั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะไทยเพิ่งอยู่ในช่วงของการพัฒนาประเทศให้ทันสมัยตามอย่างชาติตะวันตก วิทยาการทุกด้าน แม้แต่การทหาร ยังต้องจ้างชาวต่างชาติมาช่วยดูแล การรบที่ป้อมพระจุลจอมเกล้านั้น นายทหารผู้บัญชาการป้อมปืนและเรือรบฝ่ายไทย ล้วนเป็นฝรั่งต่างชาติทั้งสิ้น ทำให้อาจไม่มีจิตใจสู้รบปกป้องเอกราชเท่าคนไทยเจ้าของแผ่นดิน
หลังวิกฤตการณ์ครั้งนี้ รัชกาลที่ 5 ส่งพระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์ไปศึกษาวิชาการสมัยใหม่ทุกด้านจากยุโรป เพื่อกลับมาพัฒนาประเทศจนทำให้เราเริ่มต้นยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง
24 ปีต่อมา ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1
22 ก.ค. 2460 รัชกาลที่ 6 ทรงประกาศสงครามกับเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี พร้อมส่งทหารอาสาสมัคร 1,600 นาย ที่ได้รับการฝึกอบรมแบบตะวันตก เข้าร่วมกับกองทัพสัมพันธมิตร โดยอยู่ใต้บังคับบัญชาของนายพล เปแตง แห่งฝรั่งเศส ซึ่งดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่
ฝ่ายสัมพันธมิตร กองทัพไทยได้ปฏิบัติการในสมรภูมิฝรั่งเศสและเบลเยียม มีผู้สละชีวิตเพื่อภารกิจของชาติถึง 19 นาย กระทั่งสงครามยุติและสัมพันธมิตรได้รับชัยชนะ
ผลของการเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรทำให้ประเทศไทยได้รับเชิญเข้าเป็นสมาชิกประเภทริเริ่มขององค์การสันนิบาตชาติ เป็นหลักประกันเอกราชและความปลอดภัยของประเทศ นอกจากนี้ได้แก้ไขสัญญาที่ทำไว้กับประเทศต่างๆ ใหม่ให้เป็นประโยชน์กับฝ่ายไทยมากขึ้น
เหตุการณ์ ร.ศ.112 นั้น กระทบกับเกียรติภูมิของชาติอย่างแสนสาหัส การข้ามผ่านความเจ็บช้ำครั้งนั้น พร้อมกับก้าวเดินใหม่ เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เราเรียนรู้ที่จะหยัดยืนได้ด้วยตัวเอง และอีก24 ปีต่อมาเรากอบกู้เกียรติภูมินั้นกลับมาได้
คนที่อยู่ในบ้านหลังนี้มาก่อนเรา บรรพบุรุษของเรา คนทุกรุ่นล้วนได้รับมอบภารกิจประวัติศาสตร์มาด้วยกันทั้งนั้น และนำพาประเทศชาติบ้านเมืองของเรามาจนถึงวันนี้
124 ปี นับจากความปราชัยในเหตุการณ์ ร.ศ.112 แม้จะพัฒนาแต่ก็แน่นอนว่า บ้านเราอาจจะยังไม่สมบูรณ์ คนรุ่นเราก็มีภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำหรับสังคมของเรา บ้านของเราต่อไป
ว่าแต่ รู้กันบ้างหรือไม่ว่า เราทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจประวัติศาสตร์อันนี้ด้วยกันทั้งสิ้น
คิดกันบ้างหรือไม่ว่า ประวัติศาสตร์มอบหมายภารกิจใดให้แก่คนรุ่นเรา ผลของภารกิจที่เราต้องทำให้วันนี้ จะส่งต่อไปถึงคนรุ่นต่อไปในวันหน้า
บางทีถ้าวันนี้เรายังไม่ทำอะไรกัน วันหน้า คนรุ่นต่อไปอาจหงุดหงิด เหนื่อยล้า และส่งเสียงบ่นทำนองว่า “ไม่อยากเรียกที่นี่ว่าบ้าน”







