posttoday

ม.44 พักงาน ผู้บริหารท้องถิ่น แผนลึก ปูทางสู่เลือกตั้ง

27 กรกฎาคม 2560

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งคสช.ระงับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ชั่วคราวรวม 70 คน

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งหัวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 35/2560 เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติมครั้งที่ 9 ระงับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ชั่วคราวรวม 70 คน

ส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 37 ราย ให้ระงับการปฏิบัติราชการที่ดำรงตำแหน่งชั่วคราวและไม่ได้ค่าตอบแทน และข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 24 ราย ให้ช่วยราชการที่ศาลากลางจังหวัด ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ ตั้งอยู่ หรือไปปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ มอบหมาย

ทั้งนี้ ให้ศูนย์อํานวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) แจ้งข้อเท็จจริงอันเป็นมูลเหตุแห่งการตรวจสอบการปฏิบัติราชการให้หน่วยงานทราบเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยต้องปรากฏผลให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจาก ศอตช.

ทั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้นั้นหรือเพื่อดําเนินการทางวินัยต่อไป ในกรณีที่ไม่อาจดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้รายงานรัฐมนตรีเจ้าสังกัดของเจ้าหน้าที่ผู้นั้น แล้วแต่กรณีเพื่อขยายเวลาได้ตามความจําเป็น

สำหรับการออกคำสั่งรอบนี้ถือเป็นการระงับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งนับตั้งแต่การบริหารงานของ คสช. เพื่อเปิดให้มีการไต่สวนได้อย่างอิสระนั้น

ด้านหนึ่งถือเป็นการ “กู้ภาพ” ด้วยการส่งสัญญาณเอาจริงกับการปราบปรามทุจริต จากที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าระยะหลัง ​มีการปล่อยปละ หรือ ไม่ได้เอาใจใส่ กับการปราบปรามหรือสกัดการทุจริต ทั้งที่เคยประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติมาแล้วก่อนหน้านี้ 

​ท่ามกลางข่าวคราวเรื่องการทุจริตในแวดวงต่างๆ ที่ได้ยินถี่ขึ้นเรื่อยๆ ในระยะหลัง ซึ่งมีแต่จะฉุดความเชื่อมั่น คสช. และกระทบไปถึงการบริหารงานในด้านอื่น

สอดรับกับท่าทีการเอาจริงเอาจังของ คสช. ในระยะหลังอย่างเช่น การเปิด “​ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ” ​ใช้พื้นที่ “กองทัพ” เป็นศูนย์รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เบาะแส พฤติกรรมเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์รูปแบบต่างๆ ทั้งของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ไปแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

ถือเป็นความพยายามอุดช่องโหว่ช่วยแก้ปัญหากลไกป้องกันและปราบปรามการทุจริตเดิมที่มีอยู่ ด้วยการให้กองทัพเข้ามาช่วยขับเคลื่อน นำไปสู่การแก้ปัญหาตั้งแต่​ต้นทางไปจนถึงปลายทาง ที่อาจมีอุปสรรคติดขัดไม่นำไปสู่การแก้ปัญหา 

โดยเรื่องร้องเรียนที่ผู้แจ้งสามารถเปิดเผยตัวได้ หรือจะแจ้งเป็นแบบความลับก็ได้นั้น จะถูกนำไปส่งสองทางคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบ และ​อีกทางส่งไปที่สำนักนายกรัฐมนตรี

เร่งสร้างผลงาน สร้างคะแนน ในช่วงโค้งสุดท้ายปลายโรดแมป คสช. อันจะส่งผลต่อความเชื่อมั่น คะแนนนิยม อันจะมีผลไปถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2561

อีกด้านหนึ่ง​จากคำสั่งนี้ยังส่งผลทางอ้อมเป็นการสลายอิทธิพลในท้องถิ่น โดยระหว่างที่มีการสอบสวน ซึ่งไม่รู้ว่าจะใช้ระยะเวลานานเท่าไรนั้น ผู้บริหารท้องถิ่นต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ และเปิดให้บุคคลอื่นเข้ามาทำหน้าที่แทนนั้นย่อมกระทบต่อพื้นที่เจ้าของพื้นที่เดิม

หากส่องรายละเอียดจะเห็นว่ารายชื่อของผู้บริหารท้องถิ่นที่ถูกระงับการปฏิบัติหน้าที่นั้นมีหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่น อัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ ชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ​ธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย ชัยมงคล ไชยรบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ​สุทัศน์ เรืองศรี รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ​

เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ​ปิยะศักดิ์ ยโสธนชัย นายกเทศมนตรีเมืองแม่โจ้  จ.เชียงใหม่ สุกานดา สุทธิพัฒนกุล นายกเทศมนตรีเมืองจันทบุรี ประเสริฐ ค่ายทอง นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง จ.ปทุมธานี ​วิเชียร อุดมศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองอํานาจเจริญ ​ชูโชติ โกยกุล นายกเทศมนตรีเมืองพังงา ​

​จรัส ไชยยา นายกเทศมนตรีเมืองเมืองแกนพัฒนา ​วิทยา ศุภศิริโภคา นายกเทศมนตรีตําบลดอนยายหอม ลือกฤต เพชรบดี นายกเทศมนตรีตําบลสําโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ​สมพงษ์ ธรรมเจริญ นายกเทศมนตรีตําบลลําพญา จ.นครปฐม ​ทิวา บุญยก นายกเทศมนตรีตําบลนาโพธิ์พัฒนา จ.ชุมพร

สอดรับไปกับความเคลื่อนไหวต่างๆ ก่อนหน้านี้ ทั้งการจัดขุมกำลังของกองทัพในแต่ละพื้นที่​ ซึ่งถูกมองว่าเป็นไปเพื่อเตรียมรับการเลือกตั้ง ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในปี 2561

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลความสงบเรียบร้อยป้องกันเหตุวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในช่วงนั้น ซึ่ง คสช.​ต้อง “ปลดล็อก” เปิดให้กลุ่มการเมืองสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ อันเกรงว่าอาจเกิดแรงกระเพื่อมรุนแรงหลังถูกปิดกั้นมานาน อีกด้านยังอาจหวังไปถึงผลการเลือกตั้ง ยิ่งในจังหวะที่สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป (สปท.) ส่วนหนึ่ง ลาออกพร้อมประกาศเตรียมตั้งพรรคการเมืองสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ​

คำสั่งรอบนี้จึงถูกมองว่าลึกๆ แล้วหวังผลยาวไปถึงการเลือกตั้งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

ข่าวล่าสุด

คลายปม10นักการเมืองเอี่ยวทุนเทา เรื่องจริงหรือเครื่องมือเขย่าเลือกตั้ง