
มาร์คยันตั้งสมคิดไม่เอื้อประโยชน์
อภิสิทธิ์ ยันตั้ง พล.ต.ท.สมคิด ขึ้นผู้ช่วยผบ.ตร. ไม่ได้เอื้อประโยชน์ แจงอาณิสงฆ์พ.ร.บ.ล้างมลทิน จึงชะลอการแต่งตั้งไม่ได้ ลั่น เดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย-ซาอุ
อภิสิทธิ์ ยันตั้ง พล.ต.ท.สมคิด ขึ้นผู้ช่วยผบ.ตร. ไม่ได้เอื้อประโยชน์ แจงอาณิสงฆ์พ.ร.บ.ล้างมลทิน จึงชะลอการแต่งตั้งไม่ได้ ลั่น เดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย-ซาอุ
ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดของนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจมีผลกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากกรณีที่ นายนาบิล เอช. อัชรี อุปทูตซาอุดิอาระเบีย ประจำประเทศไทย ยังติดใจการในการตั้งพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 ผู้ต้องหาคดีการหายตัวไปของนายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. อยากถามว่าจะเลือกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือตัวบุคคล
นายประชา กล่าวว่า การแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด เป็นผู้ช่วยผบ.ตร.เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมเนื่องจากยังมีสถานะเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาและที่สำคัญศาลยังไม่มีคำพิพากษาให้เป็นถึงที่สุดด้วย จึงเป็นข้อสงสัยว่ารัฐบาลกำลังเอื้อประโยชน์ให้แก่กันหรือไม่ ทำไมไม่มีการสั่งพักราชการเอาไว้ก่อนตามพ.ร.บ.ตำรวจพ.ศ.2547 ซึ่งการแต่งตั้งแบบนี้ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดิอาระเบียเป็นอย่างมากโดยผลกระทบความเสียหายที่สุดจะตกแก่พี่น้องชาวไทยมุสลิมที่ต้องการไปแสวงบุญที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย
"การที่ก.ตร.ตัดสินใจแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด แบบนี้ ผลเสียหายร้ายแรงที่สุดจะตกอยู่กับพี่น้องชาวไทยมุสลิมหลายหมื่นคนที่กำลังจะเดินทางไปประกอบพิธีทางศาสนา โดยเฉพาะกรณีของท่านจุฬาราชมนตรีที่ไม่ได้วีซ่าเข้าประเทศ นอกเหนือไปจากผลกระทบในด้านจิตใจแล้ว ความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจก็จะเกิดตามมาด้วยเพราะแรงงานไทยจะเสียโอกาสในการเข้าไปทำงานเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงต้องการทราบแนวทางว่ารัฐบาลมีนโยบายอย่างไรในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้ดีขึ้น" นายประชา กล่าว
นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า ในกรณีของพล.ต.ท.สมคิด รัฐบาลได้ดำเนินการทั้งสองด้านควบคู่กันไปทั้งในเรื่องการอำนวยความยุติธรรมให้กับพล.ต.ท.สมคิด และการประคองความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ไม่มีประเด็นที่ต้องมาเลือกว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญอะไรมากกว่ากัน โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีการเอื้อประโยชน์ให้กับพล.ต.ท.สมคิด เพราะถ้ารัฐบาลเอื้อประโยชน์จริงคงไม่ได้มีการสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พิจารณาเรื่องนี้เป็นพิเศษจนสามารถฟ้องร้องคดีได้เมื่อปี2552 ก่อนที่คดีจะหมดอายุความ เพียงแตว่าในกรณีนี้เมื่อปี2550 มีการออกพ.ร.บ.ล้างมลทิน ทำให้ไม่สามารถดำเนินการทางวินัยกับพล.ต.ท.สมคิดที่มีผลต่อการแต่งตั้งได้
"ส่วนกรณีของท่านจุฬาราชมนตรีก็ได้มีการพบหารือกันแล้วและทราบข้อเท็จจริงว่าท่านจุฬาราชมนตรีได้ตัดสินใจยกเลิกการเดินทางก่อนที่ก.ตร.จะมีมติแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด เป็นการแสดงให้เห็นว่าการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด ไม่เกี่ยวข้องกันความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะเอื้ออำนวยให้กับพี่น้องมุสลิมอย่างเต็มที่และมันใจว่าโลกมุสลิมจะเอื้ออำนวยกันเพื่อให้การแสวงบุญบรรลุผลสำเร็จได้ เช่นเดียวกับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรัฐบาลก็ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว" นายอภิสิทธิ์ กล่าว







