posttoday
พ่อนิยม หลีกภัย

พ่อนิยม หลีกภัย

09 กรกฎาคม 2560

พ่อนิยม หลีกภัย รับราชการเป็นครูผู้น้อยคนหนึ่งที่พยายามให้ลูกๆ ได้รับการศึกษาที่ดี และลูกทุกคนก็รักการเรียนมาก

โดย...ถาวร หลีกภัย

พ่อนิยม หลีกภัย รับราชการเป็นครูผู้น้อยคนหนึ่งที่พยายามให้ลูกๆ ได้รับการศึกษาที่ดี และลูกทุกคนก็รักการเรียนมาก รายได้ที่ต่ำเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่สูงในแต่ละเดือนในการส่งลูกเพื่อการศึกษา การดำรงชีวิตของพ่อคงทุกข์ยาก ถึงเวลาเจ็บป่วยก็ซื้อยามากินเองตามคำโฆษณา จึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพ่อในภายหลัง

ในปี 2512 ผมได้รับพ่อมาอยู่ด้วยที่บ้านเช่าแถวประชาชื่น แต่อาการของพ่อก็ยังไม่ดีขึ้น ผมจึงได้พาพ่อไปอยู่ด้วยที่ ต.ทับกวาง จ.สระบุรี ที่ผมทำงานอยู่ การย้ายที่อยู่เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมใหม่ ประกอบกับผมได้รับความช่วยเหลืออย่างดีจากเพื่อน ทั้งคุณหมอชูพงษ์ เสนจันทร์ฒิไชย และญัตติ สีมะสิงห์ ทำให้ผมได้รับความสะดวกทั้งในการทำงานให้บริษัทและดูแลพ่อไปด้วยในขณะเดียวกัน จำเนียร น้องสาวของผมจะขึ้นมาช่วยดูแลพ่อในบางโอกาส อาการของพ่อค่อยดีขึ้นโดยลำดับจนกระทั่งหายเป็นปกติในเวลาต่อมา                 

ในปี 2514 พ่อมีปัญหาเรื่องปัสสาวะไม่ออก แพทย์ที่เมืองตรังจึงได้ทำการผ่าตัดให้ปัสสาวะออกทางหน้าท้อง ต่อมาเกิดแผลเป็นหนอง เนื่องจากผู้ช่วยพยาบาลที่ทำแผลให้พ่อ ไม่มีความรู้เพียงพอในการทำความสะอาดแผล จึงทำให้เกิดหนอง แพทย์ได้ฉีดยา Streptomycin เพื่อทำการรักษาเพียงเข็มเดียว แต่ยาได้ส่งผลจนทำให้พ่อต้องหูหนวกทั้งสองข้าง และแม้แพทย์จะบอกว่าอาการที่ว่านี้จะค่อยๆ หายไปเองแต่ก็ไม่ดีขึ้น พ่อจึงได้มารักษาตัวต่อที่กรุงเทพฯ แผลก็เป็นๆ หายๆ จนกระทั่งถูกส่งตัวมาอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีในที่สุด

ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี พ่ออยู่ภายใต้ความดูแลของ นพ.วีรสิงห์ เมืองมั่น และได้รับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลนี้ ซึ่งต้องใช้เวลาการรักษาอยู่นานร่วมปี อาการของพ่อจึงค่อยๆ ดีขึ้นจนสามารถมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ช่วงที่ผมกับน้องๆ เช่าบ้านอยู่ที่ศรีย่าน และพ่อเกิดเจ็บป่วย การดูแลไม่สะดวกสบายนัก แต่ต่อมาในปี 2515 เมื่อผมได้ซื้อบ้านที่ซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าว การดูแลทั้งพ่อและแม่ก็นับว่าสะดวกสบายขึ้นมาก จนกระทั่งถึงปี 2519 พ่อเกิดมีปัญหาเรื่องสุขภาพอีก คราวนี้มือสั่น ขาไม่มีกำลัง และกลั้นปัสสาวะไม่ได้

พ่อต้องเทียวไปเทียวมาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีอีกครั้ง ในครั้งหนึ่งจำได้ว่า เป็นช่วงเกิดเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 ใหม่ๆ ขณะที่แม่ น้องสาว และผม ได้พาพ่อไปรอพบหมออยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีนั้น เมื่อถึงรายชื่อของพ่อ และได้มีการประกาศเรียกชื่อ นิยม หลีกภัย มีคนไข้รายหนึ่งซึ่งอยู่บริเวณนั้นได้พูดขึ้นมาว่า “พ่อของคอมมิวนิสต์” ซึ่งผมยังจำได้ นี่คือผลกระทบจากการปลุกระดมว่า อดีตรัฐมนตรี 3 ท่านในรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช คือ ดำรง ลัทธพิพัฒน์ สุรินทร์ มาศดิตถ์ และ ชวน หลีกภัย ถูกกล่าวหาเป็นคอมมิวนิสต์ ผลกระทบไปไกลถึงบ้านพ่อนิยมและแม่ถ้วนที่ จ.ตรัง บ้านเลขที่ 183 จึงถูกตำรวจเข้าค้นบ้าน แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความเมตตาของ นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ พ่อก็ได้รับความสะดวกเป็นอย่างมากในการพบแพทย์ทุกครั้ง ไม่เกิน 3 เดือน หลังเกิดเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 พี่ชวนอยู่ตรังโดยตลอด และวันหนึ่งในช่วงปีใหม่ พ.ศ. 2520 ผมได้ขับรถพาแม่ พี่ชวน และญาติ รวมทั้งหลานคนหนึ่งไปเที่ยวชายทะเลปากเมง ใน อ.สิเกา ซึ่งในเวลานั้นก็ไม่ง่ายนักที่ใครจะไปชายทะเลแห่งนั้น ด้วยถนนหนทางส่วนใหญ่ยังขรุขระเป็นถนนลูกรังอยู่ วันนั้นใครที่มาชายทะเลที่นี่อาจได้เห็นพี่ชวนถือไม้อยู่ในมือเดินก้าวยาวๆ ไปบนหาดทราย พี่ชวนคงจะมีเรื่องที่ให้ขบคิด จึงไม่ได้มากินอาหารที่แม่ได้เตรียมมาจากบ้าน แล้วแม่ก็ปูเสื่อให้ทุกคนนั่งล้อมวงกินกันริมชายหาดนั่นเอง

พ่อนิยม หลีกภัย วงจิตต์ และจำเนียร ที่ดอยสุเทพ เชียงใหม่

ในช่วงที่พ่อยังอยู่แต่มีสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงนั้น ผมทำงานอยู่ที่บริษัท ไทยฟลูออไรต์ พรอเซสซิ่ง โดยที่เป็นนักธรณีวิทยาเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในบริษัท ทางบริษัทได้ซื้อรถแลนด์โรเวอร์ช่วงสั้นใหม่เอี่ยมคันหนึ่งให้ผมใช้ทำงานได้อย่างเต็มที่ และผมทำเองทั้งหมดนับตั้งแต่ขับรถ เก็บตัวอย่างแร่ สำรวจแร่ รวมทั้งเขียนรายงานเรื่องแหล่งแร่ด้วย นายฝรั่งจึงเชื่อในความรับผิดชอบของผม และจะดูผลงานที่ผมทำเป็นหลัก

การออกต่างจังหวัดไปทำงานตามเหมืองบางครั้งที่ผมได้ใช้โอกาสนี้พาพ่อกับแม่นั่งรถคันใหม่ไปเที่ยวด้วย โดยเราเดินทางไปตามเหมืองต่างๆ ด้วยกันทั้งวัน พ่อซึ่งมีร่างกายไม่แข็งแรงเวลาเดินต้องคอยพยุงนั้น ขณะที่นั่งคู่อยู่กับผมที่หน้ารถ ดูท่านมีความสุขมาก เมื่อได้เห็นโลกกว้าง เราไปเขาสลักพระที่กาญจนบุรี ชมแม่น้ำแควน้อย เที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่ได้ถ่ายรูปแม่ไว้ยืนอยู่หน้าสะพานปะปนกับนักท่องเที่ยว ส่วนพ่อก็นั่งดูสะพานอยู่ในรถ ล้วนเป็นภาพความหลังฝังใจ

อีกครั้งหนึ่งที่ผมมีงานต้องไปสำรวจแร่และเก็บตัวอย่างแร่ที่ภาคเหนือและผมได้ถือโอกาสเหมาะในช่วงวันหยุดด้วยนี้ พาพ่อกับน้องๆ ไปเที่ยวทั้งที่เชียงใหม่ ลำพูน ที่เชียงใหม่ผมกับน้องๆ ยังได้ขึ้นไปกราบไหว้พระบรมธาตุดอยสุเทพ ส่วนพ่อนั้นสุขภาพไม่อำนวยก็ต้องอยู่เฝ้ารถเหมือนเคย

การได้พาพ่อแม่ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศให้เห็นธรรมชาติ ต้นไม้ ป่า ภูเขา แม่น้ำ และวิถีชีวิตของผู้คนที่ต่างกันไป จะทำให้ท่านมีความสุข อย่างที่ผมได้ว่ามานี้ จึงใคร่ขอแนะนำไว้กับท่านทั้งหลายที่มีผู้ใหญ่จะต้องดูแลว่า ถ้าท่านมีโอกาสอย่าได้ลืมพาผู้ใหญ่ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันก็สะดวกขึ้นมากทั้งในเรื่องที่พัก และการเดินทางท่านจะได้บุญกุศลอย่าง ยิ่งใหญ่ทีเดียว เพราะนี่คือการตอบแทนพระคุณของผู้ที่ได้ดูแลท่านมาตั้งแต่วัยเยาว์อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด เป็นการทำบุญในขณะที่ผู้ใหญ่ของท่านยังมีชีวิตอยู่ดีกว่า

ในบั้นปลายชีวิต พ่อนิยมได้กลับไปอยู่บ้านที่จังหวัดตรัง จนกระทั่งเสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2524 มีอายุประมาณ 69 ปี

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก