
ลุยปฏิรูปอุตสาหกรรม
กสอ.ทุ่มเกือบพันล้าน เปิดศูนย์ไอทีซีปฏิรูปอุตสาหกรรม พัฒนาเอสเอ็มอีไทย คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 1,720 ล้าน ใน 5 ปี
โพสต์ทูเดย์ - กสอ.ทุ่มเกือบพันล้าน เปิดศูนย์ไอทีซีปฏิรูปอุตสาหกรรม พัฒนาเอสเอ็มอีไทย คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 1,720 ล้าน ใน 5 ปี
นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า กสอ.ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมในการดำเนินโครงการปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่ยุคประเทศไทย 4.0 จึงได้ทำการจัดตั้งศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (ไอทีซี) โดยดึงหน่วยงานที่มีความชำนาญทางด้านการออกแบบและวิศวกรรมจากสถาบันเครือข่าย เครือข่ายผู้ประกอบการ จากสมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุนต่างๆ มาให้บริการแก่ภาคเอกชน โดยเบื้องต้นวางกรอบงบประมาณไว้ที่ 924 ล้านบาท ในการพัฒนาทั้งผู้ประกอบการ บุคลากรที่เกี่ยวข้อง สถานประกอบการ และผลิตภัณฑ์ โดยมีระยะเวลาการดำเนินงานภายใน 5 ปี
ทั้งนี้ ศูนย์ดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันพลาสติก สถาบันไทย-เยอรมัน สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย โดยล่าสุดจะเตรียมลงนามบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับบริษัทต่างชาติอีก 7 บริษัท เพื่อก่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกัน พัฒนาไปยังความช่วยเหลือกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ผ่านศูนย์ไอทีซี
สำหรับก่อนหน้านี้ได้เอ็มโอยูกับ 3 บริษัท คือ บริษัท แอร์พอร์ต กราวด์ พาว ของประเทศญี่ปุ่น ทำอุตสาหกรรมขนส่งและการบิน บริษัท เมดิเอน่า ประเทศเกาหลีใต้ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ผลิตเครื่องกระตุ้นหัวใจ ที่ทำการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล และบริษัท ออโต้เดสก์ ประเทศเกาหลีใต้ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีการผลิตดิจิทัล และเร็วๆ นี้จะลงนามกับบริษัท เอบีบี ประเทศสหรัฐอเมริกา ผลิตแขนกลในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ บริษัท วิทแมน บัทเทนเฟลด์ สัญชาติเยอรมัน อุตสาหกรรมพลาสติกชั้นสูง เป็นต้น
นอกจากนี้ กสอ.ได้ดำเนินกิจกรรมเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในการเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพกว่า 200 ราย ในสาขาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ชิ้นส่วนอากาศยาน และเครื่องมือแพทย์ คาดว่าศูนย์ดังกล่าวพร้อมเปิดให้บริการแก่ผู้ประกอบการ นักวิจัย และบุคคลทั่วไปเข้ามาใช้บริการ ภายในเดือน ส.ค. 2560 นี้ โดยคาดการณ์ว่าในระยะเวลา 5 ปี จะพัฒนาด้านบุคลากรรองรับการปฏิรูปอุตสาหกรรมศักยภาพได้อย่างน้อยจำนวน 1.4 หมื่นคน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1,720 ล้านบาท







