posttoday
ศอฉ.เปิด782จุดเสี่ยงรุนแรง19ก.ย.

ศอฉ.เปิด782จุดเสี่ยงรุนแรง19ก.ย.

16 กันยายน 2553

ศอฉ.ได้ออกมาประกาศเตรียมรับมือการก่อความไม่สงบ โดยวิเคราะห์พื้นที่ทั่ว กทม. แล้วแบ่งระดับความเสี่ยงเป็น 3 ระดับ รวม 782 จุด...

ศอฉ.ได้ออกมาประกาศเตรียมรับมือการก่อความไม่สงบ โดยวิเคราะห์พื้นที่ทั่ว กทม. แล้วแบ่งระดับความเสี่ยงเป็น 3 ระดับ รวม 782 จุด...

โดย....ธนก บังผล

ครบ 4 ปี “รัฐประหาร” ในวันที่ 19 กันยายนนี้ กับกระแสข่าวการเฝ้าระวังผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ที่จะวางระเบิดหรือยิงเอ็ม 79 ป่วนเมือง

ล่าสุด ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้ออกมาประกาศเตรียมรับมือการก่อความไม่สงบ โดยวิเคราะห์พื้นที่ทั่ว กทม. แล้วแบ่งระดับความเสี่ยงเป็น 3 ระดับ รวม 782 จุด

ซึ่งระดับที่ 1 คือ พื้นที่เฝ้าพิเศษ อันเป็นพื้นที่ที่มีแนวโน้มการก่อเหตุสูงหรือพื้นที่ที่เคยมีการก่อเหตุมาแล้ว รวมไปถึงแนวโน้มการก่อภัยคุกคามและพื้นที่ที่ต้องมีความปลอดภัยอย่างสูงสุด 130 จุด

 

ศอฉ.เปิด782จุดเสี่ยงรุนแรง19ก.ย.

ได้แก่ เขตพระราชฐาน สถานที่ราชการสำคัญ บ้านบุคคลสำคัญ สถานีรถไฟฟ้า สถานีขนส่ง โดยคาดกันว่าละแวกศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ศาลรัฐธรรมนูญ และกระทรวงยุติธรรม เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง

รวมทั้ง บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ที่พักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เข้าข่าย

และแน่นอนว่า บ้านพักของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บ้านพักของ กกต. กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ซึ่งเป็นเป้าในการก่อเหตุมาหลายครั้งก็ยังคงต้องระมัดระวัง

ทั้งนี้ วิธีการในการดำเนินการจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปปฎิบัติร่วมเจ้าหน้าที่ทหาร รวมถึง สารวัตรทหารบก สารวัตรทหารเรือ สารวัตรทหารอากาศและเทศกิจของกทม.จะลงไปตรวจสอบและวางกำลังตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนพื้นที่นอกเหนือจากนี้จะมีการจัดกำลังออกตรวจตรารอบพื้นที่เป็นระยะ 400 เมตร ในพื้นที่บริเวณโดยรอบ โดยจัดชุดตรวจเดินเท้า วางกำลังซุ่มโป่ง ทั้งในและนอกเครื่องแบบและจำมีการจัดระบบกล้องวงจรปิดในพื้นที่เฝ้าพิเศษใหม่ โดยให้จับจุดในพื้นที่สาธารณะมากที่สุด เน้นการบันทึกให้เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน ทั้งนี้จะให้มีการตรวจสอบการปฎิบัติอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

ระดับ 2. พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ ซึ่งมีภัยคุกคามน้อยกว่าระดับที่ 1 ได้แก่ สถานที่ราชการอื่น ๆ หรือบ้านพักบุคคลสำคัญอื่น ๆ เป้าหมายที่เป็นเชิงสัญลักษณ์ รวมทั้งจุดต่างๆที่เคยมีเหตุประปราย รวม 198 จุด

ซึ่งคาดว่าจะเป็นรัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล สำนักงาน ปปช. สนามหลวง ถ.ราชดำเนิน พรรคประชาธิปัตย์ และ กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น ในขณะที่บ้านพักของเหล่าบรรดารัฐมนตรีคนสำคัญก็ไม่พ้นพื้นที่เสี่ยงนี้

โดยการดูแลพื้นที่ความเสี่ยงระดับ 2 นี้ จะมีการจัดจุดตรวจ และมีเจ้าหน้าที่สายตรวจเข้าไปเสริม โดยให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่เข้าไปดูแลด้วย

สุดท้าย 3.พื้นที่เฝ้าระวังคือห้างสรรพสินค้า ธนาคาร รวม 136 จุด ซึ่งรวมพื้นทีที่ทางกองทัพภาคที่ 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาลและ กทม.ต้องดูแลทั้งหมด 454 จุด

โดยพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นเป้าคือ เซ็นทรัลเวิล์ด อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมเจอร์รัชโยธิน ฯลฯ เป็นต้น

ทั้งนี้ มาตรการรักษาความปลอดภัยจะเน้นการอบรมและให้ความรู้พนักงานรักษาความปลอดภัย กำหนดช่องทางการติดต่อสื่อสาร

ส่วนการประสานงาน ทั้ง 3 พื้นที่ทาง ศอฉ. ก็ได้กำหนดชุดปฎิบัติการพิเศษจำนวน 10 ชุด ในการเข้าคลี่คลายสถานการณ์ขนาดใหญ่

ศอฉ.เปิด782จุดเสี่ยงรุนแรง19ก.ย.

ในระดับผู้ปฏิบัติ คือกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ที่ดูแลพื้นที่ นครบาล 1-9 ทั่วทั้งกรุงเทพนั้น จะทำงานร่วมกับกองทัพภาค 1 เทศกิจ และตำรวจสันติบาล

เบื้องต้น ศอฉ. ได้ให้ กทม.สำรวจกล้องวงจรปิดทั้งหมด 2,928 ตัว เพื่อตรวจสภาพปัญหาการชำรุด และจะได้นำมาเป็นประโยชน์ต่อการสืบหาผู้ก่อเหตุ รวมไปถึงกล้องวงจรปิดของภาคเอกชนอีกประมาณเกือบ 1 หมื่นตัว ที่จะเข้าร่วมเฝ้าระวัง

แบ่งเป็น สถานีบริการน้ำมัน 792 แห่ง,ห้างสะดวกซื้อ ห้างมินิมาร์ท 2,533 ตัว,ธนาคาร 1,908 ตัว, ร้านทอง 1,324 ตัว และร้านอินเตอร์เน็ต ประมาณ 2,000 กว่าแห่ง ร่วมทั้งหมดเกือบ 9,000 แห่ง ที่จะเข้าร่วมโดยกล้องทั้งหมดจะเปิดเข้าสู่พื้นที่สาธารณะ

ทั้งนี้ พื้นที่ซึ่งตำรวจเฝ้าจับตาดู หลังจากที่เคยเกิดเหตุระเบิดส่งท้ายปีเก่า 2549 มาแล้ว มีทั้งหมด 10 แห่ง ได้แก่

1.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ , 2.เมเจอร์รัชโยธิน ,3.ซีคอนสแควร์ บางนา , 4.เซ็นทรัล เวิล์ด พลาซ่า (4 จุดนี้เคยเกิดเหตุระเบิดในวันส่งท้ายปีเก่า ปี 2549)

5.บ้านสี่เสาเทเวศร์ 6.พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน 7.ถนนข้าวสาร 8.ซอยนานา9.หน้าห้างพาต้าปิ่นเกล้า 10.สถานีขนส่งจตุจักร (หมอชิต2)

ในขณะที่เส้นทางสัญจรที่ต้องระวังมี 5 สาย ดังนี้ 1.ถนนวิภาวดี-รังสิต ยกระดับธูปะเตมีย์ 2.ถนนพหลโยธิน 3.ถนนแจ้งวัฒนะ 4.ถนนพระราม 4 และ 5.ถนนบรมราชชนนี ขาเข้า บริเวณต่างระดับฉิมพลี

นอกจากนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับกองทัพภาคที่ 1 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และบช.น. ยังได้เตรียมความพร้อม รับสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ที่เตรียมจัดกิจกรรมครบรอบ 4 ปีการรัฐประหาร ในวันที่ 19 กันยายนนี้

 

ศอฉ.เปิด782จุดเสี่ยงรุนแรง19ก.ย.

โดยเล็งไปที่บริเวณแยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน  ที่ กทม. ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจช่วยอำนวยความสะดวกเส้นทางด้านจราจรในพื้นที่จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ - แยกราชประสงค์ เนื่องจากกลุ่มผู้ที่จะมาชุมนุมประกาศว่าจะเดินในจุดดังกล่าว

นอกจากนี้ยังมีหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน ของสำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกันดูแลความเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง

เช่นเดียวกับพื้นที่การชุมนุมในต่างจังหวัด ซึ่งคาดว่า จ.เชียงใหม่ จะมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยก่อนหน้านี้ทางจังหวัดเกือบจะชงเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศให้ พื้นที่ จ.เชียงใหม่ อยู่ภายใต้ พรก.ฉุกเฉิน เนื่องจากเกรงว่าจะมีการป่วนเมืองสร้างสถานการณ์จนบานปลาย

แต่ถึงกระนั้น รัฐบาลมั่นใจว่าการชุมนุมจะเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยและควบคุมได้

ซึ่งไม่เฉพาะ จ.เชียงใหม่ เท่านั้น แต่หัวเมืองภาคอีสานเองก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการก่อเหตุการณ์ความไม่สงบ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ